ถวายงานให้กองบาลีสนามหลวงอีกเรื่องหนึ่ง

------------------------------------------

เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๕ เป็นวันพระกลางเดือน ๑๐ ตอนเช้าผมไปทำบุญที่วัดมหาธาตุราชบุรีตามปกติ ตอนบ่ายไปสวดมนต์ตามที่คณะอุโบสถ-โดยอนุมัติของหลวงพ่อ-ตกลงกัน เป็นกิจวัตรทุกวันพระ

ทำวัตรเย็นเสร็จ เจริญจิตภาวนาตามสติปัญญา แล้วก็นึกถึงข้อความตอนหนึ่งในบททำวัตรเย็น

บททำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็นภาษาบาลีที่สวดกันอยู่ทุกวันนี้มีหลักฐานบอกไว้ว่าเป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๔

บททำวัตรเช้า-เย็นมีเนื้อหาสาระอยู่ที่การเจริญคุณพระรัตนตรัย ข้อความที่ผมนึกถึงในบททำวัตรเย็นก็คือข้อความตรงที่ว่า 

..............................................

พุทฺธฺวารหนฺตวรตาทิคุณาภิยุตฺโต

สุทฺธาภิญาณกรุณาหิ  สมาคตตฺโต

โพเธสิ  โย  สุชนตํ  กมลํว  สูโร

วนฺทามหํ  ตมรณํ  สิรสา  ชิเนนฺทํ.

พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณมีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณเป็นต้น

มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณและพระกรุณาอันบริสุทธิ์

พระองค์ใดทรงกระทำชนที่ดีให้เบิกบานดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน

ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ผู้ไม่มีกิเลสพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า

สฺวากฺขาตตาทิคุณโยควเสน  เสยฺโย

โย  มคฺคปากปริยตฺติวิโมกฺขเภโท

ธมฺโม  กุโลกปตนา  ตทธาริธารี

วนฺทามหํ  ตมหรํ  วรธมฺมเมตํ.

พระธรรมเป็นสิ่งที่ประเสริฐเพราะประกอบด้วยคุณคือความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น

เป็นธรรมอันจำแนกเป็นมรรค ผล ปริยัติ และนิพพาน

เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรมจากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว

ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น อันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด.

สทฺธมฺมโช  สุปฏิปตฺติคุณาทิยุตฺโต

โยฏฺฐพฺพิโธ  อริยปุคฺคลสงฺฆเสฏฺโฐ

สีลาทิธมฺมปวราสยกายจิตฺโต

วนฺทามหํ  ตมริยาน  คณํ  สุสุทฺธํ.

พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม ประกอบด้วยคุณมีความปฏิบัติดีเป็นต้น

เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคลอันประเสริฐแปดจำพวก

มีกายและจิตอันอาศัยธรรมมีศีลเป็นต้นอันบวร

ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าเหล่านั้นอันบริสุทธิ์ด้วยดี

..............................................

ข้อความส่วนอื่นในบททำวัตรเย็น นอกจากส่วนที่เป็นพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณแล้ว ก็เป็นข้อความที่ซ้ำกัน เปลี่ยนแต่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เท่านั้น แต่ข้อความ ๓ คาถานี้ไม่ซ้ำกัน

เวลาสวด ผมชอบพินิจวรรคสุดท้ายในแต่ละบท

วนฺทามหํ  ตมรณํ  สิรสา  ชิเนนฺทํ.

วนฺทามหํ  ตมหรํ  วรธมฺมเมตํ.

วนฺทามหํ  ตมริยาน  คณํ  สุสุทฺธํ.

โปรดสังเกตการเล่นคำ “วนฺทามหํ  ตม...” 

พระพุทธคุณ: “วนฺทามหํ  ตมรณํ”

พระธรรมคุณ: “วนฺทามหํ  ตมหรํ”

พระสังฆคุณ: “วนฺทามหํ  ตมริยาน”

ใครเรียนบาลี ซึมซับอรรถรสของฉันท์บาลี รู้ความหมายไปพร้อมกับที่สวด จะยิ่งซาบซึ้ง

ทั้ง ๓ บทนั้นท่านแต่งเป็นวสันตดิลกฉันท์ ถ้านึกไม่ออกหรือไม่รู้ว่าวสันตดิลกฉันท์เป็นอย่างไร ก็ขอให้นึกถึงบทพาหุง เป็นวสันตดิลกฉันท์แบบเดียวกัน

วสันตดิลกฉันท์วรรคหนึ่งมี ๑๔ พยางค์ หรือ ๑๔ คำ-ชวยกันจำกฎเบื้องต้นไว้

นักเรียนบาลีที่เรียนถึง ป.ธ.๘ จะต้องเรียนวิชาแต่งฉันท์มคธเป็นวิชาหนึ่งใน ๓ วิชา (แปลไทยเป็นมคธ แปลมคธเป็นไทย และแต่งฉันท์มคธ)

วิชาแต่งฉันท์ตามหลักสูตรกำหนดฉันท์ไว้ ๖ ชนิด คือ ปัฐยาวัตฉันท์ อินทรวิเชียรฉันท์ อุเปนทรวิเชียรฉันท์ อินทรวงศ์ฉันท์ วังสัฏฐฉันท์ และวสันตดิลกฉันท์ ให้เลือกแต่งไม่น้อยกว่า ๓ ชนิด

ปัฐยาวัตฉันท์ เป็นฉันท์ที่นักเรียนเลือกเป็นอันดับแรก เพราะแต่งง่าย จนมีคำเรียกว่า “สามัญคาถา” หมายถึงฉันท์ที่เป็นพื้นฐาน เวลาเรียนก็เรียนปัฐยาวัตฉันท์ก่อนฉันท์อื่น

ฉันท์ที่นักเรียนจะเลือกเป็นอันดับสุดท้ายคือวสันตดิลกฉันท์ เพราะแต่งค่อนข้างยาก แต่นักเรียนบาลีที่ชอบของยากก็พอหาได้ไม่ยาก

ตอนสอบชั้น ป.ธ.๘ (พ.ศ.๒๕๑๓) เชื่อหรือไม่-ผมเลือกแต่งวสันตดิลกฉันท์เป็น ๑ ใน ๓ 

ถือว่าบังอาจไม่เบา

คิดมาถึงตรงนี้แหละครับที่ทำให้ต้องเขียนเรื่องนี้

เรื่องของเรื่องก็คือ ตกมาถึงวันนี้ วสันตดิลกฉันท์ที่ผมแต่งสอบในครั้งกระโน้น ผมจำไม่ได้แม้แต่คำเดียว

นักเรียนบาลีบางท่านบริหารเวลาในสนามสอบดีมาก สามารถลอกคำตอบเก็บไว้เป็นสำเนาได้ทุกวิชา แต่ผมไม่เคยทำได้เลยไม่ว่าวิชาอะไรชั้นไหน ส่งใบตอบแล้วก็เป็นอันส่งเลย ไม่มีอะไรเก็บไว้ดูต่างหน้า

ตรงนี้แหละที่ผมเกิดไอเดียขึ้นมา

การสอบบาลีของคณะสงฆ์ไทยเรา เดิมไม่ได้ใช้วิธีเขียนคำตอบ แต่ใช้วิธีสอบแปลปากเปล่า มาเริ่มสอบด้วยวิธีเขียนคำตอบเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ เป็นปีแรก พระมหาเมฆ อิสิญาโณ วัดเทพศิรินทราวาส สอบได้เป็นรูปแรกและรูปเดียวในปีแรกนั้น

สมมุติว่ามีคนอยากรู้ว่า ปีที่สอบได้นั้นพระมหาเมฆทำข้อสอบว่าอย่างไรบ้าง จะไปหาดูได้ที่ไหน ใบตอบที่ส่งให้กรรมการตรวจ กองบาลีสนามหลวงยังเก็บไว้หรือเปล่า

แต่คาดเดาได้ว่า ณ วันนี้น่าจะไม่มีอะไรเหลือแล้ว เว้นเสียแต่ว่าพระมหาเมฆท่านได้ลอกคำตอบทำสำเนาไว้และเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติส่วนตัวสืบมาและลูกหลานยังเก็บรักษาไว้ หรือมีใครนำไปเขียนบันทึกเผยแพร่ไว้เป็นหลักฐาน-ซึ่งก็ต้องสืบหากันอีกว่ามีการทำเช่นว่านั้นไว้หรือเปล่า

ใบตอบของผู้สอบได้ในปีนั้น โดยเฉพาะวิชาแต่งฉันท์มคธ ป.ธ.๘ และวิชาแต่งไทยเป็นมคธ ป.ธ.๙ ถ้ายังเก็บไว้อยู่จนถึงปีนี้ จะเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์การเรียนบาลีในเมืองไทยที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

ปีนั้น สอบ ป.ธ.๘ ได้กี่รูป เอาวิชาแต่งฉันท์มคธของแต่ละรูปมาศึกษาดู เราจะได้เห็นสำนวนฉันท์ที่ไพเราะเพราะพริ้ง 

วิชาแต่งไทยเป็นมคธชั้น ป.ธ.๙ ที่สอบได้รูปเดียวในปีนั้น สำนวนบาลีที่แต่งเป็นอย่างไรกรรมการจึงอนุมัติให้สอบผ่าน นักเรียนบาลีรุ่นเรา-รุ่นหลังก็จะได้ศึกษาเป็นตัวอย่าง

ผลงานแต่งฉันท์มคธและแต่งไทยเป็นมคธของผู้ที่สอบได้ในแต่ละปีคือ “วรรณกรรมบาลี” อันทรงคุณค่า แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครได้ลิ้มอรรถรส ไม่มีใครได้เห็น-นอกจากกรรมการตรวจข้อสอบเพียง ๓ รูป และพระเถระที่เกี่ยวข้องอีกไม่กี่รูป 

น่าเสียดายอย่างยิ่ง

..................

ข้อเสนอของผมก็คือ ใบตอบวิชาแต่งฉันท์มคธและแต่งไทยเป็นมคธของผู้ที่สอบได้ในแต่ละปี ขอให้กองบาลีสนามหลวงสืบหาย้อนหลังไปตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๖๙ เป็นต้นมาจนถึงปีล่าสุด เท่าที่ยังเก็บรักษาไว้หรือเท่าที่สามารถจะสืบหาได้ เอาใบตอบดังกล่าวนั้นมาทำสำเนา จะใช้วิธีพิมพ์เป็นไฟล์หรือถ่ายเป็นภาพก็ตาม เก็บไว้ให้ครบถ้วน 

การเก็บเอกสารในระบบดิจิตอลไม่ยุ่งยากและไม่เปลืองที่ ใครต้องการศึกษาก็สามารถคัดลอกหรือดาวน์โหลดเอาไปศึกษาเรียนรู้ได้อย่างเสรี 

นั่นคือ “วรรณกรรมบาลี” ที่เป็นผลงานของนักเรียนบาลีในเมืองไทยจะไม่สูญหายไปไหน

และนั่นคือผลงานของกองบาลีสนามหลวงที่จะเป็นอมตะอยู่คู่วงการเรียนบาลีในบ้านเราไปชั่วกาลนาน

...............................................

หลวงเทพดรุณานุศิษฏ์ นักเรียนบาลีรุ่นครูท่านฝากนักบาลีรุ่นหลังไว้ว่า ... อย่านึกว่าไม่มีอะไรทำ เรื่องที่จะทำยังมีอีกมาก ... (คำนำหนังสือ ธาตุปฺปทีปิกา ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒)

...............................................

ขอความกรุณาอย่าเพิ่งครั่นคร้ามกับปริมาณงานที่มีจำนวนมหึมา

ขอความกรุณาอย่าเพิ่งบอกว่าทำไม่ได้

และขอความกรุณาอย่าเพิ่งบอกว่างานแบบนี้ไร้สาระ

ถ้าคิดจะทำ มีทางทำได้เสมอขอรับ

และผลงานบาลีที่ทำออกมาแล้วมีสาระเสมอ-และมีสาระอย่างยิ่งขอรับ

ถ้าไม่ทำวันนี้ อีก ๑๐๐ ปีก็สูญหมด-เหมือนกับผลงานบาลีบนใบตอบของนักเรียนบาลีที่สอบได้เป็นรูปแรกด้วยวิธีสอบข้อเขียนเป็นปีแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๖๙ ที่สูญไปแล้ว 

และที่จะทยอยสูญตามไปเรื่อยๆ-ถ้าไม่คิดจะเก็บรักษากันไว้ตั้งแต่วันนี้

------------------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๔ กันยายน ๒๕๖๕

๑๒:๐๙

[full-post]

หลวงเทพดรุณานุศิษฏ์

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.