แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อานิสงส์ แสดงบทความทั้งหมด


ธรรมะและพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า


อานิสงส์สร้างศาลาโรงธรรม

     ...อนาถปิณฑิกเศรษฐี ได้สร้างอารามเชตวันมหาวิหารถวายแก่ พระศาสดา และสาวกทั้งหลาย อยู่มาวันหนึ่งพระสาวกก็ปรารภกันว่าอนาถปิณฑิกเศรษฐี มีจิตศรัทธาสร้างวัดวาอารามทั้งหลายถวายเป็นทานแก่พระพุทธเจ้า กับทั้งเป็นผู้เลี้ยงคุ้มครองรักษาพระศาสดาจะเป็นประโยชน์อย่างไรหนอ สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ทรงทราบโดยพระญาณของพระองค์แล้วเสด็จมา ในที่พระสงฆ์ประชุมนั้น แล้วทรงถามดูกรภิกษุทั้งหลายได้ประชุมกันด้วยเรื่องอะไร ภิกษุมีพระอานนท์เป็นต้น ก็กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ได้ปรึกษากันด้วยเรื่องอนาถปิณฑิกเศรษฐี ได้ก่อสร้างอาคามถวายพระพุทธเจ้าจะเป็นประโยชน์ จะได้อานิสงส์แก่ท่านอย่างไรพระพุทธเจ้าข้า

      องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ตรัสพระธรรมเทศนาว่า ในกาลครั้งหนึ่งมีพระเจ้าสุทัสน์ได้เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์ในเมืองสุทัสน์นคร ในครั้งศาสนาของพระพุทธเจ้าปิยทัสสีได้สร้างอารามเป็นทานแก่พระพุทธเจ้าปิยทัสสี แล้วตั้งปณิธาน ความปรารถนาว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิด เมื่อสิ้นชีพตามอายุขัยแล้วก็ได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต เสวยสมบัติทิพย์มีนางฟ้าเทพอัปสรแสนหนึ่งเป็นบริวาร มีวิมานทองสูง ๔๕ โยชน์ มีอายุยืนนานได้พันปีทิพย์ ครั้นจุติก็มาเกิดเป็นบุตรพยากาวิตะกษัตริย์ ในเมืองเสถะนคร ชื่อว่ารามวัตติกุมาร ครั้นเจริญวัยแล้วได้ดาบกายสิทธิ์ มีวชิราเพชรช้างแก้วม้าแก้ว วัวแก้ว ปราสาทแก้ว เกิดขึ้นด้วยบุญกุศลราศี ที่ได้ก่อสร้างอารามศาลาให้เป็นทาน ครั้นได้ละจากอัตตภาพนั้น ก็ได้เสริมสร้างบารมีจนมาเกิดเป็นองค์พระตถาคตในกาลบัดนี้ 

       เมื่อพระบรมศาสดาได้แสดงพระธรรมเทศนาจบลงแล้วเหล่าภิกษุทั้งหลายก็ได้สำเร็จพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามีและพระอรหันตปฏิสัมภิทาญาณ

-----------///-----------

[right-side]

 


เพจ : ธรรมะและพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า

อานิสงส์สร้างเวจกุฏี (ห้องน้ำ)

.....ใจความว่า พระศาสดาได้เสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร แห่งกรุงสาวัตถี มีมาณพคนหนึ่งเป็นช่างทองทำการขายทองรูปพรรณอยู่ในกรุงสาวัตถีนั้น จนมั่งมีโภคทรัพย์สมบัติมากอยู่มาวันหนึ่งมาณพนั้นมาคิดว่า เราค้าขายทองก็มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ ทรัพย์ที่หามาได้โดยยาก ก็ไม่อยากจะให้สูญหายไปโดยเร็ว ตริตรองหาวิธีที่จะเก็บทรัพย์ให้ได้อยู่นาน ก็ไม่พบวิธีที่จะป้องกันความเสื่อมเสียของทรัพย์ได้ เพราะว่าทรัพย์เป็นของกลางเป็นเครื่องอาศัยของคนทุกคน สุดแล้วแต่ใครจะขยันหมั่นเพียรหามาได้เท่านั้น ถึงแม้จะหามาได้มากก็ดี ถ้าขาดปัญญาเป็นเครื่องรักษาทรัพย์แล้วทรัพย์นั้นก็ไม่คงทนอยู่ได้ แม้จะอยู่ได้ตลอดไปตนเองก็มีชีวิตยืนนานที่จะบริโภคต่อไปไม่ได้เพราะความตายย่อมมาพรากตนให้หนีไปเสียจากทรัพย์เมื่อสิ้นชีพแล้วทรัพย์เหล่านั้น ก็ไม่ติดตามตนไปปล่อยไว้ให้คนอื่นเขาใช้สอยอย่างสบาย เห็นมีอยู่แต่อย่างเดียวเท่านั้น ที่จะติดตามตัวไปในอนาคต คือฝังทรัพย์ไว้ในพุทธศาสนาเมื่อคิดเช่นนี้แล้วก็คิดดูว่าจะทำอะไร สิ่งอื่น ๆ ก็มีผู้ทำไว้หมดแล้ว ก็เห็นแต่เวจกุฎีเท่านั้นที่ยังไม่มีใครทำเลย

       เมื่อคิดเช่นนี้แล้วจึงได้สร้างขึ้นเมื่อสำเร็จแล้วยังได้สร้างโรงไฟ แลที่สำหรับอาบน้ำอีกด้วย เมื่อเสร็จสรรพดีแล้ว ก็ทำการฉลองอย่างมโหฬารและมอบถวายแก่ ภิกษุสงฆ์มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็นประธานแล้วตั้งปฏิธานความปรารถนาว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ เมื่อข้าพเจ้ายังไม่ถึงพระนิพพานตราบใด ขึ้นชื่อว่าความทุกข์อันเกิดแต่โรคต่าง ๆ อย่าได้มาแผ้วพานต่อข้าพเจ้าเลย อิมินาทาเนน ด้วยอำนาจผลทานนี้พระสารีบุตรก็อนุโมทนาว่า ขอให้ความปรารถนาจงเป็นผลสำเร็จเถิดมาณพนั้นเป็นผู้ไม่ประมาทผลทาน ให้สมาทานศีลครั้นทำกาลกิริยาตายไปแล้วไปเกิดบนสวรรค์เทวโลก มีสมบัติวิมานทอง มีเทพอัปสรเป็นยศบริวาร อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนา ถึงมาณพผู้นั้นอยู่พระศาสดาเสด็จมาถึงในที่นั้นแล้วตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบ

       พระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา แก่ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นว่าดูกรภิกษุทั้งหลายนรชนทั้งหลายเกิดมาได้พบพระพุทธเจ้าและในขณะที่พุทธศาสนายังประดิษฐานอยู่ จะเป็นผู้เศร้าโศกในอบายภูมิ เป็นจำนวนมากมาณพที่เป็นช่างทองนี้ได้พบทั้งสองประการแล้วไม่เป็นผู้ประมาท ได้สร้างเวจกุฎีถวายบูชาพระรัตนตรัยด้วยศรัทธาเลื่อมใส ได้เสวยสุขในสุคติโกลสวรรค์ และเป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพาน แม้ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าตัณหังกร เราตถาคตก็เคยสร้างเวจกุฎี และที่สำหรับอาบแก่พระภิกษุสามเณรได้ตั้งสัตยธิษฐานว่า ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์หนึ่ง ในอนาคตกาล ด้วยผลแห่งอานิงส์ที่ข้าพระองค์ได้สร้างเวจกุฎีให้เป็นสาธารณะทานนี้ ตถาคตครั้นทำลายขันธ์แล้วก็ไปบังเกิดสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติอยู่ชั้นดุสิตครั้นจุติจากชาตินั้นแล้ว ได้ท่องเที่ยงอยู่สังสารวัฎฎ์จนบารมีเต็มเปี่ยมแล้วจึงตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือตถาคตนี้เอง ก็สมดังคำปรารถนาในครากาลครั้งโน้นทุกประการ เมื่อจบพระธรรมเทศนาจบลงแล้วชนทั้งหลายเป็นอันมากได้ดวงตาเห็นธรรม ต่างก็รื่นเริงบันเทิงใจในเวจกุฎีเป็นยิ่งนัก

-------///-------


[right-side]

 


สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


ทานที่ถวายตามกำลังมีผลมากหรือน้อย

   ถาม คนบางคนยากจน แต่ก็มีจิตเลื่อมใส ตั้งใจถวายทานตามกำลังของตน คือมีน้อยก็ให้น้อยอยากทราบว่าเขาจะได้รับผลทานมากหรือน้อย

   ตอบ ถ้าจะตอบคำถามนี้ด้วยการเล่าเรื่องจริงๆ ในสมัยพุทธกาลที่มีมาใน พระสูตรและอรรถกถา คงจะเห็นคำตอบชัดเจน จึงขอเล่าเรื่องในวิมานวัตถุ ปีตวิมาน ข้อ ๔๗ ดังต่อไปนี้

   ท้าวสักกเทวราชตรัสถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า ดูก่อนเทพธิดาผู้เจริญ ผู้มีผ้าเหลือง มีธงเหลือง ประดับด้วยอลังการเหลือง มีกายลูบไล้ด้วยจันทน์เหลือง ทัดทรง ดอกอุบลเหลือง มีปราสาทเหลือง มีที่นั่งที่นอนเหลือง มีภาชนะเหลือง มีฉัตรเหลือง มีรถเหลือง มีผ้าเหลือง มีพัดเหลือง (คือมีทุกสิ่งเป็นสีเหลืองหมด) ครั้งเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ในชาติก่อนเธอได้ทำกรรมอะไรไว้ เธออันเราถามแล้ว ขอจงบอกเราเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอะไร

   นางเทพธิดาทูลตอบว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระบาทได้น้อมนำดอกบวบขม ซึ่งมีรสขม ไม่มีใครปรารถนาจำนวนสี่ดอกบูชาพระสถูป ข้าพระบาทมีใจผ่องใส่มุ่งเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุของพระศาสดา ไม่ทันพิจารณาหนทางที่มาของแม่โค มิได้นึกถึงแม่โคตัวนั้น ทันใดนั้นแม่โคได้ขวิดข้าพระบาท ผู้มีความปรารถนาแห่งใจ (เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ) แต่ยังไปไม่ทันถึงพระสถูปสิ้นชีวิต ถ้าข้าพระบาทพึงสั่งสมบุญนั้น ยิ่งขึ้นไซร้ ทิพยสมบัติพึงมียิ่งกว่านี้เป็นแน่ ข้าแต่ท้าวมัฆวานจอมเทพ เพราะบุญกรรมนั้น ข้าพระบาทนั้นละกายมนุษย์แล้ว จึงมาอยู่ร่วมกับพระองค์

   ท้าวมัฆวานทรงสดับคำของนางเทพธิดาแล้ว เมื่อจะให้เทวดาชั้นดาวดึงส์เลื่อมใส จึงตรัสกับมาตลีเทพสารถีว่า ดูก่อนมาตลี ท่านจงดูผลแห่งกรรมอันวิจิตรน่าอัศจรรย์นี้ ไทยธรรมที่เทพธิดานี้กระทำแล้วถึงจะน้อย บุญก็มีผลมาก เมื่อจิตเลื่อมใสในพระตถาคตสัมพุทธเจ้า หรือสาวกของพระองค์ทักษิณาไม่ชื่อว่าน้อยเลย มาเถิดมาตลี แม้ชาวเราทั้งหลายก็ควรจะพากันบูชาพระบรมธาตุของพระตถาคตให้ยิ่งขึ้นไป เพราะการสั่งสมบุญนำความสุขมาให้ เมื่อพระตถาคตยังทรงพระชนม์อยู่ก็ตาม เสด็จปรินิพพานแล้วก็ตาม เมื่อจิตสม่ำเสมอ ผลบุญก็ย่อมสม่ำเสมอ เพราะเหตุที่ตั้งจิตไว้ชอบ สัตว์ทั้งหลายย่อมไปสู่สุคติ ทายกทั้งหลายกระทำสักการะในพระตถาคตเหล่าใดแล้ว ย่อมไปสู่สวรรค์ พระตถาคตเหล่านั้น ย่อมอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมากหนอ นี่คือ เรื่องราวในปีตวิมาน

   ท่านผู้ถามก็จะเห็นแล้วว่า แม้การบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบวบขมเพียงสี่ดอก ซึ่งพูดถึงค่าของมันแล้ว ก็ไม่มีค่าอะไรเลย แต่เพราะจิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว ด้วยความเลื่อมใส ในพระพุทธเจ้า ทั้งที่ยังไปไม่ถึงพระสถูปที่บรรจุพระบรมธาตุที่ตั้งใจจะไป ถูกแม่โคขวิดตายเสียก่อน ด้วยผลแห่งความเลื่อมใสนั้นก็ยังไปเกิดเป็นเทพธิดาในชั้นดาวดึงส์ ซึ่งมีวิมานและเครื่องประดับและพาหนะมีสีเหลืองทั้งหมด เหมือนสีของดอกบวบนั่นแหละ เป็นที่อัศจรรย์ของท้าวสักกเทวราชยิ่งนัก จึงได้ตรัสถามถึงกรรมในอดีตที่นางทำไว้ครั้งเป็นมนุษย์ เมื่อทรงทราบแล้วจึงได้ตรัสถ้อยคำที่แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เคยตรัสกับท่านอนาถบิณฑิกะสมัยที่ยากจนลง ต้องถวายอาหารบิณฑบาตแก่ภิกษุสงฆ์ด้วยข้าวหัก มีน้ำผักดองเป็นกับข้าวว่า เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักษิณาชื่อว่าน้อยไม่มี

   ท่านอธิบายว่า เมื่อมีศรัทธาในพระรัตนตรัยแล้ว ถึงไทยธรรมนั้นไม่ยิ่งใหญ่ มีค่าน้อย แต่ผลของบุญนั้นยิ่งใหญ่ เพราะได้ผู้รับที่เป็นบุญเขต และพร้อมด้วยเจตนาอันเลื่อมใสของตน

   ในอรรถกถาเล่าว่า เทพธิดาองค์นี้ สมัยเป็นมนุษย์ เป็นอุบาสิกาชาวเมืองราชคฤห์ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูทรงนำพระบรมสารีริกธาตุที่พระองค์ได้รับส่วนแบ่ง มาสร้างพระสถูปบรรจุแล้วทำการฉลอง อุบาสิกาชาวเมืองราชคฤห์นางนี้ ตื่นแต่เช้า ทำสรีรกิจแล้ว คิดจะบูชาพระศาสดา จึงถือดอกบวบขมสี่ดอกตามที่ตนมี เกิดฉันทะอุตสาหะฉับพลันด้วยศรัทธา มิได้คำนึงถึงอันตรายในหนทาง เดินมุ่งหน้าไปยังพระสถูป

   ท่านที่เคยไปอินเดีย สักการะสังเวชนียสถานมาแล้ว คงทราบดีว่า ในอินเดียนั้น มีวัวเดินเพ่นพ่าน ปะปนไปกับฝูงชน โดยไม่เกรงกลัวภัยหรือใครๆ แต่คนต้องคอยหลบหลีกให้ทางแก่วัว มิฉะนั้นจะถูกวัวขวิดหรือชนเอาได้ อุบาสิกาผู้นี้ เพราะใจมุ่งแต่ จะไปบูชาพระสถูป จึงมิได้ใส่ใจทางไปมาของวัว จึงถูกวัวขวิดตาย แต่เพราะเหตุที่ตายไปในขณะที่จิตเลื่อมใส จึงไปเกิดเป็นเทพธิดาที่พรั่งพร้อมด้วยความสุข ซึ่งเมื่อนางเป็นเทพธิดาแล้วได้บอกผลของบุญแก่ท้าวสักกเทวราชแล้วยังได้บอกว่า หากนางได้ไปถึงพระสถูปและบูชาด้วยดอกบวบตามที่ตั้งใจไว้แล้ว นางจะได้สมบัติทิพย์ยิ่งกว่าที่ได้รับอยู่ในขณะนี้ เพราะแม้ความตั้งใจของนางยังไม่สำเร็จผลสมประสงค์ก็ยังได้รับผลมากถึงเช่นนี้ จะป่วยกล่าวไปไยกับการกระทำบุญที่สมบูรณ์ คือสำเร็จสมประสงค์ว่าจะ ไม่ให้ผลมากมหาศาล ด้วยเหตุนี้แหละท่านที่มีโภคะน้อย มีสมบัติน้อย ได้ให้ทานด้วยของน้อยตามที่ตนมีอยู่ด้วยจิตที่เลื่อมใสศรัทธาแล้ว จึงไม่ควรพะวงสงสัยว่า ผลของบุญนั้นจะน้อยเลยดังเรื่องที่เล่ามานี้

   การทำบุญนั้นทำแล้วมีแต่ได้กำไร คือลงทุนไปน้อย แต่ผลที่ได้รับมาก คือได้โภคะและความสุขมาก แต่ทําบาปมีแต่ขาดทุน เพราะแม้ทําบาปเพียงนิดเดียว แต่ก็ต้องไปรับผลคือความทุกข์ในอบายเป็นเวลายาวนาน

   ในอรรถกถาท่านยังเล่าเพิ่มเติมว่า ท้าวสักกะอาศัยเหตุคือ บุญกรรมของนางเุทพธิดานั้น เมื่อตรัสแก่มาตลีเทพบุตรเพื่อเตือนเทพทั้งหลายแล้ว ได้ทรงสั่งระงับการเล่นในอุทยาน เสด็จกลับทรงทำการบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่พระองค์ทรงบูชา 

เนืองๆ ก็พระจุฬามณีนี้ ท่านที่มีอายุมากสักหน่อยคงจะทราบดีว่าเป็นที่บรรจุพระเกศธาตุทของพระพุทธเจ้าหรือพระเมาลีของพระพุทธเจ้า อยู่ในดาวดึงส์เทวโลก ในสมัยที่พระโพธิสัตว์คือเจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกบรรพชานั้น เมื่อมาถึงแม่น้ำอโนมานที ทรงอธิษฐานเพศเป็นบรรพชิต ทรงตัดพระเมาลี คือมวยผมขว้างไปในอากาศ พระอินทร์ คือท้าวสักกเทวราชนี้ทรงนำเอาผอบแก้วมารับไว้ ทรงนำไปประดิษฐานไว้ในพระเจดีย์จุฬามณี

  ภายหลังเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว เมื่อมีการแบ่งพระบรมธาตุกันนั้น โทณพราหมณ์ได้แอบเอาพระเขี้ยวแก้วข้างขวาซ่อนไว้ในมวยผม ท้าวสักกะทรงหยิบจาก มวยผมของโทณพราหมณ์ (ซึ่งบางท่านก็ว่าเป็นผ้าโพกศีรษะ) เอาใส่ผอบทองคำ นำไป บรรจุไว้ในพระจุฬามณีเจดีย์ด้วย ด้วยเหตุนี้พระจุฬามณีเจดีย์จึงเป็นที่ประดิษฐานทั้ง พระเกศธาตุและพระทาฐิธาตุ พูดตามธรรมดาก็ว่าเป็นที่บรรจุผมและพระเขี้ยวแก้วข้างขวาของพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งท้าวสักกะและเทพทั้งหลายไปบูชาสักการะกันเป็นประจำ    

   แม้คนเราเมื่อใกล้จะตาย ผู้ที่อยู่ใกล้ เมื่อจะบอกหนทางไปสู่สุคติแก่ผู้ที่จะตายนั้น ก็บอกให้นึกถึงพระจุฬามณี เอา

ดอกไม้ซึ่งส่วนมากเป็นดอกบัวพร้อมธูปเทียนใส่มือ จับมือยกขึ้นประนม บอกให้เอาดอกไม้ธูปเทียนไปบูชาพระจุฬามณี ก็นับว่าผู้บอกทางได้ บอกทางสวรรค์ให้คนที่จะตายนั้นโดยแท้ เพราะเมื่อจิตเลื่อมใสใคร่จะไปบูชาพระ บรมธาตุเมื่อใกล้จะตาย ก็ต้องไปสู่สุคติแน่นอน


[full-post]
ขับเคลื่อนโดย Blogger.