ใครจะตอบโจทย์
-----------------
ตลอด ๓ เดือนในพรรษา วัดทั่วประเทศไทยมีธรรมเนียมที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือมีการทำบุญทุกวันพระ ออกพรรษาแล้วก็ยังทำบุญวันพระต่อไปอีกเดือนหนึ่งจนถึงหมดเขตทอดกฐินคือกลางเดือน ๑๒-ที่คนสมัยใหม่จำกันได้อย่างเดียวว่าเป็นวันลอยกระทง-ก็เลิกการทำบุญวันพระ ไปเริ่มอีกทีเมื่อเข้าพรรษาปีต่อไป
ในกระบวนการทำบุญวันพระ นอกจากไหว้พระ รับศีล ตักบาตร ก็ต้องมีการฟังเทศน์ด้วย นี่ก็เป็นธรรมเนียมที่ทำกันทุกวัด
และเนื่องมาจากทำบุญวันพระในพรรษา วัดมหาธาตุราชบุรีสำนักของผม มีธรรมเนียมเก่าอยู่อย่างหนึ่งคือ เงินบูชาธรรมหรือกัณฑ์เทศน์ในวันพระรองสุดท้ายก่อนถึงวันพระออกพรรษา ทางวัดจะรวบรวมนำส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อสมทบทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอาพาธ
ผมเข้าใจว่าโรงพยาบาลประจำหวัดทุกจังหวัดจะมีทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอาพาธ
“ทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอาพาธ” นี่ผมเรียกจากความเข้าใจเอาเอง ชื่อจริงๆ เรียกอย่างไรไม่ทราบ
คือ โรงพยาบาลต่างๆ นั้น นอกจากคนทั่วไปจะไปรักษาพยาบาลแล้ว พระภิกษุสามเณรที่อาพาธก็ไปรักษาด้วย
แต่จะให้พระเณรไปปะปนกับชาวบ้านก็ไม่เหมาะ โรงพยาบาลจึงต้องมีแผนกหนึ่งแยกเป็นต่างหากสำหรับตรวจรักษาพระภิกษุสามเณรโดยเฉพาะ
พูดง่ายๆ พระเณรป่วย ไปที่แผนกพระเณร ไม่ต้องไปเข้าแถวรับบัตรคิวปนกับชาวบ้าน ถ้าจำเป็นจะต้องนอนโรงพยาบาลก็มีห้องหรือมีตึกแยกเป็นต่างหาก
คนที่มีศรัทธา ต้องการจะสงเคราะห์พระเณรที่อาพาธ ก็บริจาคเงินให้โรงพยาบาลเพื่อใช้จ่ายในการรักษาพระเณรโดยเฉพาะ สมทบไปกับงบประมาณของทางโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลเห็นว่าควรจะทำอะไรหรือมีบริการพิเศษอะไรอีกบ้างในกระบวนการรักษาพระเณร ก็จะได้ใช้เงินบริจาคไปเพื่อการนั้น
คณะสงฆ์วัดมหาธาตุราชบุรีก็ไม่นิ่งดูดาย คิดอ่านหาวิธีสมทบทุนให้โรงพยาบาล โดยกำหนดว่า เงินติดกัณฑ์เทศน์ในวันพระรองสุดท้ายก่อนถึงวันพระออกพรรษา ทางวัดจะรวบรวมนำส่งโรงพยาบาลราชบุรีเพื่อสมทบทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอาพาธ และได้ทำเช่นนี้มาทุกปี
ผมมาอยู่วัดมหาธาตุราชบุรีตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ ก็เห็นทำอยู่แล้ว ตอนนั้นตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอยู่ที่วัดมหาธาตุราชบุรี
เรื่องนี้อาจเป็นนโยบายของคณะสงฆ์สั่งให้ทุกจังหวัดทำ วัดมหาธาตุราชบุรีในฐานะเป็นวัดเจ้าคณะจังหวัดก็เลยต้องทำ ผมไม่ทราบว่าจังหวัดอื่นๆ ทำด้วยหรือไม่ แต่วัดมหาธาตุราชบุรีทำมาตลอด ในอดีตแม้บางช่วงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดไม่ได้อยู่ที่วัดมหาธาตุ วัดมหาธาตุก็ยังคงทำอยู่
ปัจจุบันวันนี้ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดไม่ได้อยู่ที่วัดมหาธาตุ วัดมหาธาตุก็ยังคงรวบรวมเงินกัณฑ์เทศน์นำส่งโรงพยาบาลราชบุรีเพื่อสมทบทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอาพาธอยู่เหมือนเดิม
.................
กระบวนการที่โรงพยาบาลรักษาพระภิกษุสามเณรอาพาธตามที่ผมเล่ามาข้างต้นนั้น โปรดทราบว่าผมพูดไปตามความเข้าใจของผมเอง ประกอบกับที่ได้เคยไปเยี่ยมพระภิกษุสามเณรอาพาธที่โรงพยาบาลราชบุรีและได้เห็นมาว่าเป็นเช่นนั้น
ถ้าความจริงปรากฏว่า กระบวนการที่โรงพยาบาลต่างๆ รักษาพระภิกษุสามเณรอาพาธไม่ได้เป็นอย่างที่บรรยายมา-เช่นรักษาปนไปกับชาวบ้าน ไม่ได้แยกบริการเป็นต่างหาก หรือว่าเคยทำเช่นนั้นแต่ทุกวันนี้เลิกไปแล้ว
ก็คงต้องปรับแก้ข้อมูลกันใหม่
ญาติมิตรท่านใดรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ขอความกรุณาช่วยปรับแต่งด้วยนะครับ
แต่ที่แน่ๆ ก็คือ วันพระนี้ (๓ ตุลาคม ๒๕๖๕) เป็นวันพระรองสุดท้าย วันพระหน้าก็จะเป็นวันพระออกพรรษา วันพระนี้ เงินบูชาธรรมกัณฑ์เทศน์วัดมหาธาตุราชบุรีก็ยังคงรวบรวมนำส่งโรงพยาบาลราชบุรีเพื่อสมทบทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอาพาธเหมือนที่ทำมาทุกปี
.................
ผมเคยอ่านแวบๆ หรือได้ยินแว่วๆ ว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ “ไล่” พระให้ไปเข้าแถวรับบัตรคิวรวมกับชาวบ้าน
หวังว่าคงไม่ใช่ข่าวจริง คือผมคงตาฝาดหูฝาดไปเอง
แต่ก็ทำให้หวนนึกถึงแนวความคิดของสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่ท่านแสดงออกผ่านสื่อเมื่อไม่กี่ปีมานี้และผมเคยเอามาแสดงความคิดเห็นสู่กันฟัง คือที่ท่านบอกว่า -
“พระก็คือผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ควรได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ ยิ่งกว่าคนทั่วไป” - ท่านว่าไว้ประมาณนี้แหละ
ถ้าเกิดผู้มีแนวคิดแบบนี้ไปเป็นผู้บริหารบ้านเมือง ผมว่าพระเราคงลำบาก
การปฏิบัติต่อพระภิกษุสามเณรด้วยจิตศรัทธาเลื่อมใส ด้วยความเคารพนับถือ และด้วยคุณธรรมของผู้ปฏิบัติ คงทำได้ยากหรือทำไม่ได้อีกต่อไป
ถ้าคุณอยากได้บริการพิเศษ คุณก็ต้องจ่ายมา ไม่มีใครทำอะไรให้ฟรีๆ อีกต่อไป
แล้วถ้าชาววัดของเราทำอะไรๆ เหมือนชาวบ้านมากขึ้นทุกวัน-อย่างที่กำลังตั้งหน้าทำกันอยู่ในเวลานี้ สถานภาพของผู้ที่ควรแก่การเคารพนับถือก็จะยิ่งทรุดลงไปทุกที เป็นข้ออ้างอย่างดีที่ผู้บริหารบ้านเมืองจะไม่ต้องบริการอะไรให้เป็นพิเศษอีกต่อไป
ก็คือถูกปฏิบัติเหมือน “ผู้ชายคนหนึ่ง” เท่าเทียมกับคนทั่วไป
ถึงเวลานั้นก็เท่ากับไม่มีพระภิกษุสามเณรอยู่ในสังคมไทยอีกต่อไปนั่นเอง-ใช่หรือไม่
.................
หวนคิดไปถึง “ยุทธวิธีประกาศพระศาสนา” ของพระพุทธองค์
ทำไมจึงทรงมุ่งเข้าถึงหัวใจของผู้ได้อำนาจรัฐก่อน-ดังเช่นทรงมุ่งไปที่แคว้นมคธซึ่งเป็นมหาอำนาจอยู่ในเวลานั้น และโปรดพระเจ้าพิมพิสารทำให้เป็นพระราชาที่มีสัมมาทิฏฐิก่อน
หวนคิดไปถึง “ยุทธวิธีปกครองคณะสงฆ์” ของพระพุทธองค์
ทำไมจึงทรงบัญญัติสิกขาบทให้พระสงฆ์ประพฤติปฏิบัติ โดยทรงมุ่งผลสำคัญ ๒ ใน ๑๐ ข้อ คือ-เพื่อความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส และเพื่อความเลื่อมใสยิ่งๆ ขึ้นของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว
โจทย์นี้ยากมาก
ยากทั้งวิธีแก้
ยากทั้งการที่จะหาคนมาแก้
---------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๓ ตุลาคม ๒๕๖๕
๒๑:๓๕
[right-side]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ