สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
อาสีวิโสปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยอสรพิษ
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ได้ตรัสเทศนาโวหารแบบบุคคลาธิษฐาน แก่ภิกษุทั้งหลายว่า เปรียบเหมือน ถ้าบุรุษอยากมีชีวิตอยู่ ไม่อยากตาย รักสุข เกลียดทุกข์ เดินมาพบอสรพิษ ๔ จำพวก(อสรพิษ ๔ จำพวก ในที่นี้หมายถึง (๑) กัฏฐมุขะ ร่างกายที่ถูกงูกัฏฐมุขะกัด จะแข็งกระด้างเหมือนไม้แห้ง (๒) ปูติมุขะ ร่างกายที่ถูกงูปติมุขะกัด จะมีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม เหมือนขนุนสุกเน่า (๓) อัคคิมุขะ ร่างกาย ที่ถูกงูอัคคิมุขะกัด จะไหม้กระจายไป เป็นเหมือนกำขี้เถ้าและกำแกลบ (๔) สัตถุมุขะ ร่างกายที่ถูกงูสัตถมุขะกัด ย่อมขาดเป็นช่อง เป็นมาเหมือนที่ที่ถูกฟ้าผ่า (สํ.สฬา.อ. บาลี ๓/๒๓๘/๖๑-๖๒)ซึุ่งมีเดชมาก มีพิษกล้า คนทั้งหลายจึงบอกเขาว่า อสรพิษ ๔ จำพวกนี้ ท่านพึงปลุกให้ลุก ให้อาบน้ำ ให้กินอาหาร และให้เข้าที่อยู่ ตามเวลา เท่านั้น เวลาที่อสรพิษตัวใดตัวหนึ่งก็ตาม โกรธ ท่านก็จะตาย หรือถึงทุกข์ปางตาย ท่านจงทำกิจที่ท่านควรทำเถิด
บุรุษนั้นกลัวอสรพิษ ๔ จำพวกนั้น จึงหนีไปทางใดทางหนึ่ง คนทั้งหลายได้บอกเขาว่า นักฆ่าซึ่งเป็นศัตรู ๕ จําพวก ติดตามมาข้างหลัง เพื่อจะฆ่าท่าน ท่านจงทำกิจที่ท่านควรทําเกิด
บุรุษนั้นกลัวอสรพิษ ๔ จำพวกนั้น และนักฆ่าซึ่งเป็นศัตรู ๕ จำพวก จึงหนีไปทางใด ทางหนึ่ง คนทั้งหลายจึงบอกเขาว่า นักฆ่าผู้เป็นสายลับ เงื้อดาบติดตามมาข้างหลัง เพื่อจะตัด ศีรษะท่าน ท่านจงทำกิจที่ท่านควรทำเถิด
บุรุษนั้นกลัวอสรพิษ ๔ จำพวก นักฆ่าซึ่งเป็นศัตรู ๕ จำพวก และนักฆ่าผู้เป็นสายลับ ซึ่งเงื้อดาบ ติดตามไป จึงหนีไปทางใดทางหนึ่ง เขาพบหมู่บ้านร้าง จึงเข้าไปสู่เรือนว่างเปล่าหลังหนึ่ง ลูบคลำภาชนะว่างเปล่าชนิดหนึ่ง คนทั้งหลายจึงบอกเขาว่า พวกโจรผู้ฆ่าชาวบ้าน เพิ่งเข้ามาสู่หมู่บ้านร้างนี้เดี๋ยวนี้เอง ท่านจงทำกิจที่ท่านควรทำเถิด
บุรุษนั้นกลัวอสรพิษ ๔ จำพวก นักฆ่าซึ่งเป็นศัตรู ๕ จำพวก นักฆ่าผู้เป็นสายลับ ซึ่งเงื้อดาบติดตามไป และโจรผู้ฆ่าชาวบ้าน จึงหนีไปทางใดทางหนึ่ง เขาพบห้วงน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง จึงคิดอย่างนี้ว่า ห้วงน้ำใหญ่ ฝั่งนี้น่าระแวง มีภัยจำเพาะหน้า ฝั่งโน้นปลอดภัย ไม่มีภัยจำเพาะหน้า เรานั้นไม่มีเรือหรือสะพานที่จะข้ามไปฝั่งโน้น ทางที่ดี เราควรรวบรวมหญ้า ไม้ กิ่ง และใบมาผูกเป็นแพ แล้วอาศัยแพนั้น ใช้มือและเท้าพยายามไป ก็จะถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดีได้แน่ แล้วได้รวบรวมหญ้า ไม้ กิ่ง และใบมาผูกเป็นแพแล้วอาศัยแพนั้น ใช้มือและเท้า พยายามไปจนถึงฝั่งโน้นโดยสวัสดี เป็นผู้ลอยบาปดำรงอยู่บนบกได้
อสรพิษซึ่งมีเดชมาก มีพิษกล้า 4 จำพวก ได้แก่ มหาภูตรูป ๔ คือ (๑) ปฐวีธาตุ ธาตุดิน (๒) อาโปธาตุ ธาตุน้ำ (๓) เตโชธาตุ ธาตุไฟ (๔) วาโยธาตุ ธาตุลม
นักฆ่าซึ่งเป็นศัตรู ๕ ดูจำพวก ได้แก่ อุปาทานขันธ์ ๕ คือ (๑) รูปูปาทานขันธ์ อุปาทานขันธ์คือรูป (๒) เวทนูปาทานขันธ์ อุปาทานขันธ์คือเวทนา (๓) สัญญูปาทานขันธ์ อุปาทานขันธ์คือสัญญา (๔) สังขารูปาทานขันธ์ อุปาทานขันธ์คือสังขาร (๕) วิญญาณู ปาทานขันธ์ อุปาทานขันธ์คือวิญญาณ
นักฆ่าผู้เป็นสายลับ ซึ่งเงื้อดาบติดตามมาข้างหลังนั้น ได้แก่ นันทิราคะ (ความกำหนัดด้วยอำนาจความยินดี)
หมู่บ้านร้าง ได้แก่ อายตนะภายใน ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หมายถึง ถ้าบัณฑิตผู้ฉลาด มีปัญญาพิจารณาอายตนะภายใน ๖ นั้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ก็จะปรากฏเป็นของว่าง เปล่า และสูญทั้งนั้น
พวกโจรผู้ฆ่าชาวบ้าน ได้แก่ อายตนะภายนอก ๖ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (สิ่งที่ถูกต้องกาย) และธรรมารมณ์ หมายถึง ตาย่อมเดือดร้อนเพราะรูปที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ หย่อมเดือดร้อนเพราะเสียงที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจ เป็นต้น
ห้วงน้ำใหญ่ ได้แก่ โอฆะ ๔ คือ (๑) กาโมฆะ ห้วงน้ำคือกาม (๒) ภโวฆะ ห้วงน้ำ คือภพ (๓) ทิฏโฐฆะ ห้วงน้ำคือทิฏฐิ (๔) อวิชโชฆะ ห้วงน้ำคืออวิชชา
ฝั่งที่น่าระแวง มีภัยจำเพาะหน้า ได้แก่ สักกายะ(กายของตน)
ฝั่งโน้นปลอดภัย ไม่มีภัยจำเพาะหน้า ได้แก่ นิพพาน
แพ ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ (๑) สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ (๒) สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ (๓) สัมมาวาจา เจรจาชอบ (๔) สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ (๕) สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ (๖) สัมมาวายามะ พยายามชอบ (๗) สัมมาสติ ระลึกชอบ (๘) สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ
ใช้มือและเท้าพยายามไป ได้แก่ วิริยารัมภะ(ความปรารภความเพียร)
เป็นผู้ลอยบาปข้ามถึงฝั่งดำรงอยู่บนบก ได้แก่ เป็นพระอรหันต์
------------///-----------

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ