อย่ารอทำแค่วันมาฆบูชาวันเดียว
----------------------------------
ทีแรกผมตั้งชื่อบทความเรื่องนี้ว่า “เครื่องแบบ ระเบียบ และปุถุชน”
ผมตั้งวงความคิดว่า ตามหลักแล้วเมื่อเราใช้สิทธิ์แต่งเครื่องแบบ เราก็ต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ
ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบได้ ก็ควรสละสิทธิ์ที่จะแต่งเครื่องแบบนั้นเสีย
ไม่มีใครแต่งเครื่องแบบมาตั้งแต่เกิด
แม้บางกรณีดูคล้ายกับว่าถูกบังคับให้แต่งเครื่องแบบ แต่ก็สามารถเลือกใช้สิทธิ์ที่จะไม่แต่งได้
สรุปว่าเราแต่งเครื่องแบบด้วยความสมัครใจ
เพราะฉะนั้นก็ควรปฏิบัติตามระเบียบด้วยความเต็มใจ
เวลานี้มีคนขอแต่งเครื่องแบบ
แต่ก็ขอที่จะไม่ปฏิบัติตามระเบียบด้วย
โดยอ้างว่า ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบได้หมดทุกข้อ เนื่องจากยังเป็นปุถุชน จะมาเกณฑ์ให้บริสุทธิ์ผุดผ่องเต็มร้อยเหมือนอริยชนนั้นไม่ได้
แล้วก็เริ่มจะมีคนเห็นใจ และเห็นด้วยกับแนวคิดเช่นนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
อันที่จริง ระเบียบนั้นกำหนดขึ้นมาก็เพื่อจะให้ปุถุชนนั่นแหละปฏิบัติ
อริยชนจิตสูงเหนือระเบียบ คือไม่คิดจะละเมิดระเบียบอยู่แล้ว มีระเบียบหรือไม่มีระเบียบ อริยชนก็ไม่สร้างปัญหา
ปุถุชน ถ้าไม่มีระเบียบกำกับไว้ก็สร้างปัญหาได้ง่ายและสร้างได้เยอะ เพราะฉะนั้น จึงต้องมีระเบียบเยอะ เพื่ออุดช่องโหว่ พร้อมไปกับใช้เป็นแบบฝึกหัดขัดเกลาให้ค่อยๆ ประณีตขึ้นไปตามลำดับจนถึงระดับอริยชนได้ในที่สุด
และอันที่จริง หลักที่เป็นสากลก็มีอยู่และรู้กันทั่วไป นั่นคือ ถ้าปฏิบัติตามระเบียบไม่ได้ก็อย่าเพิ่งเข้าไปแต่งเครื่องแบบ
แต่หลักนี้ก็กำลังจะถูกทำให้เสียหลัก โดยการสร้างทฤษฎีขึ้นมารองรับว่า การเข้าไปแต่งเครื่องแบบเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ใครจะมาลิดรอนหรือกีดกันมิได้
เป็นอันว่า -
การแต่งเครื่องแบบ เป็นสิทธิ
การไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ เป็นสิทธิ
และระหว่างการฝึกฝนตนเองเพื่อเป็นอริยชน กับการปล่อยตัวเป็นปุถุชน การเลือกไม่ฝึกฝนตนเอง แต่เลือกที่จะอยู่อย่างปุถุชน ก็เป็นสิทธิ
เวลานี้สังคมเราจึงกำลังคึกคักคับคั่งไปด้วยผู้ที่ใช้สิทธิ์เข้าไปแต่งเครื่องแบบ แล้วเข้าใจว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบ โดยอ้างสิทธิ์ความเป็นปุถุชน
ก็คงเจริญกันใหญ่
ถ้าเห็นด้วยกับสภาพที่กำลังเกิดขึ้นเช่นนี้ ก็ไม่ต้องทำอะไรกับใคร ลอยตามโลกไปวันๆ ก็สบายแล้ว
และถ้าไม่เห็นด้วยกับสภาพที่กำลังเกิดขึ้นเช่นนี้ ก็ไม่ต้องทำอะไรกับใครเช่นกัน เพียงแต่หันมาทำกับตัวเอง คือฝึกตัวเอง โดยใช้กฎเหล็กแค่ ๒ ข้อ
กฎข้อแรกก็คือ อย่าอ้างว่าเดี๋ยวนี้ใครๆ เขาก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น สังคมมันเป็นอย่างนี้ โลกมันเป็นอย่างนี้ เราจะมามัวฝืนโลกอยู่ได้อย่างไร
กฎข้อสองก็คือ ให้คิดว่าเรานี่แหละที่สามารถฝืนสังคมและฝืนโลกได้ โดยใช้หลักที่ง่ายที่สุด นั่นคือ -
๑ อะไรชั่ว ไม่ทำ-แม้ใครๆ เขาจะทำกันทั่งโลก
๒ อะไรดี ทำ-แม้ทั้งโลกจะมีเราทำอยู่คนเดียว
....................
ถ้าพระพุทธเจ้าท่านลอยตามโลก-เหมือนกับที่คนส่วนมากทำกัน โลกก็คงไม่มีพระพุทธศาสนาให้เราได้อาศัยอยู่ในทุกวันนี้
ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเป็นพระพุทธเจ้าเสียก่อนจึงจะทำเช่นนั้นได้ เป็นแค่คนที่นับถือพระพุทธเจ้าธรรมดาๆ นี่แหละ ก็สามารถปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้
อะไรชั่ว ไม่ทำ
อะไรดี ทำ
เติมเต็มเข้าไปอีกข้อหนึ่ง-ทำจิตของตนให้ผ่องใส แค่นี้ก็สมบูรณ์แบบ
ทำได้ทันที-วันนี้
และทำได้ทุกวัน
อย่ารอทำแค่วันมาฆบูชาวันเดียวนะครับ
-----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๙ กันยายน ๒๕๖๕
๑๖:๐๕
[right-side]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ