สงสัยอะไร ไปให้ถึงต้นน้ำ

--------------------------

เมื่อเกิดกรณีใดๆ ขึ้นกับวัด กับหน่วยงาน องค์กร หรือกับตัวบุคคลใดๆ ก็ตาม ถ้าอยากรู้ความจริง เราควรแสวงหาความจริงจากใคร?

ถ้ามีคนต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับอาจารย์ทองย้อย-สมมุติว่าเขาได้ทราบมาว่าอาจารย์ทองย้อยไปทำอะไรไม่ดีไว้อย่างหนึ่ง-เขาควรจะไปถามใครจึงจะได้ความจริง

ตามความคิดของผม เขาก็ควรไปถามตัวอาจารย์ทองย้อยโดยตรง

เพราะเรื่องที่อาจารย์ทองย้อยไปทำอะไรไม่ดีไว้อย่างหนึ่งนั้น ผู้ที่รู้ความจริงดีที่สุดก็คือตัวอาจารย์ทองย้อยนั่นเอง

ไปถามใครที่ไหนย่อมไม่มีทางจะได้ความจริงจริงๆ

อาจได้เพียงแค่-คิดว่าน่าจะเป็นความจริง 

เพราะฉะนั้น หลักการในเรื่องเช่นนี้ก็ควรจะเป็นว่า-ต้นเรื่องอยู่ที่ไหน เราก็ต้องไปหาความจริงที่ตรงนั้น

แต่ทุกวันนี้ คนส่วนมากไม่ทำเช่นนี้

ที่นิยมทำกันก็คือ เริ่มต้นด้วยการซุบซิบนินทา หรือทำในรูปการวิพากษ์วิจารณ์ 

คือ ไปพูดกับคนนั้นคนโน้นซึ่งไม่ใช่ตัวอาจารย์ทองย้อยเอง อาจจะเป็นคนไกลตัวหรือแม้แต่ใกล้ตัวอาจารย์ทองย้อยก็ตาม แต่ก็ไม่พูดกับตัวอาจารย์ทองย้อยตรงๆ

สมมุติอีกว่า กำลังพูดกันอยู่ถึงเรื่องที่ทราบมาว่าอาจารย์ทองย้อยไปทำอะไรไม่ดีไว้อย่างหนึ่งนั่นแหละ แล้วอาจารย์ทองย้อยก็เดินมาที่ตรงนั้นพอดี ผู้ที่กำลังพูดวิจารณ์กันอยู่นั้นจะหยุดทันที

ทางจิตวิทยาอาจอธิบายว่า มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะต้องมีพฤติกรรมแบบนี้ ใครบ้างจะไปกล้าพูดเรื่องไม่ดีต่อหน้าเจ้าตัวเขา

กลายเป็นอย่างนั้นไป

เลยกลายเป็นว่า ที่อยากพูดเรื่องอาจารย์ทองย้อยไปทำไม่ดีอะไรไว้นั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะอยากรู้ความจริง แต่เป็นเพราะอยากจะพูด อยากจะว่า อยากจะตำหนิ อยากจะวิจารณ์เพื่อความมันในอารมณ์ หรือเพราะความไม่ชอบอะไรสักอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง

ทีนี้สมมุติว่าย้อนถามว่า ไปถามกะตัวอาจารย์ทองย้อยตรงๆ แล้วถ้าอาจารย์ทองย้อยโกหกล่ะ เราจะรู้ความจริงได้อย่างไร 

เพราะธรรมชาติของคนทำไม่ดี มีที่ไหนจะยอมรับว่าตัวไปทำไม่ดีไว้จริง ดังนั้น การไปถามเจ้าตัวตรงๆ จึงไม่ใช่หลักประกันว่าเราจะได้ความจริง-ใช่ไหม

ตรงจุดนี้แหละครับที่ผมอยากชวนให้มองให้ตรง 

นั่นคือ ถ้าเราเชื่อว่าอาจารย์ทองย้อยโกหก ก็ยิ่งเป็นการดี คือเราก็จะได้จับโกหกให้ได้ซึ่งๆ หน้านั่นเลย 

หมายความว่า ถ้าเราเชื่อว่าอาจารย์ทองย้อยไปทำไม่ดีอะไรไว้จริง เราก็จะได้เอาพยานหลักฐานข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงที่อยู่ในมือเราไปยันกับเจ้าตัวตรงๆ ได้เลย แบบจับผู้ร้ายได้คาหนังคาเขา ซึ่งย่อมจะดีกว่าไปเที่ยวไล่จับใครที่ไหนก็ไม่รู้

เช่นสมมุติว่า เรื่องไม่ดีที่อาจารย์ทองย้อยไปทำไว้นั้นเป็นการกระทำกับใครสักคน เราก็เอาตัวคนที่อาจารย์ทองย้อยไปทำไม่ดีไว้กับเขานั้นไปยันกันเลย แบบซัดกันหมัดต่อหมัด เอาให้สลบคามือไปเลย 

นี่เป็นวิธีปราบคนโกหกได้อย่างชะงัด

ควรจะทำอย่างนั้นใช่ไหม

ถ้าอาจารย์ทองย้อยเป็นคนมีอิทธิพลล้นฟ้า เข้าถึงตัวไม่ได้ ก็ว่ากันไปอีกเรื่อง

แต่คนชนิดนั้นในบ้านเรามีไม่กี่คน ดังนั้น การเข้าให้ถึงตัวคนที่เราเชื่อว่าเขาทำอะไรไม่ถูกไม่ควร จึงไม่ควรจะเป็นเรื่องยาก

ส่วนมาก พอยันกันจริงๆ ก็มักจะอ้อมแอ้มว่า-ก็ไม่รู้สิ เห็นเขาว่ากันอย่างนั้นนี่

สรุปว่า ที่รู้มาก็ล้วนเป็นเรื่องที่ “เห็นเขาว่ากัน” ไปเสียฉิบ

อีกแบบหนึ่งที่ชอบทำกันก็คือ เที่ยวไปสืบถามจากคนนั้นคนโน้นบรรดาที่คาดหมายว่าน่าจะรู้เรื่องดี

ยกเว้นอยู่คนเดียวที่ไม่เข้าไปถาม คือเจ้าตัวคนต้นเรื่องต้นเหตุ

อย่างที่สมมุติว่าเป็นเรื่องที่ได้ยินมาว่าอาจารย์ทองย้อยไปทำไม่ดีอะไรไว้-ก็จะเที่ยวไปถามใครๆ มากมาย ยกเว้นตัวอาจารย์ทองย้อย ไม่ไปถาม

แล้วอย่างนี้เมื่อไรจึงจะได้ความจริง?

........................

สรุปว่า-สงสัยอะไร

อยากได้ความจริง

วิ่งไปให้ถึงต้นน้ำ

ถ้ายังไม่ได้ทำแบบนี้

วิธีที่ดีที่สุด

หยุดพูด

จบ

-----------------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๙ มีนาคม ๒๕๖๖

๑๑:๕๙

[full-post]

สงสัยอะไร ไปให้ถึงต้นน้ำ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.