ทองย้อย แสงสินชัย
ปลดแอกกฐินผ้าป่ากันได้หรือยัง
---------------------------------
ถามว่า พระไม่ได้รับกฐิน เสียสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบว่า ไม่ได้รับกฐินก็ไม่ได้อานิสงส์กฐิน
อานิสงส์กฐินที่พระจะได้รับมี ๕ ข้อ คือ
.....................................................
๑. ไปไหนมาไหนไม่ต้องบอกลาตามสิกขาบทที่ ๖ แห่งอเจลกวรรคในปาจิตตีย์กัณฑ์
๒. ไปไหนมาไหนไม่ต้องเอาไตรจีวรไปครบสำรับ
๓. ฉันคณโภชน์ได้
๔. เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
๕. จีวรที่เกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของได้แก่พวกเธอ
.....................................................
โปรดทราบว่า อานิสงส์ทั้ง ๕ ข้อนี้เป็นอย่างเดียวกับอานิสงส์การจำพรรษา หมายความว่า พระที่จำพรรษาครบ ๓ เดือน ไม่ขาดพรรษา ก็จะได้รับอานิสงส์ทั้ง ๕ นี้เช่นเดียวกัน
พรรษาขาด ไม่ได้อานิสงส์จากการจำพรรษาด้วย ทั้งหมดสิทธิ์ที่จะรับกฐินด้วย
จะเห็นได้ว่า เรื่องสำคัญอยู่ที่จำพรรษา ได้รับกฐินหรือไม่ได้รับ ไม่มีปัญหา ขอให้จำพรรษาครบ ๓ เดือน ได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกับอานิสงส์กฐิน
ถามว่า แล้วฝ่ายญาติโยมชาวบ้านล่ะ ไม่ได้ทอดกฐิน เสียสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบว่า ไม่ได้เสียอะไรเลย ทอดกฐินคือถวายสังฆทาน ไม่ได้ทอดกฐินก็ยังถวายสังฆทานได้อีกหลายวิธี
หัวใจกฐินคือถวายผ้าให้พระผลัดเปลี่ยนจีวร
ยังมีวิธีถวายผ้าให้พระอีกหลายวิธี
หัวใจกฐินคือส่งเสริมให้เกิดสามัคคีในหมู่สงฆ์
ไม่ได้ทอดกฐินก็ยังมีทางส่งเสริมให้เกิดสามัคคีในหมู่สงฆ์ได้อีกหลายทาง
เพราะฉะนั้น ถ้ามีปัญหา เช่นพระจำพรรษาไม่ครบ ๕ รูป ชาวบ้านก็อย่าทอดกฐินที่วัดนั้น
วัดที่มีพระจำพรรษาไม่ถึง ๕ รูป พระก็อย่าขวนขวายดิ้นรนเพื่อจะรับกฐิน
ในเมื่อไม่มีใครเสียสิทธิประโยชน์อะไรเลย เราจะทำเรื่องที่มันมีปัญหาทำไมเล่า
แต่ถ้าทุกอย่างพร้อมที่จะทอดกฐินได้-ที่สำคัญคือมีพระจำพรรษาครบ ๕ รูป ก็ทอดเลย ชาวบ้านก็ขวนขวายช่วยกันหากฐินไปทอดได้เลย ชาววัดก็รับกฐินได้ด้วยความสบายใจ
ปัญหาเกิดขึ้นก็เพราะเราไปตีราคากฐินเป็นเงิน
คนทอดกฐินก็ตั้งใจจะหาเงิน
พระที่รับกฐินก็หมายใจว่าจะได้เงิน
เมื่อเอาเงินเป็นเป้าหมาย และมองเห็นว่ากฐินเป็นทางมาแห่งเงิน ก็เลยพากันขวนขวายทุกวิถีทางที่จะทอดกฐิน+รับกฐินให้จงได้
.......................
ผมขอเสนอให้ตั้งอารมณ์กันใหม่
รากเหง้าเค้าเดิมของกฐินไม่ได้มาจากเงิน
ชาวบ้านจะหาเงินเข้าวัด ทำไมจะต้องเอาไปผ่านกฐิน
ชาววัดอยากได้เงิน ทำไมจะต้องเอาไปผูกกับกฐิน
เราถูกครอบงำด้วยความเชื่อว่า “กฐินมีอานิสงส์แรง” โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า อานิสงส์แรงนั้นคืออะไร คืออย่างไร
แทนที่จะช่วยกันให้ความรู้ว่า กฐินมีอานิสงส์แรงคืออย่างไร เรากลับใช้ความเชื่อนั้นเป็นช่องทางหาเงิน จนกระทั่ง - “กฐินคือเงิน เงินคือกฐิน” - เงินกับกฐินเป็นภาพเดียวกันอยู่ในทุกวันนี้
ปลดแอกอันนี้ออกไปเถอะครับ
จะหาเงินก็หาไป ใช้ช่องทางอื่น อย่าเอามาผ่านกฐิน
เวลานี้กฐินผ้าป่ากับสังฆทานอยู่ในอาการคล้ายกันในความรู้สึกของคนไทย
.....................................................
จะหาเงิน ต้องผ่านกฐินผ้าป่า
จะถวายสังฆทาน ต้องผ่านชุดสังฆทาน
.....................................................
ทั้งนี้เกิดจากความเชื่อแบบหลับตาเชื่อ ไม่คิดจะศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจ
รากเหง้าเค้าเดิมของกฐินผ้าป่าคือเจตนาสงเคราะห์พระไม่ให้ลำบากด้วยผ้าคือเครื่องนุ่งห่ม ไม่ใช่เจตนาหาเงิน
เฉพาะผ้าป่านั้น เวลานี้วิปริตบิดเบี้ยวไปจนกลายเป็นปฏิปักษ์กับรากเหง้าเค้าเดิมของตัวอย่าง “น่าหวัว” เป็นที่สุด
กล่าวคือ เราทอดผ้าป่าเพื่อรวบรวมสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือระดมทุนเพื่อจัดหาสิ่งนั้นสิ่งนี้สารพัด เช่น ผ้าป่าหนังสือ ผ้าป่ากระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์ ผ้าป่าชุดปฐมพยาบาล ผ้าป่าอาหารกลางวันเด็ก ผ้าป่าชุดนักเรียน ฯลฯ สารพัดผ้าป่า
แต่ไม่มีผ้าป่าเพื่อรวบรวมผ้าไปถวายพระภิกษุสามเณรที่ขาดแคลนผ้าไตรจีวร
นี่คือผ้าป่าตัวจริง หรือผ้าป่าตัวพ่อ แต่ผ้าป่านี้ไม่มีใครทอด
ถ้ามีใครทอดผ้าป่าตัวจริงนี้จริงๆ ก็ขออนุโมทนาครับ
นี่คือเราพากันหลงติดส่วนที่งอกออกมาจนกระทั่งไม่รู้จักตัวจริง
จะหาเงิน ก็ควรคิดวิธีหาของตัวเองขึ้นมา ทำไมจะต้องเอาผ่านกฐินผ้าป่า
ปล่อยกฐินผ่าป่าไว้ให้เป็นบุญบริสุทธิ์ตามเจตนาดั้งเดิม
ที่ไหนพร้อมจะทอดกฐินได้โดยปลอดจากปัญหา จึงควรทอด
ถ้ามีปัญหา ก็อย่าทอด
ไม่ทอดก็ไม่มีใครเสียสิทธิประโยชน์ใดๆ อยู่แล้ว
จะหาเงิน จะระดมทุนเพื่อการกุศลใดๆ ก็หาด้วยวิธีการเฉพาะทางนั้นๆ ซึ่งมีอีกตั้งร้อยทางพันวิธี ไม่จำเป็นต้องเอามาผ่านหรือเอามาผูกกับการทอดกฐินทอดผ้าป่า
ไม่ได้ห้ามทอด
แต่ให้ปล่อยกฐินผ้าป่าไว้ให้เป็นบุญบริสุทธิ์
เมื่อพร้อม เมื่อปลอดปัญหา ก็ทอดก็ทำได้เต็มที่เหมือนเดิม
ทำนองเดียวกับถวายสังฆทาน คือตั้งเจตนาถวายให้เป็นของสงฆ์-จะเป็นอะไรก็ได้ที่สมควรแก่สมณบริโภค ไม่จำเป็นจะต้องเอาไปผ่านชุดสังฆทาน
แม้แต่ถวายเงินสดๆ ตรงๆ ให้เป็นของสงฆ์ นั่นก็เป็นสังฆทาน ทำได้ มีวิธีทำ ไม่ต้องผ่านถังสังฆทานหรือชุดสังฆทานแต่ประการใด
ทำได้อย่างนี้ กฐินผ้าป่าก็จะเป็นบุญบริสุทธิ์
โอกาสที่เราจะทำบุญก็ไม่ได้ถูกปิดกั้นหรือสูญหายไปไหน
ถึงโอกาสจะทอดกฐินทอดผ้าป่า ก็ทอดกันได้อย่างบริสุทธิ์ใจจริงๆ
โดยเฉพาะกฐินนั้นเป็นพระพุทธานุญาต เราไม่เอามาทำให้วิปลาสคลาดเคลื่อนก็เท่ากับรักษาพระพุทธานุญาตไว้ให้บริสุทธิ์ เป็นการรักษาพระศาสนาได้ส่วนหนึ่ง
----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๕
๑๕:๓๑

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ