ขอถวายกำลังใจแก่พระที่ยังเป็นปุถุชน (๓)-จบ
-----------------------------------------
ผมเขียนเรื่องนี้เพราะไม่โปร่งใจที่เห็นคนสมัยนี้แทนที่จะเอาพระธรรมวินัยเป็นหลัก กลับเอาความเห็นส่วนตัวตัดสินว่าพระทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้
พระกราบไหว้บุคคลอื่นไม่ได้ นอกจากไหว้พระด้วยกัน
แม้พระด้วยกัน พระอาวุโสมากกว่าก็ไหว้พระที่อาวุโสน้อยกว่าไม่ได้
เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงว่าพระไหว้แม่ได้หรือไม่
พระจับต้องกายหญิงไม่ได้ ไม่ยกเว้นแม้แต่แม่ของตัวเอง
มีคนบอกว่า พระไหว้แม่ดีกว่าพระไหว้ทองเหลืองไหว้อิฐปูนที่ทำเป็นพระพุทธรูป
มีคนบอกว่าพระจับตัวแม่ได้ ไม่ผิดศีล
ถ้าคนที่คิดอย่างนี้เห็นอย่างนี้มีมากขึ้นจนกลายเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม
แล้วถ้าพระอ้างว่า-เมื่อคนส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ผิด ก็ย่อมเป็นการถูกต้อง
เหมือนกับวัดหลายๆ วัด พระหลายๆ รูปทำสิ่งที่ไม่ใช่พระธรรมวินัยแล้วอ้างว่าญาติโยมพอใจ
“คุณจะให้เอาธรรมะไปเทศน์ ไม่มีใครฟังหรอก แต่ทำอย่างนี้คนเข้าวัดเต็มเลย คุณก็เห็นไม่ใช่รึ”
ถ้าอ้างกันอย่างนี้ แล้วพระพุทธศาสนาจะเหลืออะไร?
อ้างเหตุผลว่าพระยังเป็นปุถุชนก็ยังต้องการลาภยศเป็นธรรมดา จึงไม่ควรไปว่าอะไรท่าน ก็คือควรยอมให้ท่านทำอย่างนั้นอย่างโน้นได้ อย่าไปเกณฑ์ให้ท่านทำเหมือนพระอริยะ
ต่อไปถ้าพระอยากฉันข้าวค่ำ ก็ควรยอมให้ท่านฉัน เพราะท่านยังเป็นปุถุชน
ต่อไปถ้าพระอยากเที่ยวคลับเที่ยวบาร์ ก็ควรยอมให้ท่านเที่ยว เพราะท่านยังเป็นปุถุชน
ต่อไปถ้าพระอยากมีเมีย ก็ควรยอมให้ท่านมี เพราะท่านยังเป็นปุถุชน
จะเอาอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าในที่สุดแล้วก็ต้องมีเกณฑ์อะไรอย่างหนึ่งจนได้
แล้วควรจะเอาอะไรเป็นเกณฑ์กันล่ะ-ถ้าไม่ใช่พระธรรมวินัย
พระธรรมวินัยเป็นเครื่องตัดสินว่าเป็นพระหรือไม่ใช่พระ
ถ้าประพฤติไม่ใช่พระ แล้วจะให้ยอมรับนับถือว่าเป็นพระ จะถูกต้องหรือ?
.....................
นักบวชในบางประเทศมีภรรยาได้
คนในประเทศนั้นก็ยอมรับว่า-นั่นเป็นพระในพระพุทธศาสนา
ศีลของพระในพระพุทธศาสนาที่เรารู้กันดีบอกไว้ว่า ภิกษุเสพเมถุนต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ
การมีภรรยานั้นมันล่วงเลยขั้นเสพเมถุนไปถึงไหนๆ แล้ว
แต่สังคมของเขากลับถือว่ายังเป็นพระ
ถ้าสังคมบ้านเราจะเอาแบบนั้นบ้าง ก็ต้องพูดคำเดิม -
ถ้าไม่เอาพระธรรมวินัย แล้วจะเอาอะไรเป็นพระพุทธศาสนา
ถ้าเอาการกระทำถึงขั้นนั้นมาเรียกว่า-เป็นพระพุทธศาสนา
ก็เท่ากับกล่าวตู่พระพุทธเจ้า
เหมือนผลิตยาปลอมเลียนแบบแล้วกล่าวอ้างยืนยันว่าเป็นยาแท้ นั่นเอง
จึงต้องย้ำว่า
๑ จะตัดสินอะไร ต้องเอาพระธรรมวินัยเป็นหลัก ไม่ใช้ใช้ความเห็นส่วนตัวหรือแม้แต่อ้างความพอใจของสังคม
๒ เมื่อเข้ามาอยู่ในกรอบพระธรรมวินัย ต้องตั้งเข็มไว้ที่-ประพฤติปฏิบัติตามเต็มที่ ไม่ใช่อ้างความเป็นปุถุชนเพื่อที่จะไม่ต้องปฏิบัติตาม
โปรดเข้าใจเถิดว่า พระธรรมวินัยนั่นแหละคือสิ่งที่เหมาะสำหรับปุถุชนจะประพฤติปฏิบัติ เพราะเป็นอุปกรณ์นำไปสู่ความเป็นอริยะ
เป็นพระอริยะเสียอีกที่ไม่ต้องพูดถึงพระธรรมวินัยเลยก็ยังได้
อุปมา-ปุถุชนก็คือคนป่วย
พระธรรมวินัย คือยารักษาโรค
เพราะเป็นผู้ป่วยนั่นเองจึงจำเป็นต้องใช้ยารักษาโรค
เพราะเป็นปุถุชนนั่นเองจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัย
ถ้ากล้าที่จะไม่เอาพระธรรมวินัย
ก็ควรกล้าที่จะบอกไปตรงๆ ว่า ที่ข้าพเจ้าทำอยู่นี่ไม่ใช่พระพุทธศาสนา
แต่เมื่อไม่มีใครกล้าที่จะประกาศเช่นนั้น มีแต่อ้างอย่างแข็งขันว่า-นี่แหละคือพระพุทธศาสนา
ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องช่วยกันรู้ทันว่า อะไรเป็นพระพุทธศาสนา อะไรไม่ใช่พระพุทธศาสนา
.....................
ผมเขียนเรื่องนี้ ไม่ใช่เพื่อตำหนิพระ
ผมยังไม่ได้ตำหนิพระแม้แต่คำเดียว
ผมพูดถึงหลักการของการเป็นพระเท่านั้น
ใครที่รู้จักผม จะยืนยันได้ว่าผมเคารพพระอย่างยิ่ง
ผมได้แบบมาจากอาจารย์ผม คือท่านอาจารย์นาวาอากาศเอก แย้ม ประพัฒน์ทอง
ท่านอาจารย์แย้มนอกจากประสิทธิ์ประสาทความรู้ภาษาบาลีให้ผมแล้ว ท่านยังเป็นเนติแก่บรรดาศิษย์เป็นอย่างดี
ไม่ใช่เพียงแค่สอนให้จำ
แต่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วย
ท่านอาจารย์แย้มเคารพพระอย่างสูงสุด
ท่านบรรยายถวายความรู้แก่พระ ท่านประนมมือตลอดเวลาที่พูด
ใครตำหนิพระให้ผมได้ยิน ผมก็ของขึ้นเหมือนท่านอาจารย์แย้ม
ตอนหนุ่มๆ มีพรรคพวกมาชวนให้ผมไปกระทืบคนที่กำลังด่าพระ
ผมไปทันทีโดยไม่ลังเล-เรื่องนี้ผมเคยเขียนเล่าให้ฟังแล้ว
............................................
ความในใจ
............................................
ถึงเวลานี้ ผมก็ไม่ลังเลเหมือนกัน แต่วิธีกระทืบของผมอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่นกระทืบด้วยเหตุผล ไม่ใช่ด้วยส้นตีน
ผมเขียนเรื่องนี้เพื่อถวายกำลังใจแก่พระ
ขอให้ท่านมีกำลังใจที่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างสุดชีวิต แบบเดียวกับที่โบราณาจารย์ของเราท่านได้ทำมาแล้ว
ท่านเหล่านั้นก็เป็นปุถุชนเหมือนเรา แต่ท่านตั้งใจทำจริง
ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น
ไม่อ้างความเป็นปุถุชนขึ้นมาขวางทางตัวเอง
ทำไหว ทำได้ ญาติโยมก็สรรเสริญ กลับเป็นกำลังใจให้ญาติโยมได้อีก
ทำไม่ไหว ก็ถอยออกมา
ออกมาอยู่ในสังคม สังคมก็นับถือ เป็นกำลังของพระศาสนาได้อีก
ขอให้พระคุณเจ้าและญาติโยมมีกำลังใจเข้มแข็ง ทำหน้าที่ของตนๆ ให้มั่นคงตลอดไปเทอญ
------------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๕ มีนาคม ๒๕๖๖
๑๑:๒๕
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ