สังกัสสะ เมืองสำคัญในพุทธประวัติ

-------------------------------------

“สังกัสสะ” เป็นชื่อเมืองในชมพูทวีปสมัยพุทธกาล เป็นชื่อที่ชาวพุทธรู้จักควบคู่มากับคำว่า “เทโวโรหณะ” (ที่มาเรียกกันย่อๆ ว่า “ตักบาตรเทโว”) ในฐานะเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากเทวโลกลงมาที่เมืองนี้

ในคัมภีร์ระบุว่า เมืองสังกัสสะอยู่ห่างจากกรุงสาวัตถีประมาณ ๓๐ โยชน์

อัตราเทียบเดิม ๑ โยชน์ = ๑๖ กิโลเมตร

ปัจจุบันมีผู้เสนอหลักฐานว่า อัตราเทียบที่ถูกต้องคือ ๑ โยชน์ = ๑๓ กิโลเมตร 

ไม่ทราบว่าใครหรือหน่วยงานไหนจะเป็นผู้ตัดสินว่า อัตราเทียบที่ถูกต้องคือเท่าไรแน่

............................................

ถ้าเรามี “กองวิชาการคณะสงฆ์” 

ปัญหาทางวิการแบบนี้ก็คงเรียบร้อยไปนานแล้ว

............................................

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี บรรยายเรื่องเมืองสังกัสสะไว้ดังนี้

............................................

สังกัสสะ (อังกฤษ: Sankassa) คือเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญในฐานะเป็นเมืองที่เสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากที่พระองค์เสด็จไปทรงจำพรรษาที่ ๗ หลังการตรัสรู้ ณ ดาวดึงส์ เพื่อทรงแสดงพระอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดา ปัจจุบันสังกัสสะตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสังกิสสะ บะสันตะปุระ (Sankissa Basantapura) ในจังหวัดฟารุกาหบาท (Farrukhabad) รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เมืองแห่งนี้ไม่ค่อยมีผู้แสวงบุญไปจาริกเท่าใดนัก เนื่องจากการเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ในปัจจุบันเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ความสำคัญ

นอกจากเมืองแห่งนี้จะเป็นสถานที่เสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บริเวณที่ใกล้กับสังกัสสะนั้นคือที่ตั้งของเมืองกโนช์ หรือกเนาช์ ซึ่งมีชื่อในภาษาบาลีว่า "กณฺณกุช" และในภาษาสันสกฤตว่า "กานฺยกุพฺช" โดยเมืองกโนช์มีความสำคัญในหลังพุทธกาล คือในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เมืองนี้ได้เป็นเมืองหลวงของพระเจ้าหรรษวรรธนะ (Haravardhana) ผู้ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภกที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา และเมืองกโนช์ได้เป็นที่มั่นสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของพระพุทธศาสนาในยุคนั้น โดยเมื่อหลวงจีนถังซำจั๋งได้มาเยี่ยมเมืองแห่งนี้ ท่านได้บันทึกไว้ว่ามีวัดกว่าร้อยวัด และมีพระอยู่ประจำกว่าหมื่นรูป ทั้งสงฆ์เถรวาทและมหายาน

ที่มา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อ่านเมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๐:๓๐ น.

............................................

ผู้สนใจ-โดยเฉพาะนักเรียนบาลี-ควรศึกษาสืบค้นรายละเอียดของเมืองสังกัสสะต่อไป

............................................

ถ้าเรามี “กองวิชาการคณะสงฆ์” 

งานศึกษาค้นคว้าก็คงไม่ต้องทำแบบตัวใครตัวมัน

............................................

ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่า ในพรรษาที่ ๗ นับแต่ตรัสรู้ พระพุทธองค์ทรงจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในวันออกพรรษาจึงเสด็จคืนสู่โลกมนุษย์ สถานที่เสด็จลงมาคือเมืองสังกัสสะ 

พึงสดับสำนวนบรรยายในคัมภีร์เพื่อเจริญศรัทธาในโอกาสบำเพ็ญบุญกิริยาพิเศษ “ตักบาตรเทโว” ดังนี้ 

............................................

... พระศาสดาเสด็จจำพรรษาปวารณาแล้วตรัสบอกแก่ท้าวสักกะว่า มหาบพิตร อาตมภาพจักไปสู่ถิ่นมนุษย์ 

ท้าวสักกะทรงนิรมิตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดทองคำ บันไดแก้วมณี บันไดเงิน เชิงบันไดตั้งอยู่แทบประตูสังกัสสนคร หัวบันไดอยู่ที่ยอดเขาสิเนรุ 

บันไดทองอยู่เบื้องขวา เพื่อพวกเทวดา

บันไดเงินอยู่เบื้องซ้าย เพื่อมหาพรหมทั้งหลาย

บันไดแก้วมณีอยู่ท่ามกลาง เพื่อพระตถาคต 

พระศาสดาประทับยืนอยู่บนยอดเขาสิเนรุ ทรงทำยมกปาฏิหาริย์ในกาลที่เสด็จลงจากเทวโลก 

เมื่อทรงแลดูเบื้องบน สถานที่อันพระองค์ทรงแลดูนั้นก็แลเห็นโล่งตลอดจนถึงพรหมโลก 

ทรงแลดูเบื้องล่าง สถานที่อันพระองค์ทรงแลดูนั้นก็แลเห็นโล่งตลอดจนถึงอเวจี 

ทรงแลดูทิศใหญ่และทิศเฉียงทั้งหลาย ก็แลเห็นโล่งตลอดไปทั่วแสนจักรวาล 

เทวดาเห็นพวกมนุษย์ แม้พวกมนุษย์ก็เห็นพวกเทวดา ต่างเห็นกันและดุจว่าอยู่ตรงหน้าทีเดียว 

มนุษย์ที่มาชุมนุมกันโดยรอบประมาณ ๓๖ โยชน์ เมื่อได้เห็นพระพุทธสิริโสภาคย์ในวันนั้นแล้ว ที่จะไม่ปรารถนาพุทธภูมินั้นมิได้มีแม้แต่คนเดียว

ที่มา: ยมกปาฏิหาริยวัตถุ ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๖

............................................

ดูก่อนภราดา!

: เมืองไม่มีชีวิตยังมีชื่อติดอยู่ในประวัติศาสตร์

: เกิดเป็นคน ถ้าฉลาด ก็ควรฝากชื่อไว้ให้โลกชม

------------------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๕

๑๐:๕๔

[right-side]

สังกัสสะนคร,อินเดีย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.