พระพุทธศาสนาที่ไม่มีใครทำลายได้

--------------------------------------

เวลาพูดถึงภัยอันจะเกิดแก่พระพุทธศาสนาซึ่งอาจทำให้พระพุทธศาสนาสูญสิ้นไปจากดินแดนใดๆ ก็ตาม ก็มักจะมีท่านจำพวกหนึ่งลุกขึ้นมาบอกว่า ไม่มีใครทำลายพระพุทธศาสนาได้ นอกจากพุทธบริษัท-คือชาวพุทธด้วยกันเอง

บอกดังนี้เสร็จแล้วก็มักจะวางมาดมองคนที่ลุกขึ้นมาบอกว่าพระพุทธศาสนากำลังมีภัยจากผู้ที่ไม่ได้นับถือ-ว่าเป็นพวกที่กลัวสิ่งที่ไม่ควรกลัว สิ่งที่ควรกลัวกลับไม่กลัว

คำพูดที่ว่า “ไม่มีใครทำลายพระพุทธศาสนาได้ นอกจากพุทธบริษัท-คือชาวพุทธด้วยกันเอง” มีที่มาจากข้อความตอนหนึ่งในพระสูตรนี้ 

..........................................................

น  โข  กสฺสป  ปฐวีธาตุ  สทฺธมฺมํ  อนฺตรธาเปติ  น  อาโปธาตุ  สทฺธมฺมํ  อนฺตรธาเปติ  น  เตโชธาตุ  สทฺธมฺมํ  อนฺตรธาเปติ  น  วาโยธาตุ  สทฺธมฺมํ  อนฺตรธาเปติ  

ดูก่อนกัสสปะ ธาตุดินยังพระสัทธรรมให้เลือนหายไปไม่ได้ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลมก็ยังพระสัทธรรมให้เลือนหายไปไม่ได้

อถ  โข  อิเธว  เต  อุปฺปชฺชนฺติ  โมฆปุริสา  เย  อิมํ  สทฺธมฺมํ  อนฺตรธาเปนฺติ  เสยฺยถาปิ  กสฺสป  นาวา  อาทิเกเนว  โอปิลาวติ   ฯ  

ที่แท้โมฆบุรุษในพระศาสนานี้ต่างหากเกิดขึ้นมาก็ทำให้พระสัทธรรมเลือนหายไป เปรียบเหมือนเรือจะอับปางก็เพราะคนถือท้ายนั่นเอง.

ที่มา: สัทธัมมปฏิรูปกสูตร สังยุตนิกาย นิทานวรรค 

พระไตรปิฎกเล่ม ๑๖ ข้อ ๕๓๓

..........................................................

โปรดสังเกตว่า สิ่งที่จะถูก “โมฆบุรุษในพระศาสนานี้” ทำลายได้ก็คือพระสัทธรรม คือศาสนธรรม

โดยหลักความจริงแล้ว ศาสนามีองค์ประกอบอื่นๆ อีก คือ มีศาสนบุคคล ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ ศาสนพิธี ศาสนกิจ และศาสนธรรม 

พูดภาษาชาวบ้าน-ศาสนาจะมีแต่ศาสนธรรมโด่เด่อย่างเดียวไม่ได้

ศาสนาเหมือนต้นไม้ ถ้ามีแต่แก่นปักอยู่อย่างเดียว ก็ไม่ใช่ต้นไม้แล้ว

ความในพระสูตรบอกว่า ศาสนธรรมอย่างเดียวเท่านั้นที่ชาวพุทธเองนี่แหละทำลายได้ แต่พระสูตรไม่ได้รับรองหรือยืนยันว่าองค์ประกอบอื่นๆ ก็จะไม่มีใครทำลายได้ด้วย

ไม่มีใครทำลายศาสนธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาให้สูญไปจากโลกได้ก็จริง แต่วัด พระสงฆ์ ชีวิตชาวพุทธ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และองค์กรพระพุทธศาสนา ถูกทำให้สูญไปจากโลกได้ ดังที่เคยถูกทำให้สูญไปจากชมพูทวีปและอีกหลายๆ พื้นที่มาแล้ว

วัด พระสงฆ์ ชาวพุทธ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และองค์กรพระพุทธศาสนา เป็นที่แสดงตัว เป็นที่ปรากฏตัว เป็นที่ประกาศให้ชาวโลกรับรู้ว่า พระพุทธศาสนามีอยู่ในแดนดินถิ่นนี้

.....................

วัด ถูกทำลายได้แน่นอนทั้งทางตรงและทางอ้อม 

ทางตรง ก็เช่นรื้อถอนทำลายเสนาสนะ โบสถ์ วิหาร สถูปเจดีย์ 

ทางอ้อม ก็เช่นผู้มีอำนาจในบ้านเมืองประกาศยุบหรือยกเลิกสถานะของวัดที่มีอยู่แล้ว และไม่อนุญาตให้สร้างวัดขึ้นใหม่ วัดก็หมดได้

พระสงฆ์ ถูกทำลายได้แน่ๆ ในประวัติศาสตร์ก็รู้กันอยู่ ปัจจุบันแม้ในเมืองไทยนี่เอง พระถูกฆ่ารายวันก็เห็นกันอยู่

ชาวพุทธ ถูกบีบคั้นให้เปลี่ยนศาสนาก็เคยถูกทำมาแล้ว 

ทำลายด้วยการฆ่ากันตรงๆ ก็ทำได้

กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่นการทำบุญวันพระ การไหว้พระสวดมนต์ การทำการบูชาในโอกาสสำคัญทางพระพุทธศาสนา การเปิดสอนพระพุทธศาสนา ถ้าผู้มีอำนาจห้ามไม่ให้ทำ ก็ทำไม่ได้ 

การสอนวิชาพระพุทธศาสนาในสถานศึกษาถูกยกเลิก นี่ก็เห็นกันอยู่

องค์กรพระพุทธศาสนา นี่ยิ่งทำลายได้ง่ายมาก ผู้มีอำนาจสั่งปิด สั่งยกเลิกเพิกถอน ก็สูญหมด

.....................

ถ้าจะบอกว่า ไม่มีสิ่งและบุคคลที่กล่าวนี้ พระพุทธศาสนาก็อยู่ได้ 

ก็ต้องบอกด้วยว่า อยู่ได้ในสภาพเช่นไร?

ลองแสดง “วิธีอยู่ได้” มาให้ดูหน่อยเถิด

ก็-เราอยู่ของเราเงียบๆ ทำกันเงียบๆ ก็ได้นี่

เราหยิบยื่นแบ่งปันให้กัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ช่วยเหลือเกื้อหนุนกัน ใครจะมาห้ามเราได้

นี่ไง ไม่ต้องมีวัด ไม่ต้องมีพระสงฆ์ ไม่ต้องมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และไม่ต้องมีองค์กรพระพุทธศาสนา เราก็ยังบำเพ็ญทานได้ พระพุทธศาสนาก็ยังอยู่ได้

เรารักษาศีล ปฏิบัติธรรมไปเงียบๆ เป็นสิทธิที่แต่ละคนสามารถทำได้มิใช่หรือ ไม่มีใครมาปิดกั้นสิทธิส่วนบุคคลได้

เราไม่ฆ่าสัตว์ ใครจะมาบังคับให้เราฆ่า

เราไม่ลักทรัพย์ ใครจะมาบังคับให้เราลัก

นี่ไง ไม่ต้องมีวัด ไม่ต้องมีพระสงฆ์ ไม่ต้องมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และไม่ต้องมีองค์กรพระพุทธศาสนา เราก็ยังรักษาศีลได้ พระพุทธศาสนาก็ยังอยู่ได้

เรายืนเดินนั่งนอนและเจริญสติปัฏฐานไปด้วย ปฏิบัติจิตภาวนาไปด้วย ใครจะมาห้ามไม่ให้เราปฏิบัติได้

นี่ไง ไม่ต้องมีวัด ไม่ต้องมีพระสงฆ์ ไม่ต้องมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และไม่ต้องมีองค์กรพระพุทธศาสนา เราก็ยังเจริญภาวนาได้ พระพุทธศาสนาก็ยังอยู่ได้

ไม่ต้องมีวัด ไม่ต้องมีพระสงฆ์ ไม่ต้องมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และไม่ต้องมีองค์กรพระพุทธศาสนา ทาน ศีล ภาวนา อันเป็นตัวแท้ของพระพุทธศาสนาเราก็ยังปฏิบัติได้ครบ ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร

.....................

ฟังดูก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

แต่คนเรา-ไม่ใช่ว่าเกิดมาก็รู้จักให้ทานได้เอง 

เกิดมาก็รู้จักรักษาศีลได้เอง 

เกิดมาก็รู้จักวิธีเจริญจิตภาวนาได้เอง 

กิจเหล่านี้ต้องมีการแนะนำสั่งสอนอบรม ต้องมีคนทำหน้าที่ถ่ายทอดจากต้นฉบับหลักคำสอนไปสู่คนรับฟังรับรู้และรับไปปฏิบัติ

ต้นฉบับหลักคำสอนอยู่ที่ไหน เก็บรักษาไว้อย่างไร จะเอามาปฏิบัติการได้อย่างไร ใครจะทำหน้าที่ถ่ายทอด วิธีถ่ายทอดทำกันอย่างไร ทำที่ไหน ทำในโอกาสไหน 

รายละเอียดเหล่านี้ต้องมีคำอธิบายอีกมาก

ใครที่คิดว่า ปัญหาที่ยกมานี้ใช้ช่องทางไฮเทคดิจิตอลแก้ได้สบายๆ อยู่แล้ว เป็นต้นว่า -

เชิญเผาพระไตรปิฎกที่เป็นเล่มกระดาษให้เกลี้ยงโลกไปเถิด พระไตรปิฎกฉบับดิจิตอลมีอยู่ทั่วโลก จะไปกลัวอะไร

อยู่อเมริกาก็สอนพระพุทธศาสนาให้คนไทยได้ ซ้ำสอนได้ทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในไทย 

ฯลฯ

ไม่ต้องมีวัด ไม่ต้องมีพระสงฆ์ และไม่ต้องมีองค์กรพระพุทธศาสนา เราก็ยังทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้ พระพุทธศาสนาก็ยังอยู่ได้

ใครที่มีความหวังอย่างนี้ อย่าลืมคิดด้วยว่า-ถ้าเขาห้ามมีวัดมีพระได้ เขาก็หาทางห้ามใช้ระบบดิจิตอลออนไลน์ได้เช่นกัน

แต่ที่สำคัญที่สุด เวลานี้พระไตรปิฎกฉบับดิจิตอลก็มีอยู่ทั่วโลกแล้ว อยู่อเมริกาก็สอนพระพุทธศาสนาให้คนไทยได้แล้ว ถามว่า มีคนอ่านพระไตรปิฎกกันกี่คน มีคนสอนพระพุทธศาสนาให้คนไทยกันกี่คน

ถ้าไม่มีคนอ่านพระไตรปิฎก ถ้าไม่มีคนสอนพระพุทธศาสนา จะทำอย่างไร จะใช้กระบวนการหรือวิธีการแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร 

และที่สำคัญที่สุดของที่สุดก็คือ ใครจะเป็นคนลงมือขับเคลื่อน

ถ้าพระพุทธศาสนาไม่มีองค์ประกอบอะไรเลย-มีแต่ศาสนธรรมที่ไม่มีใครทำลายได้โด่เด่อยู่อย่างเดียว ทำอย่างไรพระพุทธศาสนาที่ไม่มีใครทำลายได้นั้นจึงจะอำนวยประโยชน์สุขให้แก่โลกได้?

จงอธิบายมาพอได้ใจความ

----------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๕ ตุลาคม ๒๕๖๕

๑๖:๒๐

[full-post]

พุทธศาสนา,อันตรธาน

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.