คำศัพท์ " สาธุ " และ " อนุโมทนา " ต่างก็มีอรรถ ยอมรับ และ เห็นชอบ
สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
คำศัพท์ " สาธุ " และ " อนุโมทนา " ต่างก็มีอรรถ ยอมรับ และ เห็นชอบ เหมือนกันก็จริง แต่ก็ยังมีอรรถส่วนที่ต่างกัน และมีสถานภาพเป็นอภิเธยยศัพท์ทำหน้าที่เป็นปริบทประกอบเป็นสำนวนโวหารที่ต่างกัน รวมทั้งในสถานภาพเป็นนิบาตที่ต่างกัน ดังนี้
ก. สาธุ
1. ในความหมายว่า สูงศักดิ์,มีสกุล,คนดี มีคำที่เป็น ไวพจน์กัน 6 ศัพท์(อภิธาน 333) ดังนี้
1.1กุลีน(กูล+อิน) มีรูปวิเคราะห์ว่า กุลสฺส อปจฺจํ กุลีโน ทายาทของผู้มีสกุล เรียกว่า กุลีนะ ดังเช่นใน วิ.จูฬ.7/385/209 อหํ กุลีโน อิเม น กุลีนา ข้าพเจ้าเป็นผู้มีสกุล คนเหล่านี้เป็นผู้ไม่มีสกุล
1.2สชฺชน(ส+ชน) มีรูปวิเคราะห์ว่า โสภโน ชโน สชฺชโน คนดีเรียกว่า สัชชนะ
1.3 สาธุ(สาธ สํสิทฺธมฺหิ+อุ) มีรูปวิเคราะห์ว่า สปรตฺถํ สาเธตีติ สาธุ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ของตนและของผู้อื่นได้สำเร็จ เรียกว่า สาธุ
1.4 สภฺย(สภา+ย) มีรูปวิเคราะห์ว่า สภายํ สาธุ สภฺโย คนดีในสังคมเรียกว่า สัภยะ
1.5(อย คติยํ+ย) มีรูปวิเคราะห์ว่า อยิตพฺโพ อุปคนฺตพฺโพติ อยฺโย ผู้ที่ใครๆควรเข้าไปหา เรียกว่า อัยยะ
1.6 มหากูล (มหากุล+ณ) มีรูปวิเคราะห์ว่า มหากุลสฺส อปจฺจํ มหากุโล ทาบาทของตระกูลใหญ่ เรียกว่า อัยยะ ดังเช่นใน ม.ม.อฏ.86/84 น ตุมฺหากํเยว กุลานิ มหากุลานิ, อมฺหากํปิ กุลํ กุลํมหากุลํ ตระกูลของพวกท่านไม่ใช่ตระกูลใหญ่ ตระกูลของเราเป็นตระกูลใหญ่
2. ในความหมายว่า ดี,งาม,น่าชอบใจ มีคำที่เป็นไวพจน์กัน 18 ศัพท์ (อภิธาน 693)ดังนี้
2.1โสภน(สุภ โสภเน +ยู) 2.2รุจิร(รุจ ทิตฺติยํ+อิน)2.3สาธุ(สาธ สํสิทฺธยํ+อุ)2.4มนุญฺญ(มนสทฺทูปปท+ญฺา)2.5จารุ(จร คติภกฺขเณสุ+ณ+อุ)2.6สุนฺทร(สุ+ทรง ทารเณ+อ)2.7วคฺคุ(วคฺค คมเน+อุ)2.8มโนรม(มนสทฺทูปปท+รมุ รมเน+อ)2.9กนฺต(กุมุ อิจฺฉายํ+ต)2.10 หารี(หร หรเณ+ณี)2.11มญฺชุ(มน ญฺาเน+ชุ)2.12เปสล(ปิยสีล+ณ)2.13ภทฺท(ภทฺท กลฺยาเณ+อ)2.14วาม(วาคติยํ+ม)2.15กลฺยาณ(กล สงฺขยาเน+ยาณ)2.16มนาป(มนสทฺทูปปท+อป ปาปุณเน+อ)2.17ลทฺธก(ลภ ลาเภ+ต+ก)2.18สุภ(ศุภ โสภเน+อ)
3. ในสถานภาพเป็นอภิเธยยศัพท์ มีอรรถ 6 อย่าง(อภิธาน 790) ดังนี้
3.1 สุนทระ ความดี
3.2 ทัฬหิกัมมะ การทำให้มั่นคง
3.3 อายาจนะ การอ้อนวอน
3.4 สัมปฏิจฉนะ การรับคำ
3.5 สัชชนะ คนดี
3.6 สัมปหังสา ความยินดี (ตัวอย่างสถานะเป็นอภิเธยยศัพท์มีมากในคัมภีร์อรรถกถา เพราะขยายความพุทธพจน์โดยตรง)
4. ในสถานภาพเป็นนิบาตศัพท์ ใช้ในอรรถ ยอมรับ และ เห็นชอบ นิบาตในความหมายนี้นิยมใช้ 6 ศัพท์(อภิธาน 1144) ดังนี้
4.1 อาม ถูกต้อง,เออ,ใช่,ครับ,คะ
4.2 สาหุ ดี, ลหุ ดีแล้ว
4.3 โอปายิกํ สมควร
4.4 ปติรูปํ ถูกต้อง, สมควร, เหมาะสม
4.5 สาธุ ดีแล้ว
4.6 เอวํ ใช่, อย่างนั้น
(ตัวอย่างสถานภาพที่เป็นนิบาตศัพท์มีมากในคัมภีร์ไวยากรณ์ เช่น คัมภีร์คันถาภรณะ แสดงอรรถนิบาตที่ประกอบในประโยคประเภทต่างๆ เช่น วิตถารโชตกะ,วากยารัมภโชตกะ,ทัฬฮีกรณโชตกะ ฯลฯ
แม้ในคัมภีร์กัจจายนสังเขปก็แสดงอรรถนิบาตในมติอาจารย์ที่แต่งคัมภีร์สายเดียวกัน เช่น คัมภีร์ปทรูปสิทธิ, คัมภีร์นฺยาสะ เป็นต้น หรือ ต่างสายคัมภีร์กัน มี คัมภีร์สายโมคคัลลานะ,คัมภีร์สายสัททนีติเป็นต้น
ข. อนุโมทนา
อนุโมทนา(อิตถีลิงค์) อนุโมทนํ(นปุงสกลิงค์) มีอรรถว่า ความชื่นชม การขอบคุณ เป็นคำนามที่มาจากคำกิริยาว่า อนุโมทติ ที่เป็น กรรม.กา คือ เป็นกรรมการกะ ที่เนื่องอยู่กับอรรถทุติยาวิภัตติ 10 ประเภท คือ 1.อรรถกัมมะ 2.อรรถปุพพาทิปโยคะ 3.อรรถกัมมัปปวจนียะ 4.อรรถตติยาวิภัตติ(อรรถทุติยาวิภัตติที่เสมอเหมือนอรรถตติยาวิภัตติ) 5.อรรถอัจจันตสังโยคะ 6.อรรถสัมปทานะ 7.อรรถอปาทาน 8.อรรถสัตตมีวิภัตติ(อรรถทุติยาวิภัตติที่เสมอเหมือนอรรถตติยาวิภัตติ) 9.อรรถฉัฏฐีวิภัตติ(อรรถทุติยาวิภัตติที่เสมอเหมือนอรรถฉัฏฐีวิภัตติ) 10.อรรถกาล(อรรถทุติยาวิภัตติในอรรถกาล)
คํานาม คำกิริยาวิเศษณ์ คำคุณศัพท์ ที่มาจากคำกิริยา ประเภท กรรม.กา นี่เองที่ทำให้คำศัพท์ชนิดดังกล่าวมีอรรถหลากหลายเพราะเนื่องอยู่กับอรรถ 10 ประเภทดังกล่าว แต่ถัาจับความเนื่องกันได้ก็จะทราบความได้โดยไม่ยากนัก
(สาระการค้นหาความหมายศัพท์ จากคัมภีร์สังวรรณา, คัมภีร์สัททัตถเภทจินตา, คัมภีร์คันถาภรณวรรณา,คัมภีร์วากยสังสยวิโสธนี คัมภีร์ปทวิจารทีปนี, คัมภีร์เนตติปกรณ์, คัมภีร์อภิธาน, คัมภีร์ธาตวัตถสังสังคหะ, คัมภีร์มุขฺย, คัมภีร์อุปจาระ, คัมภีร์นยะ, คัมภีร์นิสสยะ พร้อมทั้งอุทาหรณ์ในคัมภีร์อรรถกถา และฏีกา)
