สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ

บุคคลชื่อว่า​ " โพธิ " เพราะอรรถว่า​ ตรัสรู้, ธรรม​ 7​ อย่าง

บุคคลชื่อว่า​ " โพธิ " เพราะอรรถว่า​ ตรัสรู้, ธรรม​ 7​ อย่าง​ มีสติเป็นต้น​ ชื่อว่า​ โพชฌงค์​ เพราะอรรถว่า​ เป็นองค์​ คือเป็นสัมภาระที่ใชัเป็นอุปกรณ์​ในการตรัสรู้​ของบุคคลผู้ชื่อว่า​ " โพธิ​ " นั้น​ ก็โพชฌงค์​มี​ 7​ อย่าง​ คือ​ สติสัมโพชฌงค์​ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์​ วิรยสัมโพชฌงค​์ ปีติสัมโพชฌงค​์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์​ สมาธิสัมโพชฌงค์​ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์, โดยตรง(นิปริยาย)​องค์ไหนทำกิจ​โพธิ​ โดยอ้อม(ปริยาย)​องค์​ 6 ที่เหลือทำกิจอะไรหรือ? แล้วทำไมองค์โพชฌงค์ทั้ง​ 7​ จึงมีอานุภาพทำให้พระอริยะ​เวลาป่วยไข้ เมื่อพิจารณา​แล้วสร่างไข้ได้เล่า? ประเด็นเหล่านี้แหละ​ที่คัมภีร์​มิลินท์​ปัญหา​นำมาตั้งเป็น​ " โพชฌงคปัญหา​ " เพื่อสนทนาไขประเด็นให้พวกเราได้เข้าใจ

พระเจ้าม​ิ​ลินท์​ " พระคุณเจ้า​นาคเสน​ โพชฌงค์​มีเท่าไร?​ "

พระนาคเสน​ " ขอถวายพระพร​ มหาบพิตร​ โพชฌงค์​ มี​ 7​ อย่าง​ "

พระเจ้าม​ิ​ลินท์​ " พระคุณเจ้า​นาคเสน​ บุคคลย่อมตรัสรู้​ด้วยโพชฌงค์​กี่อย่าง? "

พระนาคเสนขอถวายพระพร​ บุคคลย่อมตรัสรู้​ด้วยโพชฌงค์​อย่างเดียว คือด้วยธรรมวิจยสัมโพชฌงค์​ "

พระเจ้ามิลินท์​ " เมื่อเป็นเช่นนั้น​ เพราะเหตุไรจึงกล่าวว่า​ โพชฌงค์​มี​ 7​ อย่างเล่า​ พระคุณเจ้า​ "

พระนาคเ​สน​ " ขอถวายพระพร​ มหาบพิตร​ พระองค์​จะทรงสำคัญความข้อนั้นอย่างไร, ดาบที่สอดไว้ในฝัก​ มิได้ใช้มือชักออกใช้​ อาจฟันสิ่งที่ตัดให้ขาดได้หรือ? "

พระเจ้า​มิลินท์​ " มิได้หรอกพระคุณเจ้า​ "

พระนาคเ​สน​ " อุปมาเป็นฉันใด​ อุปมัยก็เป็นฉันนั้น​เหมือนกัน​ เว้นธัมมวิจยสัมโพชฌงค์​เสีย​ บุคคล​จะตรัสรู้​ด้วยโพชฌงค์​ 6 อย่างที่เหลือ​หาได้ไม่​ แต่ก็เป็นสัมภาระที่ขาดไม่ได้ดังในอุปมานั่นแหละ​ คือธัมมวิจยจะถึงความคมกล้า​มีพลานุภาพเต็มที่ได้ก็ด้วยโพชฌงค์​ 6 ที่เหลือเป็นสัมภาระให้​ ดังนั้นในคราวที่พระอริยะป่วยไข้ท่านถึงต้องพิจารณาองค์​ทั้ง​ 7​ ครบ​ จิตตชรูปอันเกิดจากปีติที่ตนพ้นจากทุกข์​ตามอริยมรรค​ที่ตนได้​ เช่น​ โสดาปัตติมรรคพ้นจากทุกข์ในอบายภูมิ​เป็นต้น​ ก็จะแผ่ซาบซ่านไปทั่วร่างกายเป็นเหตุให้สร่างไข้ได้นั่นแล."

พระเจ้า​มิลินท์​ " พระคุณเจ้า​นาคเสน​ ท่านไขทุกประเด็นในปัญหาได้ครบกระจ่างชัดแล้วแล​ "


[right-side]