สรุปจำนวนชาติในปัจจัย ๒๔ หรือ ๔๗

ในปัจจัย ๒๔ หรือ ๔๗ นั้น มีชาติ ๙ อย่าง คือ

      ๑. สหชาตชาติ 

      ๒. อารัมมณชาติ 

      ๓. อนันตรชาติ 

      ๔. วัตถุปุเรชาตชาติ 

      ๕. ปัจฉาชาตชาติ 

      ๖. อาหารชาติ 

      ๗. รูปชีวิตินทริยชาติ 

      ๘. ปกตูปนิสสยชาติ 

      ๙. นานักขณิกกัมมชาติ


๑) ปัจจัยที่เป็นสหชาตชาติ มี ๑๕ ปัจจัย คือ

     ๑. เหตุปัจจัย ๒. สหชาตาธิปติปัจจัย ๓. สหชาตปัจจัย ๔. อัญญมัญญปัจจัย ๕. สหชาตนิสสยปัจจัย ๖. สหชาตกัมมปัจจัย ๗. วิปากปัจย ๘. นามอาหารปัจจัย ๙. สหชาตินทริยปัจจัย ๑๐. ฌานปัจจัย ๑๑. มัคคปัจจัย ๑๒. สัมปยุตตปัจจัย ๑๓.วิปปยุตตปัจจัย ๑๔. สหชาตัตถิปัจจัย ๑๕. สหชาตอวิคตปัจจัย


๒) ปัจจัยที่เป็นอารัมมณชาติ มี ๘ ปัจจัย คือ

     ๑. อารัมมณปัจจัย ๒. อารัมมณาธิปติปัจจัย ๓. วัตถารัมมณปุเรชาตนิสสยปัจจัย ๔. อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ๕. อารัมมณปุเรชาตปัจจัย ๖. วัดถารัมมณปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ๗. อารัมมณปุเรชาตัตถิปัจจัย ๘. อารัมมณปุเรชาตอวิคตปัจจัย


๓) ปัจจัยที่เป็นอนันตรชาติ มี ๗ ปัจจัย คือ

     ๑. อนันตรปัจจัย ๒. สมนันตรปัจจัย ๓. อนันตรูปนิสสยปัจจัย ๔. อาเสวนปัจจัย ๕. ปกตูปนิสสยนานักขณิกกัมมปัจจัย* (คือหมายเอาเฉพาะมรรคเจตนาที่เป็นผู้อุปการะแก่ผลจิต) ๖. นัตถิปัจจัย ๗. วิคตปัจจัย


๔) ปัจจัยที่เป็นวัตถุปุเรชาตชาติ มี ๖ ปัจจัย คือ

      ๑. วัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัย ๒. วัตถุปุเรชาตปัจจัย ๓. ปุเรชาตินทริยปัจจัย ๔. วัตถุปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย 2. วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย ๖. วัตถุปุเรชาตอวิคตปัจจัย


๕) ปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตชาติ มี ๔ ปัจจัย คือ

      ๑. ปัจฉาชาตปัจจัย ๒. ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ๓. ปัจฉาชาตัตถิปัจจัย ๔. ปัจฉาชาตอวิคตปัจจัย


๖) ปัจจัยที่เป็นอาหารชาติ มี ๓ ปัจจัย คือ

      ๑. รูปอาหารปัจจัย ๒. อาหารัตถิปัจจัย ๓. อาหารอวิคตปัจจัย


๗) ปัจจัยที่เป็นรูปชีวิตินทริยชาติ มี ๓ ปัจจัย คือ

      ๑. รูปชีวิตินทริยปัจจัย ๒. อินทริยัตถิปัจจัย ๓. อินทริยอวิคตปัจจัย


๘) ปัจจัยที่เป็นปกตูปนิสสยชาติ มี ๒ ปัจจัย คือ

      ๑. สุทธปกตูปนิสสยปัจจัย* คือ จิต เจตสิก ที่เกิดก่อน และรูป บัญญัติที่มีกำลังมากที่เป็นผู้อุปการะแก่ จิต เจตสิก ที่เกิดทีหลังได้


* ปกตูปนิสสยนานักขณิกกัมมปัจจัย สุทธปกตูปนิสสยปัจจัย มิสสกปกตูปนิสสยนานักขณิกกัมมปัจจัย ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้นับเป็น ๓ ปัจจัย ตามที่ได้จำแนกไว้ แต่นับรวมกันเป็น ๑ ปัจจัย คือปกตูปนิสสยปัจจัยเท่านั้น การที่เป็นเช่นนี้ ย่อมเห็นได้โดยชัดเจน เมื่อแบ่งปัจจัย ๒๔ ออกโดยพิสดารแล้วได้ ๔๗ ปัจจัยก็ดี สรุปลักษณะของอำนาจที่ช่วยอุปการะในปัจชัย ๔๗ ก็ดี รวมทั้งสรุปเนื้อความ ๓ ประการ และปัญหาวารวิภังค์ก็ดี ไม่ปรากฏว่ามีปังจัยทั้ง ๓ ชื่อนี้แต่ประการใดเลย คงมีแต่ปกตูปนิสสยปัจจัย ปัจจัยเดียวเท่านั้น 

     ด้วยเหตุนี้ การแสดงปัจจัยโดยพิสดารในหนังสือหลักสูตรนี้ จึงนับจำนวนได้ ๔๗ ปัจจัย ดังกล่าวแล้ว.


      ๒. มิสสกปกตูปนิสสยนานักขณิกกัมมปัจจัย* คือ เจตนากรรมที่มีกำลังมาก ที่เป็นผู้อุปการะแก่วิบากนามขันธ์ได้ (เว้นมรรคเจตนากรรม)


๙) ปัจจัยที่เป็นนานักขณิกกัมมชาติ มี ๑ ปัจจัย คือ

      นานักขณิกกัมมปัจจัย* คือ เจตนากรรมที่มีกำลังน้อย ที่เป็นผู้อุปการะแก่กามวิบากและเจตนากรรมที่มีกำลังมากและกำลังน้อยที่เป็นผู้อุปการะแก่กัมมชรูป


* องค์ธรรมของปัจจัยและปัจจยุปบัน ตามที่มีปรากฏอยู่นี้ เป็นการแสดงตามนัยของอรรถกถาปัญจปกรณ์ แปล หน้า ๒๐๕ นั้นเอง ถ้าจะแสดงองค์ธรรมตามนิทเทสพระบาลี และปัญหาวารวิภังค์แล้ว จะได้ดังต่อไปนี้ นานักขณิกกัมมปัจจัย คือ เจตนากรรมที่มีกำลังมากและกำลังน้อยทั้งหมด ๓๓ (กุศลเจตนา ๒๔ อกุศลเจตนา ๑๒) ที่เป็นผู้อุปการะแก่วิปากจิต ๓๖ เจตสิก ๓๘ ที่ประกอบ และปฏิสนธิกัมมชรูป ๒๐ ปวัตติกัมมชรูป ๒๐ อสัญญสัตตกัมมชรูป

      อารัมมณปัจจัย ที่ท่านแสดงองค์ธรรมของปัจจัยไว้ในอรรถกถาปัญจปกรณ์ แปล หน้า ๒๐๕ ว่าได้แก่อารมณ์ที่ไม่ไช่อธิบดีเท่านั้น

     ส่วนอารมณ์ที่เป็นอธิบดี ย่อมรวมลงในอุปนิสสยปัจจัย โดยลักษณะแห่งอารัมมณูปนิสสยปัจจัย. แต่อารัมมณปัจจัยในอารัมมณชาตินั้น องค์ธรรมของปัจจัยได้แก่อารมณ์เป็นอธิบดีและไม่ใช่อธิบดีทั้งหมด ที่ทราบได้เช่นนี้ เพราะท่านไม่ได้แสดงการยกเว้นไว้ อาศัยเหตุผลดังกล่าวนี้ นานักขณิกกัมมปัจจัย ที่เป็นนานักขณิกกัมมชาตินั้น ก็ควรจะได้องค์ธรรมของปัจจัยและปัจจุบันทั้งหมดเช่นเดียวกัน


-------------///--------------

[full-post]