กระสวนประโยคบาลี “พระทำแบบนี้ก็เหมือนชาวบ้าน” (๒)

...............................................

บอกกล่าว: 

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก-

การเห็นพระใช้ชื่อเหมือนชาวบ้าน

...............................................

“ยเถว มยํ … เอวเมวิเม ... - พระทำอย่างนี้ก็เหมือนชาวบ้าน” - เป็นสำนวนที่ชาวบ้านสมัยพุทธกาลตำหนิพระที่ชาวบ้านเห็นว่าทำอะไรไม่เหมาะไม่ควร 

เสียงตำหนิเช่นนี้เป็นเหตุให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทของพระหลายสิกขาบทที่รวมอยู่ในศีล ๒๒๗ ข้อ-อันเป็นจำนวนศีลที่คนไทยสมัยก่อนเข้าใจกันแม่นยำ

ขนาดเพลงลิเกยังเอาไปแต่งร้องมีอยู่ในแผ่นเสียงรุ่นเก่า-หนุ่มไปจีบสาว สาวเจ้าทดสอบความรู้ ถามหนุ่มว่าศีลของพระมีกี่ข้อ ถ้าหนุ่มตอบไม่ได้ก็บ๊าย-บาย เชิญไปข้างหน้าเถิด-ชาวบ้านสมัยก่อนรู้จักกันดีถึงขนาดนี้ 

แต่ชาวบ้านสมัยนี้ ผมไม่แน่ใจว่ารู้จักตัวเลข ๒๒๗ กันแค่ไหน

ผมเชื่อว่าพระไทยสมัยนี้ไม่ได้เรียนเรื่องนี้-เรื่องที่ชาวบ้านตำหนิพระ แม้แต่พระเณรที่เรียนบาลี-จบบาลีไปแล้วนั่นก็เถิด ผมเชื่อว่าไม่เคยเห็นกระสวนประโยคบาลี “ยเถว มยํ … เอวเมวิเม ...” 

พูดแบบนี้เพราะตั้งใจจะให้กระทบใจครับ

ก่อนจะยกคำบาลีในพระไตรปิฎกมาให้ดู ขออนุญาต “จับเข่า” คุยเรื่องนี้กันสักหน่อย อาจไม่หน่อย อาจยาวเป็นตอนๆ ไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้น ญาติมิตรที่อ่านเรื่องนี้-โปรดทำใจ

เรื่องนี้ผมพูดบ่อยและพูดมานานแล้วด้วย นั่นคือ นักเรียนบาลีบ้านเราเรียนบาลีไปไม่ถึงพระไตรปิฎก

พระไตรปิฎกคือแหล่งรวมคำสอนในพระพุทธศาสนาเถรวาท 

เมื่อก่อนพูดว่า “พระพุทธศาสนา” ก็พอ แต่เดี๋ยวนี้ทำท่าว่าจะไม่พอ เพราะมีพระพุทธศาสนาแบบแปลกๆ ไปจากที่เราคุ้นเคยมาปรากฏตัวให้เราเห็นมากขึ้น เพราะฉะนั้น เวลานี้ถ้าจะหมายถึงพระพุทธศาสนาแบบในบ้านเรา จะต้องระบุลงไปด้วยว่า “พระพุทธศาสนาเถรวาท”

พระพุทธศาสนาเถรวาทมีแหล่งรวมคำสอนเรียกว่า “พระไตรปิฎก” 

เวลาเอ่ยถึง “พระไตรปิฎก” โปรดทราบว่า รวมรายละเอียดต่างๆ ไว้ด้วย คือตัวบทคำสอนชั้นต้นเรียกว่า “พระบาลี” คำอธิบายพระบาลีที่เรียกว่า อรรถกถา คำอธิบายอรรถกถา ที่เรียกว่า ฎีกา คำอธิบายฎีกา เรียกว่า อนุฎีกา รวมทั้งคัมภีร์ประกอบอื่นๆ ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในคำว่า “พระไตรปิฎก” ในขอบเขตที่ผมกำลังกล่าวถึงอยู่นี้

ภาษาที่ใช้บันทึกพระไตรปิฎก คือภาษาบาลี

แหล่งรวมคำสอนหรือหลักวิชาในโลกนี้ที่เป็นภาษาบาลีมีแห่งเดียว คือพระไตรปิฎก

พูดกันชัดๆ เรียนภาษาบาลีเอาไปใช้ที่ไหนไม่ได้ แหล่งเดียวที่ใช้ภาษาบาลีได้คือพระไตรปิฎก ปลายทางของภาษาบาลีอยู่ที่พระไตรปิฎก

ชั้นเดิมจริงๆ คนไทยที่เรียนบาลีคือพระภิกษุสามเณร เพราะหน้าที่ของพระภิกษุสามเณรก็คือศึกษาพระธรรมวินัยอันเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา

การเอาพระธรรมวินัยมาประพฤติปฏิบัติ รวมอยู่ในคำว่า “ศึกษา” นี้ด้วย

เมื่อพระธรรมวินัยอันเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนารวมอยู่ที่พระไตรปิฎก และพระไตรปิฎกบันทึกไว้เป็นภาษาบาลี การที่จะอ่านพระไตรปิฎกออกและเข้าใจ ก็ต้องรู้ภาษาบาลี 

จะรู้ภาษาบาลีก็ต้องเรียนบาลี

นี่คือจุดกำเนิดของการเรียนบาลี

เข้าใจจุดกำเนิดของการเรียนบาลี ก็จะเข้าใจเป้าหมายที่ถูกต้องของการเรียนบาลี

เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้บาลีและยังมีภาพปรากฏเป็นรูปธรรมให้เห็นกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ และคนไทยส่วนมากไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นก็คือ พระเทศน์ต้องถือคัมภีร์ใบลาน

วัสดุหรือวัตถุที่ใช้บันทึกพระไตรปิฎก ที่นิยมใช้กันมาแต่โบราณนานไกลก็คือใบลาน อันนี้น่าจะเกิดจากการศึกษาเรียนรู้จนได้ข้อยุติกันแล้วว่า ใบลานเป็นวัสดุที่ดีที่สุดในการใช้บันทึกเรื่องราว

เรื่องอะไรก็ตามที่ต้องใช้ภาษาเขียน เขียนลงไปบนใบลาน จะอยู่ได้ทนทานนานที่สุด

พระธรรมวินัยพระไตรปิฎกบันทึกไว้บนใบลาน

เอาพระธรรมวินัยมาประกาศเผยแผ่ ก็คือเอาข้อความในใบลานมาอ่านให้ญาติโยมฟัง

ข้อความในใบลานเป็นภาษาบาลี พระผู้อ่านก็จึงต้องรู้ภาษาบาลี อ่านภาษาบาลีแล้วแปลให้ญาติโยมฟังได้ นี่คือต้นเหตุที่พระเทศน์ต้องถือคัมภีร์ใบลาน

และนี่เองคือหลักการของการเทศน์หรือการแสดงธรรม กล่าวคือ เรื่องที่นำมาเทศน์ต้องเป็นหลักคำสอนคือพระธรรมวินัยในพระไตรปิฎก ไม่ใช่เรื่องที่พระผู้เทศน์คิดปรุงแต่งขึ้นเอง

พระธรรมวินัยท่านว่ามีถึงแปดหมื่นสี่พันหัวข้อ ศึกษาเรียนรู้ให้ทั่วถึงเถิด ไม่ต้องคิดขึ้นใหม่หรือคิดขึ้นเองเลย อัญเชิญที่ท่านแสดงไว้แล้วนั่นแหละมาแสดงต่อ ถ่ายทอดด้วยภาษาที่คนฟังจะเข้าใจได้ง่าย แต่เนื้อหาเป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ธรรมะของตัวผู้แสดงเอง

รู้หลักอย่างนี้แล้ว เวลาฟังเทศน์โปรดสังเกตเนื้อหาการเทศน์ของพระภิกษุสงฆ์สมัยนี้ดูเถิด 

แสดงคำสอนของพระพุทธเจ้า

หรือว่าแสดงคำสอนของข้าพเจ้า

เป็นอันว่า - มองพระถือคัมภีร์เทศน์ เห็นเป้าหมายของการเรียนบาลี

สรุปก็คือ -

     (๑) พระธรรมวินัยคือพระไตรปิฎกบันทึกไว้บนใบลานเป็นภาษาบาลี 

     (๒) พระจะศึกษาพระธรรมวินัยเข้าใจได้ชัดก็ต้องรู้ภาษาบาลี 

     (๓) จะรู้ภาษาบาลีก็ต้องเรียนบาลี 

     (๔) เรียนรู้ภาษาบาลีแล้วก็ต้องใช้ความรู้นั้นกลับไปศึกษาพระธรรมวินัยคือพระไตรปิฎก

นี่คือเส้นทางของการเรียนบาลี

........................................

นักเรียนบาลีในบ้านเรา

เดินมาถูกทางแล้ว

แต่ไปไม่สุดทาง

........................................

โปรดจำคำนี้ไว้ให้แม่น

......................

บอกแล้วว่าญาติมิตรที่อ่านเรื่องนี้-โปรดทำใจ 

เพราะยังไม่หมดความในใจที่ตั้งใจจะพูดให้กระทบใจ

ต่อตอนหน้าอีกตอนครับ

แล้วจึงจะไปถึง-กระสวนประโยคบาลีที่มีความหมายว่า “พระทำอย่างนี้ก็เหมือนชาวบ้าน” ตัวจริงเสียงจริงที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก

------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๑ เมษายน ๒๕๖๖

๑๒:๑๑ 

[full-post]

กระสวนประโยคบาลี

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.