คุณสมบัติพื้นฐานของการเขียนกลอน

----------------------------

คนเขียนกลอนจะต้องรู้หรือต้องมีองค์ประกอบ ๓ ประการ

๑ ฉันทลักษณ์

๒ หลักภาษา

๓ จินตนาการ

....................

๑ ฉันทลักษณ์

คำประพันธ์ คือ กาพย์ กลอน โคลงฉันท์ ล้วนมีแบบแผนหรือกฎข้อบังคับเฉพาะคำประพันธ์แต่ละชนิด ที่สำคัญเป็นเบื้องต้นคือ จำนวนคำ และกฎการสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัมผัสบังคับและสัมผัสต้องห้าม ผู้แต่งคำประพันธ์จำเป็นต้องรู้ฉันทลักษณ์ของคำประพันธ์ชนิดนั้นๆ และแต่งตามกฎอย่างเคร่งครัด

๒ หลักภาษา

หมายถึงการรู้จักคำ รู้ความหมายของคำ รู้หลักการใช้คำ และสามารถเลือกใช้คำให้ถูกกับความหมาย

อุปกรณ์ที่จะช่วยให้รู้จักคำได้ดีที่สุดคือ พจนานุกรม

๓ จินตนาการ

จินตนาการ คือการเห็นภาพในใจ เช่นตาเห็นภาพ แต่ใจคิดต่อจากที่ตาเห็นไปได้อีก หู จมูก ลิ้น สัมผัสอะไร ใจสามารถคิดต่อไปได้อีก 

ถ้าสัมผัสอะไร รู้ได้เท่าที่สัมผัส คิดต่อไปอีกไม่เป็น นั่นคือขาดจินตนาการ

....................

ขอขยายความ “จินตนาการ” ให้ละเอียดขึ้นอีกเล็กน้อย เนื่องจากเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ

การใช้คำพูดที่ออกมาจากจินตนาการนั้น ก่อให้เกิดสิ่งที่ภาษาวรรณศิลป์เรียกว่า “ความกระเทือนใจ” ได้ดีกว่าและลึกซึ้งกว่าการพูดความจริงตรงๆ ทื่อๆ หลักของแนวคิดนี้ก็คือ จินตนาการไม่ใช่ตัวความจริง แต่จินตนาการต้องตั้งอยู่บนความจริง จินตนาการใดไม่ตั้งตั้งอยู่บนความจริง การพูดตามแนวจินตนาการนั้นก็คือการพูดเท็จ 

ตัวอย่างเช่น คุณแมนบอกรักคุณติ๋ม 

ถ้าคุณแมนบอกคุณติ๋มว่า “ติ๋มจ๋า ผมรักติ๋มสุดหัวใจ” สุภาพสตรีที่เป็นคุณติ๋มฟังคำบอกรักนี้แล้ว ก็รู้ว่าคุณแมนบอกรัก แต่คงจะรับรู้เฉยๆ มิได้เกิด “ความกระเทือนใจ” เพิ่มขึ้นจากปกติ อย่างดีก็อาจจะขอบคุณคุณแมนไปตามมารยาทที่อุตส่าห์บอกว่ารัก

ผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะคุณแมนพูดความจริงตรงๆ ทื่อๆ แบบไร้จินตนาการนั่นเอง ทั้งๆ ที่การที่คุณแมนรักคุณติ๋มนั้นเป็นความจริง และคำที่ว่า “ติ๋มจ๋า ผมรักติ๋มสุดหัวใจ” นั้นคุณแมนก็พูดออกมาจากหัวใจจริง มิได้โกหกหลอกลวงแต่ประการใดเลย

ต่างว่าคุณแมนพูดใหม่ โดยคุณแมนบอกคุณติ๋มว่า 

“ติ๋มครับ รู้ไหมว่าติ๋มคือดอกไม้ที่บานอยู่ในหัวใจผม” 

คราวนี้สุภาพสตรีที่เป็นคุณติ๋มฟังแล้ว ลองถามตัวเองว่า จะไม่รู้สึก “กระเทือนใจ” อะไรบ้างเลยหรือ และยังจะรับรู้เฉยๆ อยู่ได้หรือ? 

ถามว่า คำพูดของคุณแมนที่ว่า “ติ๋มคือดอกไม้ที่บานอยู่ในหัวใจผม” นั้น เป็นตัวความจริงหรือเปล่า คำตอบก็คือเปล่าเลย ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่มีดอกไม้ชนิดไหนๆ ที่จะเข้าไปบานอยู่ในหัวใจของใครได้หรอก คำพูดนั้นเป็นจินตนาการโดยแท้ แต่สามารถสร้างความกระเทือนใจให้แก่คุณติ๋ม ได้ดีกว่าและลึกซึ้งกว่าคำพูดตรงๆ ทื่อๆ  ที่ว่า “ผมรักติ๋มสุดหัวใจ” เป็นไหนๆ 

แต่อย่างไรก็ตาม คำพูดที่ว่า “ติ๋มคือดอกไม้ที่บานอยู่ในหัวใจผม” นั้น ถ้าพูดออกมาจากความรู้สึกจริงใจจริงๆ ก็เป็นจินตนาการที่ตั้งอยู่บนความจริง แต่ถ้าคุณแมนมิได้รักคุณติ๋มเลยแม้แต่น้อย คำพูดนั้นก็เป็น การพูดเท็จชนิดหนึ่งนั่นเอง ดังนั้น จินตนาการที่มีคุณค่าจึงต้องเป็นจินตนาการที่ตั้งอยู่บนความจริงเท่านั้น

....................

ตัวอย่างบทร้อยกรองที่ใช้จินตนาการ

 ....................................

 ๏ วังทิพย์คือท้องทุ่ง

 ม่านงามรุ้งคือเขาเขิน

 ร้อนหนาวในราวเนิน

 มาโลมไล้ต่างรสสุคนธ์

 ๏ ย่างพระบาทที่ยาตรา

 ยาวรอบหล้าฟ้าสากล

 พระเสโทที่ถั่งท้น

 ถ้าไหลรวมคงท่วมไทย๚ะ๛

 (กาพย์เห่เรือปีกาญจนาภิเษก)

 ....................................

การใช้ถ้อยคำที่เกิดจากจินตนาการ ย่อมทำให้คำประพันธ์มีอรรถรสหรือสีสันเพิ่มขึ้นต่างจากคำพูดธรรมดา

....................

องค์ประกอบทั้ง ๓ ประการดังกล่าวมานี้ อาจอุปมาได้กับการปรุงอาหาร -

ฉันทลักษณ์ อุปมาเหมือนสูตรของอาหารแต่ละชนิด เช่น แกงส้มใส่อะไร แกงเผ็ดใส่อะไร แกงเลียงใส่อะไร คนปรุงอาหารต้องรู้สูตร

หลักภาษา อุปมาเหมือนเครื่องปรุง เช่น หอม กระเทียม ผัก ปลา เนื้อ ฯลฯ ที่ต้องใช้ในการปรุงอาหารชนิดนั้นๆ ต้องสามารถหาได้ มีพร้อม และมีคุณภาพดี

จินตนาการ อุปมาเหมือนขั้นตอนหรือเทคนิคในการปรุง ใส่อะไรก่อน อะไรหลัง ใส่มากน้อยแค่ไหน รสมือของคนปรุงแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน

ร้อยกรองที่สมบูรณ์พร้อมด้วยฉันทลักษณ์ หลักภาษา และจินตนาการ ย่อมเป็นร้อยกรองที่มีอรรถรสอันเลิศ เหมือนอาหารที่มีโอชารสฉะนั้น

....................

อนึ่ง คุณสมบัติพิเศษที่เป็นพื้นฐานที่แท้จริงของคนเขียนกลอน ก็คือ 

(๑) อ่านกลอนให้มาก วรรณคดีไทยทุกประเภทควรอ่านให้ทั่วถึง โดยเฉพาะงานของสุนทรภู่ เช่น พระอภัยมณี นิราศต่างๆ ต้องอ่าน

(๒) เขียนกลอนให้มาก เขียนทุกวัน เขียนบ่อยๆ หาคนที่มีความรู้ทางกลอนช่วยวิจารณ์ติชมให้ จะเป็นช่องทางให้พัฒนาฝีมือขึ้นไปได้

....................................

รู้หลักการแต่งกลอนทุกอย่าง แต่ไม่เคยแต่ง

สู้คนที่ไม่รู้แต่ขยันแต่งไม่ได้

เพราะคนขยันแต่งมีโอกาสพัฒนาฝีมือขึ้นไปได้เรื่อยๆ

....................................

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

บรรยายที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

-------------------------------

โพสต์ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

๑๑:๓๗

....................................

หมายเหตุ: ภาพประกอบ “กลอนจะดีอยู่เรื่องเป็นเบื้องแรก” ผมจำมาว่าเป็นฝีปากของ สวัสดิ์ ธงศรีเจริญ นักกลอนรุ่นลายคราม แต่ไม่แน่ใจว่าจำผิดหรือถูก ญาติมิตรท่านใดทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ขอความกรุณาบอกกล่าวด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

[full-post]

คุณสมบัติพื้นฐานของการเขียนกลอน

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.