จะเป็นหรือจะทำ
----------------
เวลานี้ได้เกิดอาการวิปริตขึ้นมาอย่างหนึ่งในสังคม-โดยเฉพาะสังคมสงฆ์-ก็คือ เป็นอะไร แต่ไม่ทำอะไร
ขออนุญาตเต้น footwork สักเล็กน้อยก่อนนะครับ
คือ ตามความเข้าใจของผม ต้นตาลจะมีสองเพศ คือตาลตัวผู้กับตาลตัวเมีย
ตาลต้นไหนมีลูก คือตาลตัวเมีย
ตาลต้นไหนไม่มีลูก ก็คือตาลตัวผู้
ในคัมภีร์ท่านแสดงไว้ว่า ผู้ที่จะเป็นพระพุทธเจ้าได้ต้องเป็นผู้ชาย
ผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้
เรื่องนี้เคยได้ยินคนวิจารณ์ว่าเป็นการกีดกันทางเพศ เป็นแนวคิดที่เหยียดเพศสตรี ไม่ยอมให้ผู้หญิงเป็นใหญ่
เงื่อนไขอันนี้ท่านว่าเป็น “ธมฺมตา” ที่เราเอามาใช้ว่า “ธรรมดา” คือเป็นเช่นนั้นเอง ไม่ใช่เพราะผู้ชายไปกำหนดขึ้นมา
คือถึงจะไม่มีใครไปกำหนดไว้ ก็เป็นเช่นนั้นเองเป็นธรรมดา
เหมือนต้นตาล ถ้ามีลูกก็ต้องเป็นตาลตัวเมีย จะมีลูกด้วย แล้วก็เป็นตาลตัวผู้ด้วย ไม่ได้ ฉันใด
จะเป็นผู้หญิงด้วย แล้วก็เป็นพระพุทธเจ้าด้วย ก็ไม่ได้ ฉันนั้น
.....................
จากเรื่องนี้ ชวนให้คิดต่อไปอีกว่า การ “ทำ” อะไร หรือ “ไม่ทำ” อะไรนั่นเองคือตัวกำหนดว่า “เป็น” อะไร
เวลานี้ได้เกิดอาการวิปริตขึ้นมาอย่างหนึ่งในสังคม-โดยเฉพาะสังคมสงฆ์-ก็คือ อยากเป็น แต่ไม่อยากทำ
ขออนุญาตอธิบายด้วยตัวอย่าง
เคยมีภาพปรากฏทางสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นภาพพระไหว้แม่ แล้วก็ถามกันว่าพระไหว้แม่ได้หรือ
เสียงส่วนหนึ่งตอบว่า ลูกไหว้แม่ผิดตรงไหน พระไหว้แม่ไม่ผิด เป็นความดีเสียอีกด้วย
ท่านผู้หนึ่งซึ่งเคยบวชเรียนมาก่อน บอกว่า พระไหว้แม่เป็นการลดอัตตาของอุดมเพศ หมายความว่า พระเป็นเพศที่สูงกว่าฆราวาส การที่พระไหว้ฆราวาสจึงเป็นการลดความถือมั่นว่าตัวเป็นพระ คือลดทิฐิมานะลงได้
.....................
ตามหลักพระวินัย ท่านบัญญัติว่า ภิกษุสามเณรจะไหว้คฤหัสถ์ไม่ได้ ไม่ว่าคฤหัสถ์นั้นจะเป็นพ่อเป็นแม่หรือเป็นใครก็ตาม
เมื่อ “เป็น” พระ ก็ต้อง “ทำ” ตามพุทธบัญญัติข้อนี้
เรื่องพระไหว้แม่จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า อยากจะเป็นพระด้วย แล้วก็ทำนอกระเบียบแบบแผนของพระได้ด้วย
อีกตัวอย่างหนึ่ง
พระรูปหนึ่ง ตกตอนเย็นจะหิวมาก ไปถามแพทย์ แพทย์ตอบว่าเพราะไม่ได้ฉันอาหารมื้อเย็น จึงหิว ต่อไปอาจเป็นโรคกระเพาะ พระถามว่าถ้าเช่นนั้นควรฉันมื้อเย็นไหม แพทย์ตอบว่า ควรอย่างยิ่ง การอดข้าวเย็นเป็นการฝืนธรรมชาติ ผิดธรรมชาติ พระฉันข้าวเย็นจึงไม่ผิดเพราะเป็นการปฏิบัติตามความต้องการของร่างกาย ถ้าร่างกายยังหิวอยู่จะปฏิบัติธรรมได้อย่างไร อยากฉันตอนไหนก็ฉันไปเลย ร่างกายสมบูรณ์จึงจะสามารถปฏิบัติธรรมบรรลุมรรคผลได้ง่าย
ถ้าเอาเหตุผลของแพทย์มาอ้าง พระก็ฉันอาหารหลังเที่ยงได้สบายไป และเถียงได้ด้วยว่า ไม่ผิด ซ้ำเป็นการเกื้อกูลแก่การปฏิบัติธรรมอีกด้วย
.....................
หลักการก็คือ ถ้าจะเป็นพระ ก็ต้องทำตามกฎกติกาของพระเป็นหลัก
ถ้าไม่พร้อมที่จะทำตามกฎกติกา ก็อย่าเข้าไปเป็นพระ
เป็นพระแล้ว ไม่พร้อมที่จะทำตามกฎกติกา ก็ต้องออกไป
ถ้าจะยกเหตุผลนอกกรอบของพระขึ้นมาอ้าง ก็ต้องไม่เป็นพระเสียก่อนจึงจะทำตามเหตุผลนั้นได้
จะเป็นพระไปด้วย แล้วก็ทำนอกกรอบของพระไปด้วย ย่อมไม่ถูกต้อง
พวกที่ขอเป็นพระด้วย แล้วก็ขอไม่ต้องปฏิบัติตามสิกขาวินัยของพระด้วย เวลานี้ชักจะมีมากขึ้นแล้วครับ
ชาวบ้านอย่างเราๆ ต้องช่วยกันรู้ทันเอาไว้ให้มากๆ
คือช่วยกันศึกษาให้รู้ว่า เมื่อเป็นพระแล้ว อะไรที่ห้ามทำและอะไรที่ต้องทำ
การรู้ทันมีผลดีคือ จะได้ไปหลงรังเกียจหรือหลงเลื่อมใสอย่างผิดๆ
---------------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖
๑๗:๒๕
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ