บทสวดพิเศษ: เหตุผลที่ออกบวช
-------------------
อีกสำนวนหนึ่งที่นักเรียนบาลีไม่เคยอ่าน
...............................................................
คำเตือน:
เรื่องนี้มีภาษาบาลีเยอะ ท่านที่เห็นภาษาบาลีแล้วเวียนหัวไม่ควรอ่าน แต่ท่านที่ชอบสวดมนต์ ขอแนะนำให้คัดลอกเอาไปสวด ในที่นี้เขียนคำบาลีแบบบาลีเพื่อให้เกิดอุตสาหะในการหัดอ่าน คำบาลีที่เขียนแบบบาลีนั้นอ่านง่ายกว่าอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อศึกษาคำแปลแล้ว แม้จะสวดเฉพาะคำบาลีก็จะเข้าใจได้ตลอด
ขอยืนยันว่า สวดบทนี้แล้วได้ทั้งบุญคือความดี ได้ทั้งกุศลคือความฉลาด
ขออนุโมทนาสาธุ
...............................................................
คำบาลีที่ยกมานี้ เป็นสำนวนบาลีที่นักเรียนบาลีในเมืองไทยไม่เคยเรียน เพราะไม่ได้อยู่ในคัมภีร์ที่เป็นหลักสูตร
โปรดทราบว่า คัมภีร์ที่ใช้เป็นหลักสูตรของการเรียนบาลีของคณะสงฆ์ไทยนั้นมีเพียง ๕ คัมภีร์เท่านั้น แต่คัมภีร์พระบาลีพระไตรปิฎกอรรถกถาฎีกามีเป็นร้อยคัมภีร์
และค่านิยมของนักเรียนบาลีบ้านเรา พอจบชั้นเปรียญธรรม ๙ ประโยคก็เก็บคัมภีร์เข้าตู้ คือเลิกอ่านคัมภีร์ แปลว่า คัมภีร์ที่ใช้เป็นหลักสูตรก็เลิกอ่าน (เว้นแต่ท่านที่ทำหน้าที่ครูสอนยังต้องอ่านอยู่ แต่ก็อ่านเพื่อสอนให้มีผู้สอบได้และผู้สอบได้นั้นเมื่อสอบได้ก็เลิกอ่านอีก เป็นวงจรอยู่อย่างนี้) ส่วนคัมภีร์นอกหลักสูตรอีกเป็นร้อยนั้นหายห่วง คือเรียนจบหรือไม่จบก็ไม่อ่านอยู่แล้ว
เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ จึงยืนยันได้ว่า คำบาลีที่ยกมาเสนอนี้เป็นสำนวนบาลีที่นักเรียนบาลีในเมืองไทยไม่เคยเรียน ใครที่ไม่ได้เรียนบาลีจึงควรนับว่าโชคดีที่ได้ศึกษาเรื่องนี้-เมื่อคิดเทียบกับนักเรียนบาลีทั่วไป
ข้อความที่ยกมานี้เป็นตอนหนึ่งในสามัญญผลสูตร ว่าด้วยพระพุทธองค์แสดงธรรมโปรดพระเจ้าอชาตศัตรู เป็นพระสูตรสำคัญสูตรหนึ่ง
ที่ยกเฉพาะตอนนี้มาก็เพราะคิดถึงการบวชของพระภิกษุสามเณรในยุคสมัยปัจจุบันนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้เหตุผลที่แท้จริงของการออกบวชในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะตัวพระภิกษุสามเณรที่กำลังบวชอยู่นั่นเองจะรู้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงของการบวชหรือเปล่า
เราอาจจะเคยได้ยินที่พูดกัน - บวชเพื่ออย่างนั้น บวชเพื่ออย่างนี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นเหตุผลที่คิดขึ้นใหม่หรือคิดขึ้นเอง แต่เหตุผลจริงๆ ไม่เคยรู้
แม้บางคนอาจจะเคยรู้ คือเหตุผลที่ว่า-บวชหนีสงสาร (บวชเพื่อปฏิบัติให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด) แต่ผมเชื่อว่า ส่วนมากหรือทั้งหมด-รวมทั้งนักเรียนบาลีด้วย-ก็ไม่เคยศึกษา เคยอ่าน หรือแม้แต่เคยเห็นข้อความตามต้นฉบับที่เป็นภาษาบาลี
ขอยกมาอภิปรายสั้นๆ เป็นการนำเข้าสู่เนื้อหานิดหนึ่ง
สำหรับนักบวชในพระพุทธศาสนานั้น เหตุผลที่ออกบวชอันเป็นอุดมการณ์ ( = สาเหตุอันสูงสุด) ก็คือ เห็นตระหนักว่า -
...............................................................
สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ
อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา
ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี
บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง
...............................................................
ปัจจุบันมีความเห็นในทางตรงกันข้าม คือเห็นว่าบรรพชานั่นแหละคับแคบ ทำอะไรก็ไม่สะดวก เพราะติดขัดข้อห้ามนั่นนี่โน่น
ฆราวาสต่างหากที่ปลอดโปร่ง อยากทำอะไรก็ทำได้คล่องตัว
ความหมายของ “คับแคบ” และ “ปลอดโปร่ง” เพียงประเด็นเดียวก็มีผู้เห็นไม่ตรงกันแล้ว
เป็นเรื่องที่น่าศึกษานะครับ
และผู้ที่ควรศึกษาอย่างยิ่งก็คือพระภิกษุสามเณร เพราะเป็นผู้ที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในสนามจริง
ถ้าไม่ศึกษาให้รู้เหตุผลที่แท้จริงของสิ่งที่ตนทำ จะรู้ได้อย่างไรว่าตนกำลังทำถูกหรือกำลังทำผิด
เพราะฉะนั้น กัดฟันศึกษากันหน่อยนะครับ
...............................................................
อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา นยิทํ สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา เอกนฺตปริปุณฺณํ เอกนฺตปริสุทฺธํ สํขลิขิตํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ ยนฺนูนาหํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺยนฺติ ฯ โส อปเรน สมเยน อปฺปํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย มหนฺตํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย อปฺปํ วา ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย มหนฺตํ วา ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ ฯ โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ กายกมฺมวจีกมฺเมน สมนฺนาคโต กุสเลน ปริสุทฺธาชีโว สีลสมฺปนฺโน อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต สนฺตุฏฺโฐ ฯ
ที่มา: สามัญญผลสูตร ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค พระไตรปิฎกเล่ม ๙ ข้อ ๑๐๒
...............................................................
ต่อไปนี้เป็นคำแปลเป็นประโยคๆ หรือเป็นท่อนๆ เพื่อความเข้าใจง่าย
...............................................................
อิติปิ ปฏิสญฺจิกฺขติ
ย่อมเห็นตระหนักว่า
สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ
การอยู่ครองเรือนคับแคบ เป็นทางมาของธุลี
อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา
บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง
นยิทํ สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา เอกนฺตปริปุณฺณํ เอกนฺตปริสุทฺธํ สํขลิขิตํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ
การอยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์โดยส่วนเดียวให้บริสุทธิ์โดยส่วนเดียวเหมือนสังข์ที่ขัดแล้ว ทำได้ไม่ง่ายนัก
ยนฺนูนาหํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺยนฺติ ฯ
เอาเถิด เราจะปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกจากเรือนถือบวชไม่มีบ้านเรือน
โส อปเรน สมเยน อปฺปํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย มหนฺตํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย
ต่อมาเขาสละโภคสมบัติน้อยใหญ่
อปฺปํ วา ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย มหนฺตํ วา ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย
ละหมู่ญาติน้อยใหญ่
เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา
ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์
อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ ฯ
ออกจากเรือนถือบวชไม่มีบ้านเรือน
โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ
เมื่อบวชแล้วสำรวมระวังในพระปาติโมกข์
อาจารโคจรสมฺปนฺโน
ถึงพร้อมด้วยมารยาทและโคจร
อนุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี
โทษทั้งหลายเพียงเล็กน้อยก็เห็นเป็นภัย
สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ
สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย
กายกมฺมวจีกมฺเมน สมนฺนาคโต กุสเลน
ประกอบกายกรรมวจีกรรมที่เป็นกุศล
ปริสุทฺธาชีโว
มีการดำรงชีพที่บริสุทธิ์
สีลสมฺปนฺโน
ถึงพร้อมด้วยศีล
อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร
คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย
(คือเมื่อตาเห็นหูได้ยินเป็นต้น มีสติกำกับจิตตลอดเวลา)
สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต
ประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ
สนฺตุฏฺโฐ ฯ
เป็นผู้สันโดษ
...............................................................
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๗ เมษายน ๒๕๖๖
๑๙:๕๗
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ