วิธีอ้างอิงพระไตรปิฎก
..................................................
เรื่องนี้ไม่สนุก ไม่ได้เขียนเอาไลค์
ญาติมิตรที่อ่านเอามันเอาฮา ไม่ควรเสียเวลาอ่าน
แต่ถ้าอ่านเอาความรู้เกี่ยวกับคัมภีร์พระพุทธศาสนา น่าจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
..................................................
หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาท่านบันทึกไว้ในแหล่งรวมที่เรียกว่า “พระไตรปิฎก” พระไตรปิฎกจึงเป็นต้นธาตุต้นธรรมต้นน้ำต้นทางของหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา
ใครพูดธรรมะเรื่องอะไร แล้วอ้างว่าเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา ต้องสามารถอ้างได้ว่าอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มไหน
มิเช่นนั้นจะกลายเป็น-ธรรมะที่ข้าพเจ้าว่าเอาเอง
ไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้า
พระไตรปิฎกท่านบันทึกไว้เป็นภาษาบาลี ไทยเราจัดพิมพ์พระไตรปิฎกภาษาบาลีอักษรไทยเป็นเล่มได้ ๔๕ เล่ม ฉบับที่เป็นมาตรฐานกลางเรียกว่า พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ
เล่ม ๑ ถึงเล่ม ๘ เป็นพระวินัยปิฎก
เล่ม ๙ ถึงเล่ม ๓๓ เป็นพระสุตตันตปิฎกหรือพระสูตร
เล่ม ๓๔ ถึงเล่ม ๔๕ เป็นพระอภิธรรมปิฎก
ปกติพระไตรปิฎก ๑ เล่ม บรรจุเรื่องราวที่เรียกว่า “คัมภีร์” ๑ คัมภีร์
แต่บางคัมภีร์มีความยาวมาก ต้องแบ่งเป็นหลายเล่ม เช่น -
พระวินัยปิฎก -
คัมภีร์มหาวิภังค์แบ่งเป็น ๒ เล่ม (พระไตรปิฎกเล่ม ๑ เล่ม ๒)
คัมภีร์มหาวรรคแบ่งเป็น ๒ เล่ม (พระไตรปิฎกเล่ม ๔ เล่ม ๕)
คัมภีร์จุลวรรคแบ่งเป็น ๒ เล่ม (พระไตรปิฎกเล่ม ๖ เล่ม ๗)
พระสุตตันตปิฎก -
คัมภีร์ชาดกแบ่งเป็น ๒ เล่ม (พระไตรปิฎกเล่ม ๒๗ เล่ม ๒๘)
คัมภีร์อปทานแบ่งเป็น ๒ เล่ม (พระไตรปิฎกเล่ม ๓๒ เล่ม ๓๓)
พระอภิธรรมปิฎก -
คัมภีร์ยมกแบ่งเป็น ๒ เล่ม (พระไตรปิฎกเล่ม ๓๘ เล่ม ๓๙)
คัมภีร์ปัฏฐานแบ่งเป็น ๖ เล่ม (พระไตรปิฎกเล่ม ๔๐ ถึงเล่ม ๔๕)
ตรงกันข้าม บางคัมภีร์มีความยาวไม่มาก ท่านก็รวมไว้เป็นพระไตรปิฎกเล่มเดียวกัน เช่น -
พระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ รวมคัมภีร์ไว้ด้วยกัน ๕ คัมภีร์ คือ
๑ ขุททกปาฐะ
๒ ธัมมปทคาถาหรือธรรมบท
๓ อุทาน
๔ อิติวุตตกะ
๕ สุตตนิบาต
พระไตรปิฎกเล่ม ๒๖ รวมคัมภีร์ไว้ด้วยกัน ๔ คัมภีร์ คือ
๑ วิมานวัตถุ
๒ เปตวัตถุ
๓ เถรคาถา
๔ เถรีคาถา
พระไตรปิฎกเล่ม ๓๓ รวมคัมภีร์ไว้ด้วยกัน ๓ คัมภีร์ คือ
๑ คัมภีร์อปทาน ภาค ๒
๒ คัมภีร์พุทธวงส์
๓ คัมภีร์จริยาปิฎก
พระไตรปิฎกเล่ม ๓๖ รวมคัมภีร์ไว้ด้วยกัน ๒ คัมภีร์ คือ
๑ คัมภีร์ธาตุกถา
๒ คัมภีร์ปุคคลปัญญัตติ
สรุปว่า
บางคัมภีร์ยาว ต้องแบ่งเป็นพระไตรปิฎกหลายเล่ม
บางคัมภีร์สั้น ต้องรวมหลายคัมภีร์ไว้ในพระไตรปิฎกเล่มเดียวกัน
ที่ผมขอแนะนำให้สนใจเป็นพิเศษก็คือ คัมภีร์ในพระสุตตันตปิฎกกลุ่มที่เป็นขุททกนิกาย
พระสุตตันตปิฎกแบ่งคัมภีร์ออกเป็น ๕ กลุ่ม เรียกว่า “นิกาย” มีชื่อนิกายว่า ทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย โบราณเรียกเป็นคำย่อว่า ที.ม.สัง.อัง.ขุ. เรียกกันว่า “หัวใจพระสุตตันตปิฎก”
เฉพาะขุททกนิกายประกอบด้วยคัมภีร์ ๑๕ คัมภีร์
(๑) ขุททกปาฐะ
(๒) ธัมมปทคาถา (ธรรมบท)
(๓) อุทาน
(๔) อิติวุตตกะ
(๕) สุตตนิบาต
(๖) วิมานวัตถุ
(๗) เปตวัตถุ
(๘ ) เถรคาถา
(๙) เถรีคาถา
(๑๐) ชาดก
(๑๑) นิทเทส
(๑๒) ปฏิสัมภิทามรรค
(๑๓) อปทาน
(๑๔) พุทธวงส์
(๑๕) จริยาปิฎก
(ขุ.ธ.อุ.อิ.สุ.วิ.เป.เถ.เถ.ชา.นิ.ป.อ.พุ.จ.)
..................................................
ญาติมิตรท่านใดมีอุตสาหะท่องจำให้ติดปากว่า “ขุททกนิกายมี ๑๕ คัมภีร์” - ยังไม่ต้องจำชื่อคัมภีร์ จำได้แค่นี้ - “ขุททกนิกายมี ๑๕ คัมภีร์” เอาไปพูดให้ยมบาลฟัง ท่านไม่ตกนรกแน่นอน รับรองว่ายมบาลต้องอึ้ง!!
..................................................
ในจำนวน ๑๕ คัมภีร์นี้ คัมภีร์ยาวมี ๓ คัมภีร์ คือ
๑ ชาดก อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๗-๒๘
๒ นิทเทส อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๙-๓๐
๓ อปทาน อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๓๒-๓๓
ส่วนอีก ๑๒ คัมภีร์เป็นคัมภีร์ค่อนข้างสั้น
ขุททกปาฐะ ธรรมบท อุทาน อิติวุตตกะ สุตตนิบาต รวมอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕
วิมานวัตถุ เปตวัตถุ เถรคาถา เถรีคาถา รวมอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๖
พุทธวงส์ จริยาปิฎก รวมอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๓๓ (เล่ม ๓๓ มีคัมภีร์อปทาน ภาค ๒ ด้วย)
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องที่ควรรู้ นั่นคือ เมื่อยกข้อความในพระไตรปิฎกไปพูดไปเขียน และจะอ้างถึงที่มาเพื่อที่ว่า-ถ้าผู้ฟังผู้อ่านสนใจสงสัยใคร่จะดูต้นฉบับ จะได้ตามไปดูได้ง่าย เขาอ้างกันอย่างไร
ระบบที่นักวิชาการเมืองไทยใช้อ้างอิงพระไตรปิฎกก็คือ ระบุชื่อคัมภีร์เป็นอักษรย่อ ตามด้วย “เล่ม-ข้อ-หน้า”
“ชื่อคัมภีร์เป็นอักษรย่อ” แต่ละคัมภีร์ใช้อักษรย่ออย่างไร เป็นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตไม่นำมาแสดงในที่นี้เพราะจะฟั่นเฝือเกินไป ท่านผู้สนใจสามารถหาแหล่งเรียนรู้ได้เอง
“เล่ม” หมายถึงพระไตรปิฎกเล่มที่เท่าไร-ในจำนวน ๔๕ เล่ม
“ข้อ” คือหมายเลขข้อความในพระไตรปิฎก
ตรงนี้ขอแทรกความรู้นิดหนึ่งว่า ข้อความในพระไตรปิฎกที่พิมพ์เป็นมาตรฐานทุกวันนี้ท่านจะลงหมายเลขกำกับไว้เป็นตอนๆ ตามที่ตกลงเห็นชอบพร้อมกันว่า ข้อความตั้งแต่นี่ถึงนี่เป็นตอนหนึ่ง ลงหมายเลขนี้ ข้อความต่อไปตั้งแต่นี่ถึงนี่ลงหมายเลขนี้ ...
เพราะฉะนั้น ข้อความในพระไตรปิฎกแต่ละเล่มตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายจะมีหมายเลขกำกับไว้ทั้งหมด ข้อความที่ยกไปแสดงอยู่ในหมายเลขอะไรก็ระบุหมายเลขลงไปต่อจากหมายเลข “เล่ม”
“หน้า” อันนี้คงเข้าใจตรงกัน คือหน้าในเล่มหนังสือ ข้อความที่ยกไปแสดงอยู่ในหน้าเท่าไรของพระไตรปิฎกเล่มนั้นก็ระบุลงไป
เขียนเป็นสัญลักษณ์นิยมใช้เครื่องหมายทับ (/) เช่น -
..................................................
ขุ.ธ. ๒๕/๒๗/๔๔
..................................................
“ขุ.ธ.” คืออักษรย่อชื่อคัมภีร์ ขุททกนิกาย ธัมมปทคาถา
“๒๕” คือพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕
“๒๗” คือข้อความอยู่ในข้อ ๒๗
“๔๔” คือข้อความอยู่ในหน้า ๔๔
..................................................
ความจริง ระบุหมายเลข “ข้อ” อย่างเดียวก็สามารถค้นหาได้ง่ายอยู่แล้ว ที่ต้องระบุหมายเลข “หน้า” ไว้ด้วยก็เพราะข้อความบางข้ออาจยาวหลายหน้า จึงระบุหมายเลขหน้าไว้ด้วยเพื่อให้หาพบได้ง่ายขึ้น
เรื่องนี้ เอกสารทางวิชาการรุ่นเก่า เช่นหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต หลักสูตรวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม ซึ่งยกสุภาษิตต่างๆ มาจากพระไตรปิฎก ท่านระบุเฉพาะ “เล่ม” กับ “หน้า” เท่านั้น ไม่ระบุ “ข้อ”
วิธีอ้างเช่นนี้พบว่ามีข้อบกพร่องอยู่บ้าง นั่นคือ ถ้าไปค้นในพระไตรปิฎกที่พิมพ์ต่างรุ่นกัน “หน้า” อาจจะไม่ตรงกัน แต่ “ข้อ” จะไม่มีทางคลาดเคลื่อน ไม่ว่าจะพิมพ์เป็น version ไหน ข้อความแต่ละตอนก็ต้องเป็นหมายเลขเดิมเสมอ การอ้างหมายเลข “ข้อ” จึงแน่นอนกว่า เมื่อรู้หมายเลขข้อแล้ว แม้ข้อความใน “ข้อ” นั้นๆ จะยาวแค่ไหนก็สามารถค้นหาจนพบได้ไม่ยาก
มีปัญหาว่า พระไตรปิฎกที่มีคัมภีร์หลายคัมภีร์อยู่ในเล่มเดียวกัน เวลาอ้างอิงจะอ้างอย่างไร
ต้องเขียนต่ออีกตอนหนึ่ง
-----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๓๐ กันยายน ๒๕๖๕
๑๘:๐๘
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ