ปิฎกทั้ง ๓ นั้นมีชื่อเรียกตามลำดับ ๕ ชื่อ (๑๕ ชื่อ ตามปิฎกทั้ง ๓)


๑. อาณาเทศนา (เทศนาที่มากไปด้วยอำนาจ) คือ พระวินัยปิฎก เพราะพระผู้มีพระภาคผู้ควรแก่การใช้อำนาจทรงแสดงมากไปด้วยอำนาจ

๒. โวหารเทศนา (เทศนาที่มากไปด้วยโวหาร) คือ พระสุตตันตปิฎก เพราะพระผู้มีพระภาดผู้ฉลาดในโวหาร (คำบัญญัติ) ทรงแสดงมากไปด้วยโวหาร

๓. ปรมัตถเทศนา (เทศนาที่มากไปด้วยปรมัตถ์) คือ พระอภิธรรมปิฎก เพราะพระผู้มีพระภาคผู้ฉลาดในปรมัตถ์ทรงแสดงมากไปด้วยปรมัตถ์


อีกนัยหนึ่ง มีชื่อเรียกตามลำดับ (สาสนะ) ว่า

๑. ยถาปราธสาสนะ (ยถาปราธศาสน์) (คำสอนตามโทษ) คือ พระวินัยปิฎก เพราะเป็นที่สั่งสอนเหล่าสัตว์ผู้มีความผิดมากตามความผิด

๒. ยถานุโลมสาสนะ (ยถานุโลมศาสน์) (คำสอนตามสมควร) คือ พระสุตตันตปิฎก เพราะเป็นที่สั่งสอนเหล่าสัตว์ผู้มีอัธยาศัย อนุสัย จริต และความพอใจหลากหลายตามสมควร

๓. ยถาธัมมสาสนะ (ยถาธัมมศาสน์) (คำสอนตามสภาวธรรม) คือ พระอภิธรรมปิฎก เพราะเป็นที่สั่งสอนเหล่าสัตว์ผู้สำคัญเพียงหมู่สภาวธรรมว่าเป็นเรา ของเรา ตามสมควรแก่ธรรม


อีกนัยหนึ่ง มีชื่อเรียกตามลำดับ (กถา) ว่า

๑. สังวราสังวรกถา (คำกล่าวถึงการสำรวมน้อยใหญ่) คือ พระวินัยปิฎก เพราะเป็นที่กล่าวถึงความสำรวมน้อยใหญ่อันเป็นปฏิปักษ์ต่อความประพฤติผิด คำว่า สํวราสำวโร  แปลว่า ความสำรวมน้อยใหญ่ ดังตัวอย่างว่า กมฺมากมฺมํ (กรรมน้อย-ใหญ่), ผลาผลํ (ผลน้อย-ใหญ่), ภวาภวํ (ภพน้อย-ใหญ่)

๒. ทิฏฐิวินิเวฐนกถา (คำกล่าวถึงการเปลื้องทิฏฐิ) คือ พระสุตตันตปิฎก มากไปด้วยพระดำรัสอันกล่าวถึงการเปลื้องทิฏฐิ เป็นปิฎกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อทิฏฐิ ๖๒

๓. นามรูปปริจเฉทกถา (คำกล่าวถึงการกำหนดรูปนาม) คือ พระอภิธรรมปิฎก เพราะเป็นที่กล่าวถึงการกำหนดรูปนามอันเป็นปฏิปักษ์ต่อราคะเป็นตัน


อนึ่ง พึงทราบสิกขา ๓ ดังนี้

     ๑. อธิศีลสิกขา ตรัสไว้เป็นพิเศษในพระวินัยปิฎก

     ๒. อธิจิตตสิกขา ตรัสไว้เป็นพิเศษในพระสุตตันตปิฎก

     ๓. อธิปัญญาสิกขา ตรัสไว้เป็นพิเศษในพระอภิธรรมปิฎก


อีกประการหนึ่ง พึงทราบ ปหาน (การละ) ๓ ดังนี้

     ๑. การละการล่วงละเมิดของกิเลส (วีติกกมปหาน) ตรัสไว้ในพระวินัยปิฎก เพราะศีลเป็นปฏิปักษ์ต่อการล่วงละเมิด 

     ๒. การละความฟูขึ้นของกิเลส (ปริยุฏฐานปหาน) ตรัสไว้ในพระสุตตันตปิฎก เพราะสมาธิเป็นปฏิปักษ์ต่อความฟูขึ้น

     ๓. การละความนอนเนื่องของกิเลส (อนุสัยปหาน) ตรัสไว้ในพระอภิธรรมปิฎก เพราะปัญญาเป็นปฏิปักษ์ต่อความนอนเนื่อง


อีกประการหนึ่ง :

     ๑. การละกิเลสโดยชั่วคราว (ตทังคปหาน) ตรัสไว้ในพระวินัยปิฎก  

     ๒. การละกิเลสโดยข่มไว้ (วิกขัมภณปหาน) ตรัสไว้ในพระสุตตันตปิฎก

     ๓. การละกิเลสโดยเด็ดขาด (สมุจเฉทปหาน) ตรัสไว้ในพระอภิธรรมปิฎก


อีกประการหนึ่ง :-

     ๑. การละความเศร้าหมองคือทุจริต (ทุจริตสํกิเลสปหาน) ตรัสไว้ในพระวินัยปิฎก

     ๒. การละความเศร้าหมองคือตัณหา (ตัณหาสํกิเลสปหาน) ตรัสไว้ในพระสุตตันตปิฎก

     ๓. การละความเศร้าหมองคือทิฏฐิ (ทิฏฐิสํกิเลสปหาน) ตรัสไว้ในพระอภิธรรมปิฎก


(ข้อมูลจาก อรรถกถา อัฏฐสาลินี, อรรถกถาแห่งธัมมสังคณีปกรณ์) 

                   --------<>-------

[right-side]

ปกิณกธรรม,ไตรปิฎก,วินัยปิฎก,สุตตันตปิฎก,อภิธรรมปิฎก,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.