กระสวนประโยคบาลี “พระทำแบบนี้ก็เหมือนชาวบ้าน” (๙)-จบ

...............................................

บอกกล่าว: 

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก-

การเห็นพระใช้ชื่อเหมือนชาวบ้าน

...............................................

“กถํ  หิ  นาม ... เสยฺยถาปิ  คิหี  กามโภคิโน” = “พระทำแบบชาวบ้านได้ไงวะเนี่ย”

“ทำแบบชาวบ้าน” คือทำอะไรบ้าง ขอยกเรื่องที่ท่านบันทึกไว้ในพระวินัยปิฎกมาให้ดูพอเป็นตัวอย่างดังนี้ 

- ดูการฟ้อนรำขับร้องประโคมดนตรี ภาษาสมัยใหม่ว่า-ดูหนังฟังเพลง

- ใช้สันถัต (ที่รองนั่ง) ทำด้วยขนสัตว์สีดำ

- ซื้อของขายของ ดังที่เราเห็นพระซื้อของตามร้าน เข้าห้างซื้อของ

- เข้าไปคุยกับชาวบ้านหรือตั้งวงคุยกันเองด้วยเรื่อง “ติรัจฉานกถา”

.........................................................

ติรัจฉานกถา: ถ้อยคำอันขวางต่อทางนิพพาน, เรื่องราวที่ภิกษุไม่ควรนำมาเป็นข้อถกเถียงสนทนา โดยไม่เกี่ยวกับการพิจารณาสั่งสอนแนะนำทางธรรม อันทำให้คิดฟุ้งเฟ้อและพากันหลงเพลินเสียเวลา เสียกิจหน้าที่ที่พึงปฏิบัติตามธรรม

ที่มา: พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต

.........................................................

- ใช้ที่นอนที่นั่งเป็นฟูกเป็นนุ่น

- นุ่งสบงเลื้อยหน้าเลื้อยหลัง คือนุ่งห่มโอ่โถงเอาสวยเอางาม

นอกจากนี้ยังมีกิริยามารยาทในการขบฉันเป็นต้นอีกหลายประการที่พระทำเหมือนกับที่ชาวบ้านเขาทำกัน เป็นเหตุให้ทรงบัญญัติสิกขาบทในหมวดที่เรียกว่า “เสขิยวัตร” สิกขาบทในหมวดนี้มีถึง ๗๕ ข้อ แปลว่า มีเรื่องที่พระทำเหมือนชาวบ้านอย่างน้อยก็ ๗๕ เรื่อง

นั่นเป็นตัวอย่างเรื่องที่ท่านบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก

แต่เรื่องที่ “พระทำเหมือนชาวบ้าน” ที่ผมเจอเมื่อหลายวันก่อนคือ บอกชื่อพระเหมือนชื่อชาวบ้าน

การบอกชื่อพระตามหลักนิยมของคณะสงฆ์ไทย คือใช้คำว่า “พระ” นำหน้าชื่อ ตามด้วยฉายา ตามด้วยชื่อวัด เช่น -

พระทองย้อย วรกวินฺโท วัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี

ถ้าสอบนักธรรมได้ ก็ลงวุฒินักธรรมเป็นคำย่อต่อจากฉายา เช่น -

พระทองย้อย วรกวินฺโท น.ธ.ตรี วัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี

ถ้าสอบเปรียญธรรมได้ ก็ใช้คำว่า “พระมหา” นำหน้าชื่อ ลงวุฒิเปรียญธรรมเป็นคำย่อต่อจากฉายา หน้าวุฒินักธรรม เช่น -

พระมหาทองย้อย วรกวินฺโท ป.ธ.๓, น.ธ.ตรี วัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี

ถ้าได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ก็บอกนามสมณศักดิ์ บอกชื่อ ฉายา และวุฒิทางพระปริยัติธรรมไว้ในวงเล็บ เช่น -

พระครู... (ทองย้อย วรกวินฺโท ป.ธ.๓, น.ธ.ตรี) วัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี

ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ระดับพระราชาคณะ (คือที่มักเรียกกันเป็นสามัญว่า “เจ้าคุณ”) ก็บอกนามแบบเดียวกัน เปลี่ยนแต่นามสมณศักดิ์ เช่น -

พระวิสุทธิธีรพงศ์ (ทองย้อย วรกวินฺโท ป.ธ.๓, น.ธ.ตรี) วัดมหาธาตุ จังหวัดราชบุรี

โปรดสังเกตว่า ตามหลักนิยมของคณะสงฆ์ไทย พระไม่นิยมบอกนามสกุล อาจเป็นไปตามหลักที่ว่า การบวชเป็นพระคือการออกจากเรือนไปสู่ความไม่มีบ้านเรือน คือไม่สังกัดอยู่ในสกุลใดๆ สกุลของพระมีสกุลเดียวคือ “ศากยสกุล” หรือ“ศากยบุตร”

ทุกวันนี้ การศึกษาของพระมีระดับปริญญาเหมือนชาวบ้าน (การศึกษาของพระคือศึกษาพระปริยัติธรรม คือนักธรรมและบาลี ไม่มีระดับปริญญา การศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์จัดขึ้นเป็นการศึกษาที่แยกส่วนจากพระปริยัติธรรม) พระที่ศึกษาจบปริญญาเอกนิยมใช้คำว่า “ดร.” ซึ่งย่อมาจาก “ดอกเตอร์” นำหน้าชื่อ หรือต่อท้ายชื่อ และมักจะแปลกๆ ไม่ลงตัว เข้าใจว่าเป็นเพราะไม่มีระเบียบของคณะสงฆ์กำหนดไว้ว่าจะให้ใช้อย่างไรหรือไม่ให้ใช้ จึงต่างคนหรือต่างรูปต่างลงกันไปตามที่เข้าใจเอาเองว่าจะดี เช่น -

พระมหา ดร. ทองย้อย วรกวินฺโท

พระมหา ดร. ทองย้อย แสงสินชัย

พระมหาทองย้อย วรกวินฺโท, ดร.

พระมหาทองย้อย แสงสินชัย, ดร.

ดร. พระมหาทองย้อย วรกวินฺโท

ดร. พระมหาทองย้อย แสงสินชัย

ดร. พระวิสุทธิธีรพงศ์ (ทองย้อย วรกวินฺโท)

พระวิสุทธิธีรพงศ์, ดร.

และถ้ามีตำแหน่งทางวิชาการ คือ 

ศาสตราจารย์ = ศ. 

รองศาสตราจารย์ = รศ. 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ = ผศ. 

ก็จะใช้คำย่อตำแหน่งทางวิชาการนำหน้าหรือต่อท้าย และมักจะแปลกๆ ไม่ลงตัวเช่นเดียวกัน เช่น -

พระมหาทองย้อย วรกวินฺโท, ดร., ผศ.

พระมหาทองย้อย แสงสินชัย, ดร., ผศ.

ดร., ผศ. พระมหาทองย้อย วรกวินฺโท

ดร., ผศ. พระมหาทองย้อย แสงสินชัย

ดร., ผศ. พระวิสุทธิธีรพงศ์ (ทองย้อย วรกวินฺโท)

ดร., ผศ. พระวิสุทธิธีรพงศ์ (ทองย้อย แสงสินชัย)

พระวิสุทธิธีรพงศ์, ดร., ผศ.

ดร., ผศ. พระวิสุทธิธีรพงศ์

ที่แสดงมานั้นเป็นการบอกชื่อพระที่พบเห็นอยู่ทั่วไป ผมไม่ได้ว่าอะไร พระท่านอยากบอกแบบนั้นหรือใช้แบบนั้น ก็ปล่อยให้ท่านใช้ไป ไม่ติดใจอะไรมาก 

ที่ติดใจอยู่บ้างก็คือ พระสมัยก่อนบอกแต่ฉายา 

ต่อมาก็เริ่มมีบอกฉายาด้วย บอกนามสกุลด้วย

ต่อมาอีก บอกชื่อกับนามสกุล ไม่บอกฉายา

ถ้าตัดคำว่า “พระ” หรือ “พระมหา” ออก เหลือแต่ชื่อกับนามสกุล ทีนี้เหมือนกับชาวบ้านเต็มๆ เลย

ที่หายไปอย่างหนึ่งคือ วุฒินักธรรมกับวุฒิเปรียญธรรม 

เดี๋ยวนี้แทบไม่มีพระรูปไหนใช้ลงต่อท้ายชื่ออีกแล้ว 

แม้แต่วุฒิเปรียญธรรม ที่ทำให้เกิดคำว่า “พระมหา” 

ถ้าไม่ถึงประโยค ๙ ไม่ลงเด็ดขาด

แต่ที่หายไปแล้วค่อนข้างแน่นอนก็คือ ชื่อวัดที่สังกัด

โปรดสังเกตว่า พระสมัยนี้จะไม่บอกชื่อวัดที่สังกัดแทบทุกกรณี

คือรู้ว่าเป็นพระ แต่ไม่มีทางรู้ว่าเป็นพระวัดไหน นอกจากจะรู้กันเอง

โปรดทราบว่า พระกับวัดมีความสัมพันธ์และมีความสำคัญต่อกันมาก ผมเคยเขียนถึงเรื่องนี้มาแล้ว ถ้าค้นเจอจะยกมาให้อ่าน

.....................

แต่การบอกชื่อพระที่เหมือนกับชาวบ้านจนเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเขียนเรื่องนี้ก็คือ กรณีแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดไทยในต่างประเทศแห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ถ้าบอกชื่อวัดจะรู้จักกันทั่วโลกเพราะเป็นวัดไทยในต่างประเทศที่ตั้งมาเก่าแก่

เรื่องมีอยู่นิดเดียว คือมีผู้รายงานข่าวเรื่องแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดไทยแห่งนั้น บอกชื่อชนิดที่ผมต้องอุทานออกมาว่า -

“กถํ  หิ  นาม ... เสยฺยถาปิ  คิหี  กามโภคิโน” 

= “พระทำแบบชาวบ้านได้ไงวะเนี่ย”

เพื่อไม่ให้เกิดกระทบกระทั่งกัน ขอยกมาเป็นชื่อสมมุติเหมือนชื่อสมมุติข้างต้น 

............................................

.... มีบัญชาแต่งตั้งให้

พระ (นามสมณศักดิ์)

(ดร. ทองย้อย แสงสินชัย)

เป็นเจ้าอาวาสวัด ...

............................................

ถ้าตัดนามสมณศักดิ์ออก ก็จะเป็น ...

............................................

.... มีบัญชาแต่งตั้งให้

ดร. ทองย้อย แสงสินชัย

เป็นเจ้าอาวาสวัด ...

............................................

ขอปิดท้ายด้วยวาทะของพันเอก ประสาธน์ กองธรรม อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์กรมยุทธศึกษาทหารบก พูดให้ผมฟังสมัยที่ไปเรียนหลักสูตรนายทหารอนุศาสนาจารย์ชั้นสูงที่กรมยุทธศึกษาทหารบก

............................................

เราเป็นเรา เราพิลาส

เราเป็นเขา เราพินาศ

............................................

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๖ เมษายน ๒๕๖๖

๑๙:๔๔ 

[full-post]

กระสวนประโยคบาลี

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.