ปกิณณกสารธรรม
Sompob Sanguanpanich
อริยสาวก หมายถึงใคร
(๑) พระอริยะผู้เป็นพุทธสาวก หรือ
(๒) สาวกของพระอริยะ กล่าวคือ พระพุทธเจ้า
...
คำนี้ มี ๒ ความหมาย เพราะเป็นคำประสมจาก ๒ คำ คือ อริยะ และ สาวก
(๑) ในที่นี้ อริยะ คือ อริยบุคคล และ สาวก ก็คือ ผู้เป็นสาวก คำนี้จึงหมายความว่า พระสาวกผู้เป็นอริยะ (สาวกพุทธะ) ดังพระผู้มีพระภาคตรัสถึงอริยสาวกด้วยความหมายนี้ไว้ดังนี้
‘‘ปภสฺสรมิทํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ ฯ ตญฺจ โข อาคนฺตุเกหิ อุปกฺกิเลเสหิ วิปฺปมุตฺตํฯ ตํ สุตวา อริยสาวโก ยถาภูตํ ปชานาติฯ ตสฺมา ‘สุตวโต อริยสาวกสฺส จิตฺตภาวนา อตฺถี’ติ วทามี’’ติ (อํ.เอก.๒๐/๕๒)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง และจิตนั้นแลพ้นแล้วจากอุปกิเลสที่จรมา. พระอริยสาวก ผู้มีสุตะ ย่อมทราบจิตนั้นตามความเป็นจริง ฉะนั้น เราจึงกล่าวว่า พระอริยสาวกผู้มีสุตะ ย่อมมีการอบรมจิต (อัง.เอก.๒๐/๕๒).
....
คัมภีร์อรรถกถาพระสูตรนี้ มีอรรถาธิบายว่า
อริยสาวโกติ อตฺถิ อริโย เจว สาวโก จฯ เสยฺยถาปิ สมณา สกฺยปุตฺติยา อาคตผลา วิญฺญาตสาสนาฯ อิธ ปน คิหี วา โหตุ ปพฺพชิโต วา, โย โกจิ สุตวาติ เอตฺถ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส วเสน สุตสมฺปนฺโน, อยํ อริยสาวโกติ เวทิตพฺโพฯ (อํ.เอก.อฏฺ.๔๘)
คำว่า อริยสาวโก ได้แก่ เป็นทั้งพระอริยะ เป็นทั้งพระสาวก ก็มี. เช่น พระสมณะศากบุตร ผู้บรรลุผล รู้แจ้งคำสั่งสอนแล้ว. แต่ในที่นี้จะเป็นคฤหัสถ์ หรือบรรพชิตก็ตามคนใดคนหนึ่ง ผู้สมบูรณ์ด้วยการศึกษา ด้วยอำนาจแห่งเนื้อความที่กล่าวไว้แล้ว พึงทราบว่า ผู้นี้เป็นพระอริยสาวก ในบทว่า สุตวา (ผู้มีสุตะ) นี้.
ก็ในที่นี้ สุตะ คือ การฟังพระปริยัติธรรมอันสามารถกำจัดกิเลสได้ และการเรียนปริยัติชนิดนั้นไว้แล้วปฏิบัติเพื่อความเป็นอริยะ (สรุปจาก อังคุตรฏีกา)
จะเห็นได้ว่า ในพระบาฬีดังกล่าวมานี้ หมายถึง พระอริยสาวก ผู้มีสุตะกล่าวคืออาคมและอธิคม ดังนั้น ในพระบาฬีนี้ ผู้เป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต ซึ่งขวนขวายอยู่ในกิจคือการฟังธรรมของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นอริยะ ก็ชื่อว่า พระอริยสาวก.
...
(๒) สาวกของพระอริยะ กล่าวคือ พระพุทธเจ้า
ในความหมายนี้ ไม่จำกัดเฉพาะพระสาวกผู้เป็นอริยบุคคลเท่านั้น แต่กินความกว้างไปจนถึงปุถุชนผู้มุ่งหวังจะเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้เป็นอริยะ ด้วย ดังพระบาฬีอิติวุตตกะ เทวสัททสูตร (ขุ.อิติ.๒๕/๘๒) นี้ว่า
ยสฺมิํ, ภิกฺขเว, สมเย อริยสาวโก เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชฺชาย เจเตติ, ตสฺมิํ สมเย เทเวสุ เทวสทฺโท นิจฺฉรติ – ‘เอโส อริยสาวโก มาเรน สทฺธิํ สงฺคามาย เจเตตี’ติฯ
ในสมัยใด พระอริยสาวกย่อมคิดเพื่อจะปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกบวชเป็นบรรพชิต ในสมัยนั้น เสียงของเทวดาย่อมเปล่งออกไปในเหล่าเทวดาว่า พระอริยสาวกนี้ย่อมคิดเพื่อทำสงครามกับมาร
คัมภีร์อิติวุตตกอัฏฐกถา อธิบายว่า
อริยสาวโกติ อริยสฺส พุทฺธสฺส ภควโต สาวโก, สาวกภาวํ อุปคนฺตุกาโม, อริยสาวโก วา อวสฺสํภาวี. อนฺติมภวิกํ สาวกโพธิสตฺตํ สนฺธาย อยมารมฺโภ. (อิติวุตฺ.อฏฺ.๒๑๐)
บทว่า อริยสาวโก ได้แก่ สาวกของพระอริยะคือพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า. อริยสาวก จึงได้แก่ ผู้ประสงค์จะเข้าถึงความเป็นสาวก. อีกนัยหนึ่ง คือ ผู้จะเป็นอริยสาวก โดยแน่แท้. คำปรารภนี้ (เทวดากล่าว) หมายเอาพระสาวกโพธิสัตว์ผู้มีภพสุดท้าย (พระไตรปิฎกฉบับมหามกุฏฯ เล่มที่ ๔๕ ขุ. อิติ เล่มที่ ๑ ภาคที่ ๔ ข้อที่ ๒๖๐)
ข้อความนี้หมายความว่า อริยสาวก ในขั้นต้นนี้ จะต้องเป็นผู้ที่ประสงค์จะเข้าถึงภาวะแห่งพุทธสาวก. แต่ในพระสูตรนี้ มุ่งหมายถึง สาวกประเภทต้องบรรลุอรหัตตในชาตินี้เท่านั้น.
...
ในตอนท้ายพระสูตรนี้ สรุปความหมายของคำว่า อริยสาวโก ด้วยคำว่า สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกํ ว่า
‘‘ทิสฺวา วิชิตสงฺคามํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกํ
เทวตาปิ นมสฺสนฺติ มหนฺตํ วีตสารทํ ฯ
(ขุ.อิติ.๒๕/๒๖๐)
แม้เทวดาทั้งหลาย เห็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ชนะสงครามแล้ว เป็นผู้ใหญ่ปราศจาความครั่นคร้าม
***
เป็นอันว่า อริยสาวก มี ความหมาย ๒ ประการ คือ
(๑) พระอริยบุคคลผู้เป็นพุทธสาวก
(๒) สาวกของพระอริยะ กล่าวคือ พระพุทธเจ้า
เพราะเหตุนั้น พึงถือเอาความหมายนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามควรแก่พระบาฬีนั้นๆ
...
ขออนุโมทนา
สมภพ สงวนพานิช
๑๖/๐๖/๖๖
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ