สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
ระหว่างพระทุศีลกับฆราวาสทุศีล มีคติเสมอเหมือนกันไหม? 1. เพราะเหตุไรถึงเป็นเช่นนั้นเล่า? 1.
ทุสสีลปัญหา(ปัญหาเกี่ยวกับการทุศีลระหว่างสมณะกับคฤหัสถ์)
พระเจ้ามิลินท์ " พระคุณเจ้านาคเสน อะไรเป็นความผิดแปลกกัน อะไรเป็นความแตกต่างกัน ระหว่างสมณะทุศีลกับคฤหัสถ์ทุศีล, บุคคลทั้ง 2 นี้ มีคติเสมอเหมือนกันหรือ, ทานที่ให้แก่บุคคลทั้ง 2 นี้ มีวิบากหเสมอเหมือนกันหรือ, หรือว่ายังมีอะไรที่เป็นข้อแตกต่างกันอยู่อีกหรือ? "
พระนาคเสน " ขอถวายพระพร มหาบพิตร สมณะทุศีลยังมีคุณธรรมที่พิเศษกว่าคุณธรรมคฤห้สถ์ทุศีล 10 ประการ และยังชำระทักขิณาทานให้หมดจดได้ยิ่งขึ้น ด้วยเหตุ 10 ประการ.
คุณธรรมที่เหนือกว่า 10 ประการ เพราะสมณเพศเกื้อกูลค้ำพยุงไว้ คือ
1.ยังมีความเคารพพระพุทธเจ้ามากกว่า
2.ยังมีความเคารพพระธรรมมากกว่า
3.ยังมีความเคารพพระสงฆ์มากกว่า
4.ยังมีความเคารพเพื่อนพรหมจารีมากกว่า
5.ยังมีความพยายามศึกษาพระไตรปิฏกและอรรถกถามากกว่า
6.ยังมีการสดับตรับฟังพระธรรมเทศนามากกว่า
7.แม้เมื่อศีลขาดแล้ว แต่พออยู่ท่ามกลางพุทธบริษัทก็กลัวจะถูกตำหนิติเตียน จึงรักษาอากัปกิริยาไม่ให้ล่วงละเมิดทางกายทางวาจาได้ดีกว่า
8.ยังมีจิตบ่ายหน้ามุ่งตรงต่อความเพียรได้ดีกว่า
9.ยังจำเป็นต้องสงวนชื่อเรียกขานตนว่าเป็น " พระภิกษุ " อยู่
10.แม้เมื่อจะประพฤติชั่ว ก็ยังเกรงกลัวผู้อื่นจะรู้เห็น จึงแอบประพฤติในที่ลับเหมือนหญิงชั่วนอกใจสามี
ส่วนธรรมที่เป็นเหตุชำระทักขิณาทานให้หมดจดได้ เพราะภิกษุทุศีลอาศัยกำลังศรัทธาสมณเพศของบุคคลผู้บริจาค มี 10 ประการ คือ
1.เพราะอาศัยผ้ากาสาวพัสตร์นุ่งห่มคุมกาย
2.เพราะอาศัยการโกนศรีษะโล้น
3.เพราะอาศัยการได้เป็นตัวแทนสงฆ์ที่เขานิมนต์
4.เพราะอาศัยการปฏิญาณตนว่าเป็นผู้มีสรณะ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง
5.เพราะอาศัยความเพียรที่แสดงออกถึงกิจของสงฆ์ที่พึงปฏิบัติ ไม่นอกพระธรรมวินัย
6.เพราะอาศัยการแสวงหาอริยทรัพย์ในพระศาสนา คือ การเรียนปริยัติ และการปฏิบัติกรรมฐาน
7.เพราะอาศัยการแสดงธรรมที่ละเอียดสุขุมลุ่มลึกได้
8.เพราะอาศัยการแสดงธรรมที่นำพาไปสู่คติต่างๆได้
9.เพราะอาศัยว่าตนยังมีความเชื่อมั่นที่ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริงว่า " พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลผู้เลิศที่สุด "
10.เพราะอาศัยกิจการลงอุโบสถ
ขอถวายพระพร สมณทุศีลอาศัยเหตุ 10 ประการนี้แหละที่เพศคฤหัสถ์ไม่มีโอกาส, สร้างศรัทธาปสาทะให้ผู้บริจาคทักขิณาทานหมดจดได้ เปรียบเสมือน น้ำแม้ขุ่นข้น ก็ยังสามารถชำระโคลนตม เหงื่อไคล ขี้ฝุ่นได้ เป็นฉันใด แม้สมณทุศีล, ศีลมัวหมองไม่หมดจด ก็เป็นเหตุชำระทักขิณาทานให้หมดจด ก็เป็นฉันนั้นเหมือนกัน.
ขอถวายพระพร อีกอุปมาหนึ่ง เปรียบเสมือน น้ำร้อนถึงจะร้อนจนเดือดพล่าน ก็สามารถดับกองไฟที่กำลังลุกโพลงได้ เป็นฉันใด สมณทุศีล แม้ศีลจะวิบัติไปแล้ว ก็ยังสามารถชำระทักขิณาทานของทายกให้หมดจดได้ ก็เป็นฉันนั้นเหมือนกัน.
ขอถวายพระพร อีกอุปมาหนึ่ง เปรียบเสมือนโภชนาหาร แม้ว่าสิ้นรสชาติแล้ว แต่ก็ยังสามารถอาศัยกำจัดความหิว ความอ่อนเพลียได้ เป็นฉันใด สมณทุศีล แม้ศีลจะสิ้นแล้ว แต่ก็ยังสามารถอาศัยชำระทักขิณาทานของทายกให้หมดจดได้ ก็เป็นฉันนั้นเหมือนกัน.
ขอถวายพระพร อุปมาเหล่านี้ สมจริงดังพระตถาคตผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเหล่าเทพทรงภาษิตไว้ว่า :-
โย สีลวา ทุสฺสีเลสุ ททาติ ทานํ,
ธมฺเมน ลทฺธํ สุปสนฺนจิตฺโต
อภิสทฺทหํ กมฺมผลํ อุฬารํ,
สา ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌติ.
แปลว่า บุคคลใดเป็นผู้มีศีล มีจิตเลื่อมใสดี เชื่อมั่นอยู่ ให้ทานที่ได้มาโดยธรรม ในบุคคลผู้ทุศีลทั้งหลาย บุคคลนั้นย่อมได้รับผลของกรรมมากมาย ทักขิณานั้น ชื่อว่า หมดจดโดยทางทายก (ม.อุ.14/421)
พระเจ้ามิลินท์ " ช่างน่าอัศจรรย์จริง พระคุณเจ้านาคเสน ข้าพเจ้าถามปัญหาที่มืดมนมองไม่เห็นประเด็นที่เป็นเหตุผลเชื่อมโยงกับหลักฐานที่เป็นพุทธพจน์ได้ แต่ท่านสามารถเปิดเผยได้เชื่อมโยงได้ เหมือนได้บริโภคอาหารรสชาติสุดยอดก็หามีรสชาติเทียบได้ไม่ "
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ