แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังฆกรรม แสดงบทความทั้งหมด



 ทองย้อย แสงสินชัย

#บาลีวันละคำ (4,306)


ร่วมสังฆกรรม

อย่าใช้ภาษาธรรมกับเรื่องเลว ๆ

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว หนังสือพิมพ์ชื่อดังฉบับหนึ่งเสนอข่าวอาชญากรรม ใช้ข้อความในข่าวว่า “ชายโฉดร่วมสังฆกรรมข่มขืนหญิงสาว” 

ข้อความอาจไม่ตรงตามนี้ทุกตัวอักษร แต่ได้ความว่า การที่ผู้ชายหลายคนร่วมกันข่มขืนหญิงสาว ผู้เขียนข่าวใช้คำว่า “ร่วมสังฆกรรม”

กรณีนี้ มีพระภิกษุรูปหนึ่งเขียนจดหมายไปทักท้วงต่อว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นว่า ไม่ควรใช้ภาษาพระธรรมวินัยไปเรียกการกระทำที่เลวทรามเช่นนั้น

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “ร่วมสังฆกรรม” ไว้ด้วย บอกไว้ว่า - 

“ร่วมสังฆกรรม : (คำกริยา) อาการที่พระสงฆ์ทำสังฆกรรมร่วมกัน, (ภาษาปาก) ทำงานร่วมกัน เช่น ฉันเข้าร่วมสังฆกรรมกับเขา.”

ความหมายจริง ๆ ของคำว่า “ร่วมสังฆกรรม” คือ พระสงฆ์ทำสังฆกรรมร่วมกัน ส่วนที่ใช้เป็นภาษาปาก พจนานุกรมฯ บอกความหมายว่า “ทำงานร่วมกัน”

การที่ผู้ชายข่มขืนผู้หญิง ไม่ใช่การทำงาน แต่เป็นการประพฤติชั่ว จึงไม่ตรงกับความหมายของ “ร่วมสังฆกรรม” ที่เป็นภาษาปาก 

ขยายความ :

คำว่า “สังฆกรรม” ประกอบด้วยคำว่า สังฆ + กรรม

(๑) “สังฆ” เขียนแบบบาลีเป็น “สงฺฆ” (หนังสือรุ่นเก่าสะกดเป็น “สํฆ” ก็มี) อ่านว่า สัง-คะ แปลตามศัพท์ว่า -

(1) “หมู่เป็นที่ไปรวมกันแห่งส่วนย่อยโดยไม่แปลกกัน” หมายความว่า ส่วนย่อยที่มีคุณสมบัติหลัก ๆ “ไม่แปลกกัน” คือมีคุณสมบัติตรงกัน เหมือนกัน ส่วนย่อยดังกล่าวนี้ไปอยู่รวมกัน คือเกาะกลุ่มกัน ดังนี้เรียกว่า “สงฺฆ”

(2) “หมู่ที่รวมกันโดยมีความเห็นและศีลเสมอกัน” ความหมายนี้เล็งที่บรรพชิตหรือสาวกที่เป็นนักบวชในลัทธิศาสนาต่างๆ เช่นภิกษุในพระพุทธศาสนาเป็นต้น ต้องมีความคิดเห็นและความประพฤติลงรอยกันจึงจะรวมเป็น “สงฺฆ” อยู่ได้

“สงฺฆ” จึงหมายถึง หมู่, กอง, กลุ่ม, คณะ

(๒) “กรรม” 

บาลีเป็น “กมฺม” อ่านว่า กำ-มะ สันสกฤตเป็น “กรฺม” (กระ-มะ, ก ควบ ร กลืนเสียง ระ ลงคอ) ไทยเขียนอิงสันสกฤตเป็น “กรรม”

“กมฺม” รากศัพท์คือ กรฺ (ธาตุ = กระทำ) + รมฺม (รำ-มะ, ปัจจัย) ลบ รฺ ที่สุดธาตุและ ร ที่ต้นปัจจัย

: กร > ก + รมฺม > มฺม : ก + มฺม = กมฺม

“กมฺม” แปลว่า การกระทำ, สิ่งที่ทำ, การงาน (the doing, deed, work) นิยมพูดทับศัพท์ว่า “กรรม”

สงฺฆ + กมฺม = สงฺฆกมฺม > สังฆกรรม แปลว่า “งานของสงฆ์” 

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า - 

“สังฆกรรม : (คำนาม) กิจที่พระสงฆ์ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปรวมกันทำภายในสีมา เช่น การทำอุโบสถ การสวดพระปาติโมกข์. (ส. สํฆ + กรฺมนฺ; ป. สงฺฆกมฺม).”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ขยายความคำว่า “สังฆกรรม” ไว้ดังนี้ -

..............

สังฆกรรม : งานของสงฆ์, กรรมที่สงฆ์พึงทำ, กิจที่พึงทำโดยที่ประชุมสงฆ์ มี ๔ คือ 

๑. อปโลกนกรรม (อะ-ปะ-โล-กะ-นะ-กำ) กรรมที่ทำเพียงด้วยบอกกันในที่ประชุมสงฆ์ ไม่ต้องตั้งญัตติและไม่ต้องสวดอนุสาวนา เช่น แจ้งการลงพรหมทัณฑ์แก่ภิกษุ 

๒. ญัตติกรรม (ยัด-ติ-กำ) กรรมที่ทำเพียงตั้งญัตติไม่ต้องสวดอนุสาวนา เช่น อุโบสถและปวารณา 

๓. ญัตติทุติยกรรม (ยัด-ติ-ทุ-ติ-ยะ-กำ) กรรมที่ทำด้วยตั้งญัตติแล้วสวดอนุสาวนาหนหนึ่ง เช่น สมมติสีมา ให้ผ้ากฐิน 

๔. ญัตติจตุตถกรรม (ยัด-ติ-จะ-ตุด-ถะ-กำ) กรรมที่ทำด้วยการตั้งญัตติแล้วสวดอนุสาวนา ๓ หน เช่น อุปสมบท ให้ปริวาส ให้มานัต

..............

ดูรายการที่เรียกว่า “สังฆกรรม” แล้ว ถ้าพูดแบบเล่นสำนวนก็พูดได้ว่า การข่มขืนผู้หญิงไม่มีอยู่ในรายการ “สังฆกรรม” 

จึงไม่ชอบด้วยเหตุผล และไม่เหมาะไม่ควรด้วยประการทั้งปวงที่จะเอาคำว่า “ร่วมสังฆกรรม” ไปใช้เรียกการข่มขืนผู้หญิง รวมทั้งการร่วมกันกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรอื่น ๆ ทั้งปวง

แถม :

ขอให้สังเกตว่า สื่อที่ชอบเอาเรื่องทางศาสนามาล้อเลียนล้อเล่นนั้น กล้าทำเฉพาะกับพระพุทธศาสนาเท่านั้น กับศาสนาคริสต์-และโดยเฉพาะกับศาสนาอิสลามด้วยแล้ว สื่อเหล่านี้ไม่กล้าแตะต้องเลย

ลักษณะแบบนี้ พูดตามภาษา “นักเลงปากท่อ” (ภูมิลำเนาของผู้เขียนบาลีวันละคำ) ต้องเรียกว่า “ไม่ใช่นักเลงจริง”

..............

ดูก่อนภราดา!

: เขาไม่ตอบโต้หลงคิดว่าเขากลัว

: ที่แท้เขารังเกียจคนนิสัยชั่วเหมือนเกลียด...อะไรดี


[full-post]

 


สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


สรุปความเรื่องวิบัติแห่งสังฆกรรม(คัมภีร์นิสสยะ อักษรปัลลวะ, อักษรสิงหล, อักษรมอญ)

   สังฆกรรม ๔ ประการ คือ อปโลกนกรรม ญัตติกรรม ญัตติทุติยกรรม และญัตติจตุตถกรรม เป็นกรรมที่ต้องทำพร้อมด้วยวัตถุ ญัตติ อนุสาวนา สีมา บริษัท ถ้าอาการทั้ง ๕ นี้บกพร่องไป ถือว่าสังฆกรรมนั้นวิบัติ คือใช้ไม่ได้

   สังฆกรรมวิบัติโดยวัตถุเป็นเช่นไร ?

   สังฆกรรมวิบัติโดยวัตถุ คือการกระทำผิดเรื่อง ผิดขั้นตอน เช่น ให้ อมูหวินัยแก่ท่านผู้ควรแก่สติวินัย หรือควรถามก่อนลงโทษ หรือทำตามปฏิญญา แต่ไม่ทำตามนั้นเป็นต้น ถือว่ากรรมวิบัติโดยวัตถุ

   การไม่ระบุวัตถุ สงฆ์ บุคคล ญัตติ หรือตั้งญัตติภายหลัง ชื่อว่า สังฆกรรมวิบัติโดยญัตติ

   การไม่ระบุวัตถุ สงฆ์ บุคคล ทิ้งญัตติ สวดในกาลไม่ควร ชื่อว่า วิบัติโดยอนุสาวนา

   สีมาที่เล็ก ใหญ่ เกินกำหนด สีมามีนิมิตขาด สีมาใช้เงาเป็นนิมิต ไม่มีนิมิต สมมตินอกสีมา สมมติสีมาในน้ำ สมุทร ชาตสระ คาบเกี่ยวสีมาด้วยสีมา และทับสีมาด้วยสีมา ชื่อว่า สังฆกรรมวิบัติโดยสีมา

   สังฆกรรมที่ท่านกำหนดไว้ว่า ต้องใช้สงฆ์จำนวนเท่าไรเป็นอย่างต่ำ แต่ท่านเหล่านั้นยังไม่มา ไม่นำฉันทะของท่านผู้ควรฉันทะมา ที่ประชุมคัดค้าน ชื่อว่า สังฆกรรมวิบัติโดยบริษัท

   แม้การที่สงฆ์ให้อุปสมบทแก่บุคคลที่ต้องห้าม ก็ชื่อว่า เป็นวัตถุ

   สังฆกรรมทั้ง ๔ ประเภทนั้น ใช้ในเรื่องอะไรบ้าง ?

   ๑. อปโลกนกรรม ใช้ในฐานะ ๕ คือ โอสารณา นิสสารณา ภัณฑุกรรม พรหมทัณฑ์ กรรมลักษณะ

   ๒. ญัตติกรรม ใช้ในฐานะ ๙ คือ โอสารณา นิสสารณา อุโบสถ ปวารณา สมมติ การให้ การรับ การเลื่อนปวารณาออกไป และ กรรมลักษณะ

   ๓. ญัตติทุติยกรรม ใช้ในฐานะ ๗ คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ การถอน การแสดง และกรรมลักษณะ 

   ๔. ญัตติจตุตถกรรม ใช้ในฐานะ ๗ คือ โอสารณา นิสสารณา สมมติ การให้ นิคคหะ สมนุภาสน์ และกรรม ลักษณะ

   ในการกระทำสังฆกรรมทุกชนิด การกสงฆ์ที่กำหนดขั้นต่ำไว้ จะต้อง เป็นปกตัตตะเข้าร่วมในกรรม ปกตตตะอื่นที่ไม่เข้าร่วม ต้องให้ฉันทะ ภิกษุที่ถูกทำกรรม ไม่ถือว่าเป็นผู้เข้ากรรม แต่เป็นผู้ควรแก่กรรม จึงไม่ ต้องนําฉันทะของท่านมา

   วัตถุประสงค์ในการทรงบัญญัติสิกขาบท อธิกรณสมถะที่ทรงบัญญัติแก่พระสาวก นอกจากที่กล่าวแล้ว ๑๐ ประการ ท่านแสดงว่า ยังทรงบัญญัติ “เพื่อป้องกัน กำจัดอาสวะ เวร โทษ ภัย อกุศล ใน ปัจจุบัน และอนาคต ทั้งเป็นการอนุเคราะห์แก่ชาวบ้าน และตัดการ มั่วสุมของคนชั่วผู้มีความปรารถนาลามกด้วย”


[full-post]
ขับเคลื่อนโดย Blogger.