บุคคลอยู่ในป่าไม่คลุกคลีกับผู้อื่น ทำไมเอาชนะกิเลสไม่ได้?
”ถาม ในการบำเพ็ญเพียรนั้น พระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้คลุกคลี คืออยู่ผู้เดียว ไม่ใช่หรือ? มีบุคคลบางคนเคยอยู่ในป่าคนเดียว แต่ก็เอาชนะกิเลสไม่ได้ จิตคอยคิดโน่นคิดอยู่เรื่อย แม้เป็นผู้ไม่มีลูกเมียเป็นที่กังวล แต่ก็ยังมีเรื่องอื่นมาทำให้คิดฟุ้งซ่านไปจนได้ ทำอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่า 'อยู่คนเดียวได้จริงๆ'?
”ตอบ ความจริงเราเข้าใจคำว่าอยู่คนเดียวไม่ตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน มิคชาลสูตร สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ข้อ ๖๖ มีความว่า
บุคคลหรือภิกษุก็ตาม ที่เมื่ออยู่ในเสนาสนะอันสงัดในป่าไม้หรือป่าหญ้า เป็นที่ เงียบเสียง ปราศจากผู้คนสัญจรไปมา แต่ถ้าหากว่าเขายังเพลิดเพลินยินดีในรูปที่เห็นด้วยตา ในเสียงที่ได้ยินด้วยหู ในกลิ่นที่ได้สูดดมด้วยจมูก ในรสที่ลิ้มได้ด้วยลิ้น ในสัมผัสที่กระทบทางกาย ในธรรมารมณ์ที่มากระทบใจแล้ว เขาผู้นั้นชื่อว่าอยู่ด้วยเพื่อน คือมีตัณหา ความยินดีเป็นเพื่อน (ตณฺหา ทุติโย ปุริโส) หาได้อยู่แต่ลำพังผู้เดียวไม่ แต่ถ้าบุคคลหรือภิกษุนั้นแม้จะอยู่ปะปนกัน กับบุคคลอื่น มีอุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ เป็นต้น แต่ไม่ยินดี ไม่เพลิดเพลิน ไม่เกี่ยวข้องในรูปที่เห็นด้วยตา ในเสียงที่ได้ยินด้วยหู ในกลิ่นที่สูดดมด้วยจมูก ในรส ที่ลิ้มด้วยลิ้น ในสัมผัสที่กระทบทางกาย และในธรรมารมณ์ที่มากระทบใจแล้ว ผู้นั้น ชื่อว่าอยู่ผู้เดียว ไม่มีเพื่อน เพราะไม่มีตัณหาเป็นเพื่อน ด้วยเหตุนี้แหละที่กล่าวว่า 'ไปอยู่ในป่าคนเดียว แต่ก็เอาชนะกิเลสไม่ได้' นั้น ความจริงเขาไม่ได้อยู่ลำพังคนเดียวเลย แต่เขามีกิเลสตัณหาเป็นเพื่อนอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นที่เกิดคำถามว่า 'ทำอย่างไรจึงจะอยู่คนเดียวได้จริงๆ' นั้นก็คือ บุคคลจะอยู่ที่ไหนๆ ในป่าหรือในบ้าน มีคนหรือไม่มีคนพลุกพล่าน หากมีสติรู้ตัวอยู่ในเวลาที่อารมณ์ทั้งหลายมีรูปเป็นต้นมากระทบ ไม่ปล่อยให้กิเลสมี ตัณหาเป็นต้นครอบงำใจได้แล้ว บุคคลก็จะได้ชื่อว่า 'เป็นผู้อยู่คนเดียวโดยแท้จริง' เพราะอยู่ โดยไม่มีตัณหาเป็นเพื่อน ซึ่งสามารถจะละตัณหาให้ขาดไปจากสันดานได้ ไม่มีตัณหาครอบงำแม้เพียงขณะจิตเดียวแล้ว เป็นพระอรหันต์แล้ว ก็จะได้ชื่อว่า 'เป็นผู้มีปกติอยู่ผู้เดียว
โดยแท้จริง'
โดยปกติท่านกล่าวว่า ”วิเวก” (ความสงัด) มี 3 อย่าง คือ
1. กายวิเวก คือความสงัดกาย ได้แก่ การปลีกตนออกจากหมู่
2. จิตตวิเวก ความสงบแห่งจิต ได้แก่ ความที่จิตบรรลุสมาบัติ ๘/๙ (รูปฌาน ๔/๕, อรูปฌาน ๔)
3. อุปธิวิเวก คือความที่จิตสงัดจากกิเลสตัณหาทั้งปวง
คนที่ไม่ว่าจะอยู่ในที่ไหนก็ตาม หากไม่มีตัณหาครอบงำแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ ผู้เดียวทั้งสิ้น เพราะเหตุนี้แหละพระอรหันต์ทั้งหลายท่านจะอยู่ในที่ใดก็ตาม ไม่ว่าจะใน ป่าดง กันดารหรือสะดวกสบาย ที่นั้นก็เป็นที่น่ารื่นรมย์สำหรับท่านทั้งสิ้น เพราะท่าน ละความยินดีที่เป็นเพื่อนของท่านได้เด็ดขาดแล้วนั่นเอง
(คาเม วา ยทิ วา รญฺเญ นินฺเน วา ยทิ วา ถเล
ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ ตํ ภูมิรามเณยฺยกํ.)
บุคคลที่ปลีกตนออกจากหมู่ ออกจากสังคม อยู่ผู้เดียว แต่ไม่มีจิตตวิเวก หรือ อุปธิวิเวกเลย เขาก็คงได้เฉพาะ กายวิเวกเท่านั้น.
--------------------
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ