แนะนำพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ (๙)
--------------------------------
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ รวมคัมภีร์ย่อยไว้ ๕ คัมภีร์ คือ
๑ ขุทฺทกปาฐ (ขุด-ทะ-กะ-ปา-ถะ)
๒ ธมฺมปทคาถา (ทำ-มะ-ปะ-ทะ-คา-ถา)
๓ อุทาน (อุ-ทา-นะ)
๔ อิติวุตฺตก (อิ-ติ-วุด-ตะ-กะ)
๕ สุตฺตนิปาต (สุด-ตะ-นิ-ปา-ตะ)
จะได้แนะนำคัมภีร์ทั้ง ๕ ไปตามลำดับ
......................
(๔) คัมภีร์ที่ ๔ “อิติวุตฺตก”
อิติ + วุตฺตก = อิติวุตฺตก (อิ-ติ-วุด-ตะ-กะ) แปลตามศัพท์ว่า “คำอันกล่าวกันมาว่าดังนี้” หมายถึง สิ่งหรือเรื่องที่ได้มีผู้พูดไว้ (what has been said, saying)
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ขยายความคำว่า “อิติวุตฺตก” ว่า -
.......................................................
“so it has been said”, (book of) quotations, “Logia”, N. of the fourth book of the Khuddaka-nikāya, named thus because every sutta begins with vuttaŋ h' etaŋ Bhagavatā "thus has the Buddha said."
“ได้กล่าวกันมาดังนั้น”, (คัมภีร์ว่าด้วย) คำพูดที่ควรยกมาอ้าง, “Logia = การกล่าวถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรวบรวมเอาข้อธรรมที่มีเหตุผลของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ยุคต้น ๆ”, ชื่อคัมภีร์ที่ ๔ แห่งขุทกนิกาย, ที่ได้ชื่อเช่นนั้น เพราะว่าทุก ๆ สูตรเริ่มต้นด้วยคำว่า วุตฺตํ เหตํ ภควตา “สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้”
.......................................................
ขยายความ :
“อิติวุตฺตก” ใช้ในภาษาไทยเป็น “อิติวุตตกะ” เคยเห็นคำเก่าสะกดเป็น “อิติวุตดก” อ่านว่า อิ-ติ-วุด-ดก ก็มี
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายคำว่า “อิติวุตตกะ” ไว้ดังนี้ -
.......................................................
อิติวุตตกะ : พระสูตรที่ไม่ขึ้นต้นด้วยคำว่า เอวมฺเม สุตํ แต่ขึ้นต้นด้วย “วุตฺตํ เหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ” แล้วเชื่อมความเข้าสู่คาถาสรุปท้าย ด้วยคำว่า อิติ วุจฺจติ รวม ๑๑๒ สูตร จัดเป็นคัมภีร์ที่ ๔ แห่งขุททกนิกาย.
.......................................................
คัมภีร์ “อิติวุตตกะ” มีความเป็นมาอย่างไร ขอนำความจากพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ซึ่งอธิบายเรื่องนี้ไว้ที่คำว่า “ขุชชุตรา” มาแสดงไว้ในที่นี้ (ปรับย่อหน้าวรรคตอนเล็กน้อยเพื่อให้อ่านง่าย) ดังนี้ -
.......................................................
พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า (อิติ.อ.๓๔) พระสูตรทั้งหมดในคัมภีร์อิติวุตตกะแห่งขุททกนิกายในพระไตรปิฎก จำนวน ๑๑๒ สูตร ได้มาจากอริยสาวิกาขุชชุตรา
กล่าวคือ นางขุชชุตราไปฟังจากพระพุทธเจ้าและนำมาถ่ายทอดที่วังแก่พระนางสามาวดีพร้อมทั้งบริพาร แล้วภิกษุณีทั้งหลายก็รับไปจากอริยสาวิกาขุชชุตรา และต่อทอดถึงภิกษุทั้งหลาย ...
ทั้งนี้ได้รักษาไว้ตามที่นางขุชชุตรานำมากล่าวแสดง ดังที่คำเริ่มต้นพระสูตรชุด ๑๑๒ สูตรนี้ ก็เป็นคำของนางขุชชุตรา ว่า “วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ” (แท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระสูตรนี้ไว้ ข้าพเจ้าได้สดับมาดังที่พระองค์อรหันต์ตรัสแล้วว่า…) ซึ่งพระอานนท์ก็นำมากล่าวในที่ประชุมสังคายนา ณ เมืองราชคฤห์ ตามคำเดิมของนาง
(คำเริ่มต้นของนางมีเพียงเท่านี้ ไม่บอกสถานที่ตรัส เพราะเป็นพระสูตรซึ่งทรงแสดงที่เมืองโกสัมพีทั้งหมด และไม่บอกว่าตรัสแก่ใคร แต่ในทุกสูตรมีคำตรัสเรียกผู้ฟังว่า “ภิกฺขเว” บ่งชัดว่าตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย คือคงตรัสในที่ประชุมซึ่งมีภิกษุสงฆ์เป็นส่วนใหญ่) ...
... อันต่างจากพระสูตรอื่นๆ ที่คำเริ่มต้นเป็นของพระอานนท์เอง ซึ่งขึ้นนำว่า “เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา [บอกสถานที่ เช่น ราชคเห วิหรติ … และระบุบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น เตน โข ปน สมเยน ราชา มาคโธ…] …” (ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ว่า สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่…โดยสมัยนั้นแล [บุคคลนั้นๆ]…)
เรื่องที่กล่าวมานี้ นับว่าเป็นเกียรติคุณของอริยสาวิกา ซึ่งได้ทำประโยชน์ไว้แก่พระพุทธศาสนา สมเป็นผู้ทรงปฏิสัมภิทา และได้รับพระพุทธดำรัสยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในด้านเป็นพหูสูต. ...
.......................................................
นางขุชชุตราเป็นใคร พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ที่คำว่า “ขุชชุตรา” สรุปเรื่องไว้ดังนี้ -
.......................................................
ขุชชุตรา : อริยสาวิกาสำคัญท่านหนึ่งในฝ่ายอุบาสิกา บางทีเรียกว่าเป็นอัครอุบาสิกา เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นตราชูของอุบาสิกาบริษัท (คู่กับเวฬุกัณฏกีนันทมารดา) ท่านเป็นเอตทัคคะในบรรดาอุบาสิกาที่เป็นพหูสูต เป็นผู้มีปัญญามาก ได้บรรลุเสขปฏิสัมภิทา (ปฏิสัมภิทาของพระเสขะ)
ตามประวัติที่อรรถกถาเล่าไว้ อริยสาวิกาท่านนี้ เป็นธิดาของแม่นมในบ้านของโฆสิตเศรษฐี (อรรถกถาเรียกเพี้ยนเป็นโฆสกเศรษฐี ก็มี) ในเมืองโกสัมพี ได้ชื่อว่า “ขุชชุตรา” เพราะเกิดมามีหลังค่อม (เขียนเต็มตามรูปคำบาลีเดิม เป็น “ขุชฺชุตฺตรา” ขุชฺชา แปลว่า ค่อม ชื่อของนางแปลเต็มว่า อุตราผู้ค่อม)
ต่อมา เมื่อนางสามาวดีธิดาบุญธรรมของโฆสิตเศรษฐีได้รับอภิเษกเป็นมเหสีของพระเจ้าอุเทนแห่งกรุงโกสัมพี นางขุชชุตราก็ได้ไปเป็นผู้ดูแลรับใช้ (เป็นอุปัฏฐายิกา, แต่อรรถกถาบางแห่งใช้คำว่าเป็น บริจาริกา)
ขุชชุตราไม่ค่อยจะซื่อตรงนัก ดังเรื่องว่า เวลาไปซื้อดอกไม้ นางเอาเงินไป ๘ กหาปณะ แต่เก็บเอาไว้เสียเอง ๔ กหาปณะ ซื้อจริงเพียง ๔ กหาปณะ
อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าของร้านดอกไม้นิมนต์พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ไปฉัน เมื่อขุชชุตราไปที่ร้านจะซื้อดอกไม้ เจ้าของร้านจึงขอให้รอก่อนและเชิญให้ร่วมจัดแจงภัตตาหารถวายด้วย ขุชชุตราได้รับประทานอาหารเอง และทั้งได้เข้าครัวช่วยจัดภัตตาหาร แล้วก็เลยได้ฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสตลอดทั้งหมดจนถึงอนุโมทนา และได้สำเร็จเป็นโสดาบัน
เมื่อเป็นอริยบุคคลแล้ว วันนั้นก็จึงซื้อดอกไม้ครบ ๘ กหาปณะ ได้ดอกไม้ไปเต็มกระเช้า พระนางสามาวดีแปลกพระทัย ก็ตรัสถามว่าทำไมเงินเท่าเดิม แต่วันนั้นได้ดอกไม้มามากเป็นพิเศษ
ขุชชุตราเป็นอริยชนแล้วก็เล่าเปิดเผยเรื่องไปตามตรง พระนางสามาวดีกลับพอพระทัย และพร้อมด้วยสตรีที่เป็นราชบริพารทั้งหมด พากันขอให้ขุชชุตราถ่ายทอดธรรม
ขุชชุตราแม้จะเป็นคนค่อนข้างพิการ แต่มีปัญญาดีมาก (สำเร็จปฏิสัมภิทาของเสขบุคคล) ได้นำธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสมาถ่ายทอดเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงแสดง ทำให้พระนางสามาวดีและสตรีที่เป็นราชบริพารเข้าใจแจ่มแจ้งบรรลุโสดาปัตติผลทั้งหมด
จากนั้น พระนางสามาวดีได้ยกขุชชุตราขึ้นพ้นจากความเป็นผู้รับใช้ เชิดชูให้มีฐานะดังมารดาและเป็นอาจารย์ที่เคารพ โดยให้มีหน้าที่ไปฟังพระพุทธเจ้าแสดงธรรมทุกวัน แล้วนำมาเล่ามาสอนต่อที่วัง
เวลาผ่านไป ต่อมาพระนางสามาวดี ถูกพระนางมาคัณฑิยาประทุษร้ายวางแผนเผาตำหนักสิ้นพระชนม์ในกองเพลิงพร้อมทั้งบริพาร แต่พอดีว่า ขณะนั้น ขุชชุตราไปกิจที่อื่น จึงพ้นอันตราย
.......................................................
ความจริงที่ว่าคัมภีร์ “อิติวุตตกะ” ในพระไตรปิฎกเป็นผลงานของนางขุชชุตรานี้ ผมเข้าใจว่ายังไม่เคยมีใครยกขึ้นมาเชิดชู
แม้แต่เอ่ยถึงชื่อคัมภีร์ “อิติวุตตกะ” ผมเชื่อว่าน้อยคนที่จะรู้จัก
ยิ่งบอกว่าเป็นผลงานของนางขุชชุตรา หลายท่านคงบอกว่า-ไม่เคยรู้มาก่อน!
พุทธบริษัทฝ่ายสตรีในบ้านเราที่ประกาศตัวว่าฝักใฝ่ในธรรมมีอยู่เป็นอันมาก โดยเฉพาะท่านที่เรียนบาลีจนสอบได้ชั้นสูงสุดก็มีอยู่มากหน้าหลายตา ผมขอถือโอกาสนี้ชักชวน เชิญชวน ขอร้อง วิงวอน อ้อนวอน ให้บรรดาพุทธบริษัทฝ่ายสตรีลุกขึ้นมาจับงานศึกษาคัมภีร์ “อิติวุตตกะ” ผลงานชิ้นเดียวของสตรีที่โดดเด่นอยู่ในพระไตรปิฎก ทั้งเป็น ๑ ใน ๙ ของนวังคสัตถุศาสน์
.......................................................
๑ เพื่อให้ได้ความรู้ทางธรรมที่ถูกต้องเพิ่มขึ้น
๒ เพื่อนำความรู้นั้นมาปฏิบัติขัดเกลาตนเอง
๓ แล้วเผยแผ่ให้แพร่หลายไปสู่สังคม
๔ ที่พิเศษสุด-เพื่อเชิดชูเกียรติของขุชชุตราอุบาสิกา สตรีผู้ฝากผลงานชิ้นเอกไว้ในพระพุทธศาสนา จากสตรีที่โลกลืมให้เป็นสตรีที่โลกรู้
.......................................................
สำนักแม่ชีและสำนักที่ประกาศตัวเป็นภิกษุณี ผมขอเสนอแนะให้ริเริ่มสร้างอนุสาวรีย์ขุชชุตราอุบาสิกาขึ้นไว้เป็นเกียรติเป็นศรีประจำสำนักให้เป็นที่ประจักษ์แก่ตาโลกตั้งแต่บัดนี้ไปเทอญ
.......................................................
อ่านเรื่องในคัมภีร์อิติวุตตกะ
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=25&A=4405
.......................................................
(ตอนหน้า แนะนำคัมภีร์สุตตนิบาต)
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
๑๕:๔๑
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ