แนะนำพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ (๑๐)-จบ
--------------------------------
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ รวมคัมภีร์ย่อยไว้ ๕ คัมภีร์ คือ
๑ ขุทฺทกปาฐ (ขุด-ทะ-กะ-ปา-ถะ)
๒ ธมฺมปทคาถา (ทำ-มะ-ปะ-ทะ-คา-ถา)
๓ อุทาน (อุ-ทา-นะ)
๔ อิติวุตฺตก (อิ-ติ-วุด-ตะ-กะ)
๕ สุตฺตนิปาต (สุด-ตะ-นิ-ปา-ตะ)
จะได้แนะนำคัมภีร์ทั้ง ๕ ไปตามลำดับ
......................
(๕) คัมภีร์ที่ ๕ “สุตฺตนิปาต”
คำว่า “สุตฺตนิปาต” แยกศัพท์เป็น สุตฺต + นิปาต = สุตฺตนิปาต (สุด-ตะ-นิ-ปา-ตะ) แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะที่ตกไปโดยไม่เหลือแห่งพระสูตร” หมายถึง ชุมนุมพระสูตร คือพระสูตรเบ็ดเตล็ดหรือพระสูตรพิเศษถูกนำมารวมไว้ในคัมภีร์นี้
“สุตฺตนิปาต” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สุตตนิบาต” (สุด-ตะ-นิ-บาด) พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกไว้ดังนี้ -
“สุตตนิบาต : (คำนาม) คัมภีร์ที่รวบรวมพระสูตรเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน.”
ข้อสังเกต :
คำที่เป็นชื่อคัมภีร์ทั้ง ๕ ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ เก็บไว้เป็นชื่อตรงๆ ๓ คำ คือ “อุทาน” “อิติวุตตกะ” และ “สุตตนิบาต” ส่วนอีก ๒ คำ “ขุททกปาฐะ” ไม่ได้เก็บไว้ “ธัมมปทคาถา” เก็บไว้ที่คำว่า “ธรรมบท”
ก็คงต้องตั้งปัญหาทิ้งไว้อีกว่า คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมฯ ใช้เกณฑ์อะไรในการเก็บคำไหนและไม่เก็บคำไหน
..............
ขยายความ :
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายคำว่า “สุตตนิบาต” ไว้ดังนี้ -
.......................................................
สุตตนิบาต : ชุมนุมพระสูตรชุดพิเศษ ซึ่งเป็นคาถาล้วน หรือมีความนำร้อยแก้วบ้าง รวม ๗๑ สูตร จัดเป็นคัมภีร์ที่ ๕ แห่งขุททกนิกาย ในพระสุตตันตปิฎก.
.......................................................
หมายเหตุของผม : อรรถกถาคัมภีร์สุตตนิบาต (ปรมัตถโชติกา สุตตนิปาตวัณณนา ภาค ๒ หน้า ๖๒๓) ระบุว่าคัมภีร์สุตตนิบาตมี ๗๐ สูตร (สตฺตติสุตฺตปฺปเภท...) ตรวจดูแล้วพบว่า มีข้อความตอนหนึ่งเรียกชื่อว่า “วัตถุคาถา” (ดูรายชื่อสูตรข้างหน้า) ชื่อแปลกกว่าสูตรอื่นๆ คือไม่เรียก “สูตร” ตรวจดูในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ พบว่าเป็นข้อความในข้อ ๔๒๔ เป็นการเล่าเรื่องพราหมณ์พาวรีผู้ส่งศิษย์ไปทูลถามปัญหากับพระพุทธเจ้า อันเป็นที่มาของ “โสฬสปัญหา” ที่เราค่อนข้างคุ้นกันอยู่และมีรายละเอียดอยู่ในคัมภีร์สุตตนิบาตนี้ด้วย ความทั้งหมดในข้อนี้เหมือนกับเป็นบทนำของโสฬสปัญหา ไม่ใช่ตัวพระสูตร น่าจะเป็นเพราะเหตุนี้อรรถกถาจึงไม่นับเข้าในจำนวนพระสูตร คือบอกว่ามี ๗๐ สูตร ไม่ใช่ ๗๑ สูตร
.......................................................
พระสูตรชุดพิเศษที่รวมไว้ใน “สุตตนิบาต” เรียงตามลำดับอักษร (เลขในวงเล็บเป็นหมายเลขตามลำดับในคัมภีร์) มีดังนี้ -
.......................................................
กลหวิวาทสูตร (49)
กสิภารทวาชสูตร (4)
กัปปมาณวกปัญหา (65)
กามสูตร (39)
กิงสีลสูตร (21)
โกกาลิกสูตร (36)
ขัคควิสาณสูตร (3)
คุหัฏฐกสูตร (40)
จุนทสูตร (5)
จูฬวิยูหสูตร (50)
ชตุกัณณีมาณวกปัญหา (66)
ชราสูตร (44)
ติสสเมตเตยยมาณวกปัญหา (57)
ติสสเมตเตยยสูตร (45)
ตุวฏกสูตร (52)
โตเทยยมาณวกปัญหา (64)
ทวยตานุปัสสนาสูตร (38)
ทุฏฐัฏฐกสูตร (41)
ธนิยสูตร (2)
ธัมมจริยสูตร (18)
ธัมมิกสูตร (26)
โธตกมาณวกปัญหา (60)
นันทมาณวกปัญหา (62)
นาลกสูตร (37)
นาวาสูตร (20)
ปธานสูตร (28)
ปรมัฏฐกสูตร (43)
ปราภวสูตร (6)
ปสูรสูตร (46)
ปัพพชาสูตร (27)
ปิงคิยมาณวกปัญหา (71)
ปุณณกมาณวกปัญหา (58)
ปุราเภทสูตร (48)
โปสาลมาณวกปัญหา (69)
พราหมณธัมมิกสูตร (19)
ภัทราวุธมาณวกปัญหา (67)
มงคลสูตร (16)
มหาวิยูหสูตร (51)
มาคันทิยสูตร (47)
มาฆสูตร (31)
มุนิสูตร (12)
เมตตคูมาณวกปัญหา (59)
เมตตสูตร (8 )
โมฆราชมาณวกปัญหา (70)
รตนสูตร (13)
ราหุลสูตร (23)
วสลสูตร (7)
วังคีสสูตร (24)
*วัตถุคาถา (55)*
วาเสฏฐสูตร (35)
วิชยสูตร (11)
สภิยสูตร (32)
สัมมาปริพพาชนิยสูตร (25)
สัลลสูตร (34)
สารีปุตตสูตร (54)
สุทธัฏฐกสูตร (42)
สุนทริกสูตร (30)
สุภาสิตสูตร (29)
สูจิโลมสูตร (17)
เสลสูตร (33)
หิริสูตร (15)
เหมกมาณวกปัญหา (63)
เหมวตสูตร (9)
อชิตมาณวกปัญหา (56)
อัตตทัณฑสูตร (53)
อามคันธสูตร (14)
อาฬวกสูตร (10)
อุฏฐานสูตร (22)
อุทยมาณวกปัญหา (68)
อุปสีวมาณวกปัญหา (61)
อุรคสูตร (1)
.......................................................
รายชื่อสูตรเรียงตามลำดับอักษรนี้ ผมนั่ง “หลังขดหลังแข็ง” ทำเอง ไม่ได้ลอกมาจากงานของใคร ขณะทำก็เกิด “วาบความคิด” ว่า ถ้านักเรียนบาลีของเราจะมีอุตสาหะจัดทำ “ดัชนีพระไตรปิฎก” หรือ “นามานุกรมพระไตรปิฎก” ขึ้นไว้ก็จะดีนักหนา เนื้อหาก็คือ รวบรวมชื่อพระสูตรหรือชื่อใดๆ ก็ตามที่น่าสนใจอันมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก บอกที่มาว่าสูตรนั้นชื่อนั้นอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มนั้นข้อนั้นหน้านั้น ใครอยากจะอ่านอยากจะศึกษาก็สามารถตามไปอ่านได้ง่าย ไม่ต้องมานั่งนึกว่า เอ เรื่องนี้อยู่เล่มไหนนะ
งานนี้น่าทำมาก และทำไม่ยากด้วย ขอเพียงแต่ให้มีอุตสาหะ มีใจรักที่จะทำ งานบาลีมีให้ทำอีกเยอะเลยครับ รอแค่นักเรียนบาลีมีใจรักหรือมีฉันทะเท่านั้น
.......................................................
งานมี
คนมี
ความรู้ความสามารถมี
แต่-ใจรักที่จะทำ ไม่มี
เศร้าเลยขอรับ
.......................................................
คนรุ่นใหม่คงจะบอกว่า ดัชนงดัชนีอะไรนั่นล้าสมัยแล้วคุณลุง เดี๋ยวนี้เขาเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์ปั๊บเดียวก็เจอแล้ว
ไม่ต้องไปมัวนั่งหลังขดหลังแข็งให้น่าสังเวชเหมือนคุณลุงนั่นหร็อก
จบเลย
-------------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
๑๘:๐๙
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ