ฉันท์กับคาถาต่างกันอย่างไร ?
ปาฬิศัพทศาสตร์
ฉันท์กับคาถาต่างกันอย่างไร ?
ฉันท์เป็นเหตุของคาถา[1]
"ฉันท์"[2] คือ การกำหนดพยางค์[3]
.....ฉันท์มีทั้งหมด ๒๖ ประเภท ตั้งแต่ประเภท ๑ พยางค์ ถึง ๒๖ พยางค์ มีอุตตาฉันท์ (ฉันท์ ๑ พยางค์) เป็นต้น มีอุกกติฉันท์ (ฉันท์ ๒๖ พยางค์) เป็นที่สุด ในวรรณกรรมบาฬี นิยมฉันท์ตั้งแต่คายัตติฉันท์ (ฉันท์ ๖ พยางค์) ไปจนถึงอากติฉันท์ (ฉันท์ ๒๒ พยางค์) รวม ๑๗ ฉันท์ ดังนั้นคัมภีร์วุตโตทัยจึงแสดงตัวอย่างไว้เพียง ๑๗ ฉันท์เท่านั้น[4]
"คาถา" คือ การกำหนดครุลหุ[5]
.....คาถามีจำนวนมากมาย ตามการกระจายแถวครุลหุของฉันท์แต่ละประเภท (ปัตถารนัย/ฉันท์ ๑ ประเภท เป็นคาถาได้หลายคาถา) แต่ในคัมภีร์วุตโตทัยแสดงตัวอย่างไว้เพียง ๑๐๘ คาถา ซึ่งเป็นคาถาที่พบมากในพระไตรปิฎกและอรรถกถา[6] คาถาโดยปกติทั่วไปมี ๔ บาท และนอกจากนั้นยังมีคาถาประเภท ๓ บาท ๖ บาท หรือ ๕ บาทอยู่บ้าง[7]
....."คาถา" ศัพท์ มีศัพท์ไวพจน์ อีก ๔ ศัพท์ คือ สิโลก (ปุํ.) วุตฺติ (อิตฺ.) ปชฺช (นปุํ.) วุตฺต (นปุํ.)[8]
คาถา มี ๒ ประเภท[9] คือ
.....(๑) "มาตราพฤติ" (มตฺตาวุตฺติ) คาถากำหนดจำนวนมาตราเสียงของสระ โดยรัสสสระ เท่ากับ ๑ มาตรา รัสสสระที่มีสังโยคอยู่หลัง (สังโยคาทิครุ) ทีฆสระ (ทีฆครุ) รัสสสระที่มีนิคคหิตอยู่หลัง (นิคคหีตปรครุ) และรัสสสระที่อยู่้ท้ายบาทที่ ๒ และ ๔ (ปาทันตครุ) เท่ากับ ๒ มาตรา แม้ปลุตะ คือ สระที่มีเสียง ๓ มาตราก็ให้นับเป็น ๒ มาตรา (ไม่นับมาตราของพยัญชนะเพิ่ม)
.....(๒) "วรรณพฤติ" (วณฺณวุตฺติ) คาถากำหนดจำนวนพยางค์ (อกฺขร/วณฺณ)
วรรณพฤติ (วณฺณวุตฺติ) มี ๓ ประเภท[10] คือ
.....(๑) "สมคาถา" คาถาที่มีลักษณะเหมือนกันทั้ง ๔ บาท (ส่วนที่มีคาถาอื่นที่มีลักษณะไม่เหมือนกันมาแทรก เรียกว่า อุปชาติคาถา [คาถาผสม])
.....(๒) "อัทธสมคาถา" คาถาที่มีลักษณะเหมือนกันครึ่งหนึ่ง คือ บาท ๑ เหมือนบาท ๓ (วิสมบาท/บาทคี่) และบาท ๒ เหมือนบาท ๔ (สมบาท/บาทคู่)
.....(๓) "วิสมคาถา" คาถาที่มีลักษณะไม่เหมือนกันทั้ง ๔ บาท โดยไม่จำกัดคณะ กำหนดคณะในพยางค์ที่ ๕-๗ ในแต่ละบาท พยางค์อื่นไม่กำหนด และจัดอยู่ในประเภทอนุฏฐุภาฉันท์ (ฉันท์ ๘ พยางค์)
.....หมายเหตุ; "มาตราพฤติ" สามารถจัดเข้าใน "สมคาถา" "อัทธสมคาถา" และ "วิสมคาถา ได้ตามสมควร[11]
.....ส่วนคาถาที่มีพยางค์หรือบาทไม่เท่ากัน เรียกว่า "คาถาสามัญ"[12]
-------------------------------
[1] ในสังยุตตนิกาย เทวตาสังยุต (สํ.ส. ๑๕/๑๗๖-๑๗๗/๕๒ ฉบับสยามรัฐ) มีเทวดาตนหนึ่งทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า;
.....กึสุ นิทานํ คาถานํ
.....กึสุ ตาสํ วิยญฺชนํ
.....กึสุ สนฺนิสฺสิตา คาถา
.....กึสุ คาถานมาสโย.
.....อะไรเป็นเหตุของคาถาหรือ ? อะไรก่อให้เกิดคาถาเหล่านั้นหรือ ? คาถาอาศัยอะไรหรือ ? อะไรเป็นบ่อเกิดของคาถาหรือ ?
.....พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า;
.....ฉนฺโท นิทานํ คาถานํ
.....อกฺขรา ตาสํ วิยญฺชนํ
.....นามสนฺนิสิตา คาถา
.....กวิ คาถานมาสโย.
.....ฉันท์เป็นเป็นเหตุของคาถา, อักขระก่อให้เกิดคาถาเหล่านั้น, คาถาอาศัยชื่อ (ที่ชาวโลกสมมุติ), กวีเป็นบ่เกิดของคาถา.
.....อรรถกถาสังยุตตนิกาย อธิบายความ "ฉันท์เป็นเป็นเหตุของคาถา" ไว้ว่า "ฉนฺโท นิทานนฺติ คายติอาทิโก ฉนฺโท คาถานํ นิทานํ. ปุพฺพปฏฺฐาปนคาถา อารภนฺโต หิ "กตรจฺฉนฺเทน โหตู"ติ อารภติ." (สํ.ส.อ. ๑๑/๖๐/๙๑ ฉบับสยามรัฐ) แปลความว่า; บทว่า "ฉนฺโท นิทานํ" (ฉันท์เป็นเหตุ) หมายความว่า ฉันท์มีคายัตติฉันท์ (ฉันท์ ๖ พยางค์) เป็นต้น เป็นเหตุของคาถา, ความจริงแล้ว กวีผู้จะเริ่มแต่งคาถาที่หมายใจไว้ก่อน ย่อมเริ่มดำริว่า "คาถานี้จงเป็นด้วยฉันท์ไหน ?" ดังนี้.
[2] "ฉันท์" (ฉนฺท) สามารถเรียกแทนเป็น "คาถา" ได้ เพราะเป็นคำไวพจน์ของ "ปชฺช" ศัพท์ ดังคัมภีร์อภิธานสันสกฤต ชื่อ "อมรโกศ" ปริจฺเฉท ๓๒ คาถาที่ ๒๓๑ แสดงไว้ว่า "ฉนฺโท ปชฺเช'ภิลาเส จ" แปลว่า คำว่า ฉนฺท เป็นไปในความหมายว่า ปชฺช (คาถา) และความปรารถนา. (ดู วุตฺโตทย.คาถา ๑๒๘)
[3]-[5] คัมภีร์พาลาวตารแสดงเรื่องนี้ไว้ว่า;
.....อกฺขรนิยโม ฉนฺทํ
.....ครุลหุนิยโม ภเว วุตฺติ
.....ทีโฆ สํโยคาทิ-
.....ปุพฺโพ รสฺโส จ ครุ ลหุ ตุ รสฺโส.
.....การกำหนดพยางค์ ชื่อว่า ฉันท์, ส่วนการกำหนดครุลหุ ชื่อว่า คาถา, ทีฆสระและรัสสสระต้นสังโยคเป็นต้น ชื่อว่า ครุ ส่วนรัสสสระ ชื่อว่า ลหุ.{*}
.....{*} ดูเพิ่มเติมใน; พระคันธสาราภิวงศ์. วุตโตทยมัญชรี. (กรุงเทพฯ : หจก.ซีเอไอเซ็นเตอร์ จำกัด, ๒๕๕๑), หน้า ๔๖-๔๗.
.....{*} ครุ ๔ ประเภท ได้แก่ (๑) สังโยคาทิครุ คือ ครุที่อยู่ต้นสังโยค ได้แก่ รัสสสระมีสังโยคอยู่หลัง (๒) ทีฆครุ คือ ทีฆสระ (๓) นิคคหีตปรครุ คือ รัสสสระที่มีนิคคหิตอยู่หลัง (๔) ปาทันตครุ คือ รัสสสระท้ายบาทคาถา อยู่ในบาทที่ ๒ และ ๔ ของคาถามาตราพฤติ และอยู่ท้ายบาททั้ง ๔ ของคาถาวรรณพฤติ
[4] พระคันธสาราภิวงศ์. วุตโตทยมัญชรี. (กรุงเทพฯ : หจก.ซีเอไอเซ็นเตอร์ จำกัด, ๒๕๕๑), หน้า ๔๗-๔๙.
[6] เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓๓๔.
[7] วุตฺโตทย.คาถา ๑๔, ฉนฺโทสารตฺถมญฺชูสา. อธิบายคาถา ๑๔.
[8] พระคันธสาราภิวงศ์. วุตโตทยมัญชรี. หน้า ๑๖๑.
[9] วุตฺโตทย. คาถา ๓.
[10] วุตฺโตทย. คาถา ๑๑.
[11] ดูเพิ่มเติมใน; พระคันธสาราภิวงศ์. วุตโตทยมัญชรี. หน้า ๔๔.
[12] ดูเพิ่มเติมในเรื่องเดียวกัน. หน้า ๓๔๔-๓๔๘.
[full-post]
