อะไรเล่า เป็นสิ่งปิดบังไตรลักษณ์?
อุบายวิธีที่จะขจัดทำลายสิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์นั้น เป็นอย่างไร?
ก็นามและรูปย่อมมีการเกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมดับไป ตามเหตุปัจจัย เป็นธรรมดา แต่ว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีปกติไม่เห็นไตรลักษณ์ ก็เพราะมีสิ่งปิดบังไว้ ซึ่งถ้าผู้ปฏิบัติไม่รู้จักสิ่งที่ปิดบังไตรลักษณ์ และอุบายวิธีที่จะขจัดทำลายสิ่งที่ปิดบังนั้น โอกาสที่จะเกิดปัญญาเห็นไตรลักษณ์นั้นย่อมไม่มีเลย แม้จะปรารภความเพียรมากมายเพียงไรก็ตาม และก็ไม่ใช่สักแต่ว่า นึกเอา คิดเอา ว่าเอาว่า ไม่เที่ยงหนอ เป็นทุกข์หนอ ไม่ใช่สัตวบุคคลเราเขาหนอ ต้องเห็นประจักษ์ มีสภาวธรรมรองรับ กิเลสถึงจะสะดุ้งสะเทือนสำรอกได้ ดังอุบายวิธีการที่กล่าวไว้ในวิสุทธิมรรคว่า " อนิจฺจลกฺขณํ ตาว อุทยพฺพยานํ อมนสิการา สนฺตติยา ปฏิจฺฉนฺนตฺตา น อุปฏฺฐาติ. ทุกขลกฺขณํ อภิณฺหสมฺปติปีฬนสฺส อมนสิการา อิริยาปเถหิ ปฏิจฺฉนฺนตฺตา น อุปฏฺฐาติ. อนตฺตลกฺขณํ นานาธาตุวินิพฺโภคสฺส อมนสิการา ฆเนน ปฏิจฺฉนฺนตฺตา น อุปฏฺฐาติ." แปลว่า
" ก่อนอื่น อนิจจลักษณะ ย่อมไม่ปรากฏ เพราะถูกสันตติ(ความสือต่อ)ปิดบังไว้ เหตุเพราะไม่ใส่ใจ ความเกิดขึ้นและดับไป. ทุกขลักษณะ ย่อมไม่ปรากฏ เพราะถูกอิริยาบททั้งหลายปิดบังไว้ เหตุเพราะไม่ใส่ใจขณะความบีบคั้นเนื่องๆนั้น. อนัตตลักษณะ ย่อมไม่ปรากฏ เพราะถูกฆนะ(ความเป็นกลุ่มก้อน)ปิดบังไว้ เหตุเพราะไม่ใส่ใจการกระจายธาตุๆแล."(วิสุทธิมรรค 3/275)
----------------------
วิปัสสนากรรมฐาน
วิปัสสนาญาณ 16
ทั้งๆที่วิปัสสนาญาณ มี 16 ญาณ เพราะเหตุไร บางครั้งก็แสดงเพียง 9 ญาณบ้าง10 ญาณบ้าง
14 ญาณบ้าง 16 ญาณบ้าง
ในคราวที่แสดงวิปัสสนาญาณ 9 ก็เพื่อจะเน้นให้เห็นว่า ปัจจยปริคคหญาณ เห็นสังขารเกิด เพราะจับปัจจัยของนามรูปได้ สัมมสนญาณ เห็นสังขารดับ เพราะประมวลนามรูปในสภาพเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะเป็นต้นดับไป ความว่าเห็นคนละญาณ(สันตติยังไม่ขาด) ไม่ใช่เห็นทั้งเกิดทั้งดับฉัพพลันทันทีในญาณเดียวกัน(สันตติขาด) มี อุทยัพพยญาณเป็นต้น ถึงกระนั้นแม้เห็นได้ที่ละญาณ แต่ก็ละสักกายทิฏฐิ และวิจิกิจฉาให้อ่อนกำลังลงได้ มีพลานุภาพประดุจเป็น อนุโสดาบัน ส่งผลให้ชาติถัดไปหนึ่งชาติ ไม่ตกไปสู่อบายภูมิแน่นอน
ในคราวที่แสดงวิปัสสนาญาณ 10 ก็เพื่อแสดง ลักษณะ 3 อนุปัสสนา 3 วิโมกข์ 3 และวิโมกขมุก 3 ได้ชัดเจน เหตุเพราะธรรมเหล่านี้เนื่องอยู่กลับการเห็นเกิดดับของสังขารนั่นเอง
ในคราวที่แสดงวิปัสสนาญาณ 14 ก็เพื่อแสดงวิสุทธิ์ 7 ได้ชัดเจน เหตุเพราะวิสุทธิ 7 เนื่องอยู่กับการเจริญวิปัสสนาญาณ ทั้ง 14 ญาณ เพราะผลญาณเป็นวิบากผล(ผลที่สุกงอม) ปัจจเวกขณญาณเป็นอานิสงส์ผล(ผลที่หลั่งไหลออกมา)
ในคราวที่แสดง วิปัสสนาญาณ 16 ก็เพื่อจะได้แสดง สมาบัติ 2 ประเภท คือ ผลสมาบัติ และนิโรธสมาบัติได้ชัดเจน(นิสสยะอักษรปัลลวะ อักษรสิงหล,วิสุทธิมรรค.2.272,350)
-------------------
อุเบกขามี 10 อย่าง คือ
1. ฉฬงฺคุเปกฺขา ได้แก่ ตัตรมัชฌัตตาเจตสิก
2. พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา ได้แก่ ตัตรมัชฌัตตาเจตสิก
3. โพชฺฌงฺคุเปกฺขา ตัตรมัชฌัตตาเจตสิก
4. วิริยุเปกฺขา ได้แก่ วิริยะเจตสิก
5. สงฺขารุเปกฺขา ได้แก่ ปัญญาเจตสิก
6. เวทนุเปกฺขา ได้แก่ เวทนาเจตสิก
7. วิปสฺสนุเปกฺขา ได้แก่ ปัญญาเจตสิก
8. ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา ได้แก่ ตัตรมัชฌัตตาเจตสิก
9. ฌานุเปกฺขา ได้แก่ ตัตรมัชฌัตตาเจตสิก
10. ปาริสุทฺธุเปกฺขา ได้แก่ ตัตรมัชฌัตตาเจตสิก (แม้นอุเบกขาบางพวกจะมีองค์ธรรมเหมือนกันก็ตาม ในคัมภีร์นิสสยะอักษรสิงหลก็จะแยกบุคคลและระดับธรรม ตลอดกระทั้งสภาพที่เป็นไปได้อย่างละเอียดชัดเจน เช่น ฉฬังคุเปกขา เป็นปรกติของพระอรหันต์ เพราะท่านละตัณหาได้หมดสิ้นแล้ว จึงเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสติ ต่ำกว่านั้นต้องเจริญสติช่วย บอกระดับธรรม ก็ เช่น
- ฉฬังคุเปกขา สังขารุเปกขา วิปัสสนุเปกขา 3 อย่างนี้เป็นกามธรรม
- พรหมวิหารุเปกขา ฌานุเปกขา ปาริสุทธุเปกขา 3 อย่างนี้เป็นรูปาวจรธรรม
- วิริยุเปกขา เวทนุเปกขา ตัตรมัชฌัตตุเปกขา 3 อย่างนี้เป็น กาม รูป อรูป โลกุตตระ
- โพชฌังคุเปกขา เป็น กาม โลกุตตระ เป็นต้น เพื่อนสหธรรมิกที่สนใจรายละเอียดในแง่ต่างๆ พึงเข้าไปศึกษาในคัมภีร์ที่ว่านี้เถิด)
----------------
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ