เห็นต่างกับเห็นตรง เราจะไปทางไหน
-----------------------------------
คำว่า “เห็นต่าง” หรือ “คิดต่าง” เป็นคำค่อนข้างใหม่ มีความหมายว่า มีความคิดความเห็นไม่เหมือนกับใครๆ ที่เคยคิดเห็นกันมา
“เห็นต่าง” หรือ “คิดต่าง” ตามที่ว่านี้ เวลานี้มีแนวโน้มว่าจะได้รับการปกป้องในฐานะเป็นสิทธิเสรีภาพอย่างหนึ่งของมนุษย์
“ได้รับการปกป้อง” หมายความว่า ทั้งตัวคนคิด ทั้งความคิดที่ “เห็นต่าง” หรือ “คิดต่าง” นั้น ไม่ควรที่ใครจะไปตำหนิติติงทักท้วงคัดค้านโต้แย้งตอบกลับไม่ว่าจะในลักษณะใดๆ ทั้งสิ้น
แต่ควรปล่อยให้ดำรงอยู่และดำเนินไปอย่างอิสระ
ใครไปตำหนิติติงทักท้วงคัดค้านโต้แย้งตอบกลับเข้า ก็จะถูกประณามว่าเป็นคนใจแคบ เผด็จการ ไม่ยอมให้ใครคิดต่าง ปิดกั้นเสรีภาพ หัวโบราณ ไดโนเสาร์เต่าล้านปี-ไปโน่นเลย
แนวความคิดที่เห็นว่า ควรปล่อยให้ความคิดต่างเห็นต่างดำรงอยู่และดำเนินไปอย่างอิสระ แสดงเหตุผลประกอบไว้ด้วยว่า ความคิดต่างเห็นต่างนั้น จะผิดถูกชั่วดีอย่างไร ควรปล่อยให้สังคมตัดสิน
คำว่า “สังคม” ก็หมายถึง คนส่วนมาก เสียงส่วนใหญ่ การนิยมตาม การทำตามกันมากๆ โดยเชื่อว่านั่นคือเกณฑ์มาตรฐาน
ถ้ามีผู้เห็นด้วย มีคนทำตามมากๆ ความคิดต่างเห็นต่างนั้นก็ถูกต้อง ใช้ได้ ควรยอมรับ ควรทำตาม
ถ้าไม่มีคนเห็นด้วย ไม่มีใครทำตาม ความคิดต่างเห็นต่างนั้นก็จะแห้งตายไปเอง
ควรให้เป็นแบบนี้
ไม่ใช่ไปกีดกั้นขัดขวางไม่ให้ใครคิดต่างเห็นต่าง
ญาติมิตรทั้งปวงเห็นเป็นประการใด?
ขออนุญาตยกตัวอย่าง
..........................................................
พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนาเถรวาทมีหลักอยู่ว่า หลังเที่ยงวันไปแล้วไม่ฉันอาหาร จนกว่าจะถึงรุ่งอรุณของวันใหม่
พระภิกษุสามเณรรุ่นใหม่มีความเห็นว่า หลังเที่ยงวันไปแล้วพระภิกษุสามเณรควรฉันอาหารได้ เพื่อประโยชน์ทางสุขภาพ การห้ามฉันอาหารหลังเที่ยงวันเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการบริโภค
..........................................................
นี่คือความคิดต่างเห็นต่าง
การฉันอาหารหลังเที่ยงวันจะผิดถูกชั่วดีอย่างไร ควรปล่อยให้สังคมตัดสิน
ถ้ามีผู้เห็นด้วย มีคนทำตามมากๆ ความคิดต่างเห็นต่างนั้นก็ถูกต้อง ใช้ได้ ควรยอมรับ ควรทำตาม
ญาติมิตรทั้งปวงเห็นเป็นประการใด?
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
๒๐:๔๘

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ