สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
นาวาสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นดุจเรือข้ามฟาก
ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคขณะประทับอยู่ ณ กรุงราชคฤห์ได้ทรงปรารภท่านนพระสารีบุตร เหตุเพราะมีภิกษุบางพวกเห็นพระสารีบุตรไหว้ทิศไปทางทิศที่พระอัสสชิพักอาศัยอยู่ ผู้ทำให้ท่านได้ดวงตาเห็นธรรม(บรรลุเป็นพระโสดาบัน)สมัยเป็นคฤหัสถ์อยู่ ด้วยความเคารพคุณความเป็นอาจารย์ ไม่ใช่ไหว้ทิศด้วยความงมงาย
โดยทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า
บุรุษควรบูชาสักการะบุคคลที่ตนเรียนรู้ธรรมจนเข้าใจ เหมือนเทวดาบูชาพระอินทร์ ฉะนั้น บุคคลผู้เป็นพหูสูต ได้รับการบูชาจากศิษย์แล้ว ก็จะมีใจเอื้ออาทรในศิษย์นั้น ย่อมอธิบายธรรมให้เข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง บุรุษผู้มีปัญญาไม่ประมาท คบบุคคลผู้เป็นพหูสูตเช่นนั้น ทำธรรมนั้นให้มีประโยชน์ใคร่ครวญแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ย่อมเป็นผู้รู้แจ้ง แสดงธรรมแก่ผู้อื่นและเป็นผู้ละเอียดสุขุมลุ่มลึก ผู้ที่คบบุคคลผู้มีคุณธรรมน้อย เป็นคนพาลยังไม่บรรลุประโยชน์ตน ทั้งยังมีใจริษยา ไม่เข้าใจธรรมในศาสนานี้ได้อย่างแจ่มแจ้ง ยังไม่ทันหมดความสงสัยก็สิ้นชีวิตไปก่อน เปรียบเหมือนคนข้ามแม่น้ำที่มีน้ำมาก กำลังหลากมา มีกระแสเชี่ยวถูกพัดลอยไปตามกระแสน้ำเสียเอง จะสามารถช่วยพาผู้อื่นให้ข้ามไปได้อย่างไร ฉันใด บุคคลผู้ยังไม่เข้าใจธรรมอย่างแจ่มแจ้ง ก็ฉันนั้น ไม่พิจารณาความหมายแห่งธรรมให้ถ่องแท้ ในสำนักอาจารย์ผู้เป็นพหูสูต ตนเองยังไม่รู้แจ้งจริง ทั้งยังไม่หมดความสงสัย จะสามารถสอนผู้อื่นให้เพ่งพินิจธรรมได้อย่างไร คนลงเรือที่มั่นคงแข็งแรง มีพายและถ่ออยู่พร้อม เป็นผู้เฉลียวฉลาด รอบรู้ ชำนาญการเดินเรือ ย่อมสามารถ พาผู้โดยสารจำนวนมากให้ข้ามไปถึงฝั่งได้โดยปลอดภัย แม้ฉันใด ผู้บรรลุถึงความรู้แจ้ง อบรมตนแล้วเป็นพหูสูต มีสภาพจิตไม่หวั่นไหว ก็ฉันนั้น สามารถสั่งสอนผู้อื่นที่ตั้งใจฟังและสมบูรณ์ด้วยอุปนิสัยให้เพ่งพินิจได้ เพราะฉะนั้น บุคคลจึงควรคบสัตบุรุษ ผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต บุคคลผู้คบหาสัตบุรุษนั้น รู้แจ้งชัดเนื้อความนั้นปฏิบัติอยู่ เป็นผู้เข้าใจธรรมได้อย่าแจ่มแจ้ง พึงได้รับความสุขแล.
นาวาสูตรนี้ พระพุทธองค์ พระอรรถกถาจารย์ พระฎีกาจารย์ และพระนิสสยาจารย์ ล้วนให้ความสำคัญเป็นพิเศษ มีกล่าวแสดงไว้ถึง ๔ แห่ง คือ สํ.ข.๑๗/๒๖๐-๒๖๒, สํ.ม.๑๙/๒๘๘-๒๘๙, สํ.ม.๑๙/๖๗๔, ขุ.สุ.๒๕/๓๒๕
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ