สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
คนที่ฆ่าตัวตาย ไม่รักตัวเองหรือ?
ถาม ทำไมคนถึงฆ่าตัวตาย เขาไม่รักตัวเองหรอกหรือ และตายแล้วจะพ้นทุกข์ ได้จริงหรือ?
ตอบ คนที่ฆ่าตัวตายนั้นเพราะมีความทุกข์ทางกายหรือทางใจ หรือทั้งทางกาย และทางใจอย่างแสนสาหัส คือแสนสาหัสสำหรับคนที่คิดฆ่าตัวตาย แต่อาจจะเป็นความทุกข์เล็กๆ น้อยๆ สำหรับคนอื่นก็ได้ เพราะมิฉะนั้นแม้แต่ขอทานที่เป็นโรคเรื้อนต้องอดมื้อกินมื้อ ที่ซุกหัวนอนก็ไม่มี ก็ยังไม่คิดฆ่าตัวตาย ดูเหมือนจะไม่เคยได้ยินข่าวว่า คนขอทานฆ่าตัวตายเลย มีแต่คนมั่งมีศรีสุขเสียอีกที่ฆ่าตัวตาย คนที่ไม่ฆ่าตัวตาย คือ คนที่ยังเห็นชีวิตมีค่าสำหรับจะอยู่ต่อไปเพื่อบำเพ็ญกุศลพวกหนึ่ง อีกพวกหนึ่งหลงไหลในความสนุกสนานทางโลก พูดง่ายๆ คือคนที่มีชีวิตอยู่ไม่อยากตายนั้นเพราะหลงในโลกอย่างหนึ่ง มุ่งปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะรักตนเองเป็นข้อใหญ่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่มีใครที่เราจะรักได้มากเท่ากับตัวเอง
คนที่ต้องการมีชีวิตอยู่ก็เพราะรักตัวเอง คนที่ฆ่าตัวตายก็เพราะรักตัวเองเหมือนกัน คือเห็นว่าชาตินี้ตัวต้องลำบาก เป็นต้นว่าโรคร้ายเบียดเบียนทนทุกข์ทรมานมาก ตายเสีย จะได้พ้นทรมาน เกิดใหม่ชาติหน้าจะได้สบาย นี่ฆ่าตัวตายเพราะหวังให้ตนสบายชาติหน้า หรือได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจแสนสาหัส ถูกเขาหลอกลวงหมดเนื้อหมดตัว อยู่ไปก็อายเขา ตายเสียดีกว่า นี่ก็รักหน้ารักตาตัวเอง คิดว่าตายเสียจะได้พ้นความอาย สรุปว่าคนที่อยากมี ชีวิตอยู่ก็ดี คนที่ฆ่าตัวตายก็ดี ล้วนรักตัวเองทั้งนั้น
ส่วนการฆ่าตัวตายนั้นพ้นทุกข์ได้จริงหรือนั้นก็เห็นจะไม่จริง อาจจะพ้นชั่วขณะที่กำลังตาย แต่เกิดใหม่ก็เริ่มเป็นทุกข์อีกแล้ว เพราะตราบใดที่มีการเกิด ความทุกข์ก็ต้องมี พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ความเกิดเป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ โดยเฉพาะถ้าต้องไปเกิด ในอบายจะยิ่งทุกข์หนักกว่าในเวลาที่เป็นมนุษย์นี้เสียอีก คนฆ่าตัวตายท่านจึงว่าคิดสั้น เพราะคิดแคบๆ ไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบ การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก เกิดมาแล้วมีโอกาสได้ทำบุญกุศล ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าก็ยาก แต่บางคนไม่เข้าใจ ทนความทุกข์ไม่ได้ หนีสิ่งที่ได้ยากไปอยู่ในอบายซึ่งได้ไม่ยากเลย โอกาสที่จะไปเกิดในอบายนั้นมีมากกว่าได้เกิดเป็นมนุษย์มากมายนัก
----------------
ความทุกข์ทั้งปวง มีตัณหาเป็นราก
ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห
ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปุนเรว รูหติ
เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต
นิพฺพตฺตตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ.
แปลว่า ต้นไม้ เมื่อรากยังแข็งแรงมั่นคง แม้ลำต้นจะถูกตัดแล้วก็งอกใหม่ได้ ฉันใด ความทุกข์นี้ เมื่อบุคคลขจัดตัณหานุสัยไม่ขาด ก็ย่อมเกิดขึ้นร่ำไป ฉันนั้น(ขุ.ธ.ตัณหาวรรค ข้อ ๓๔, มจร. ข้อ ๓๓๘)
ความเป็นมาแห่งพุทธภาษิต
พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นลูกสุกรตัวหนึ่ง ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์เห็นแล้วจึงกราบทูลถาม ตรัสเล่าว่า นางสุกรตัวนี้เคยเกิดเป็นแม่ไก่ ครั้งหนึ่งได้ยินเสียงสาธยายธรรมจากภิกษุรูปหนึ่ง ในสมัยพระกกุสันธะพุทธเจ้า พ้นจากแม่ไก่ก็ไปเกิดเป็นราชธิดา วันหนึ่งพระนางเห็นหมู่หนอน จึงกำหนดเป็นอารมณ์ของสมาธิจนได้ปฐมฌาน เมื่อตายแล้วเกิดในพรหมโลก ครั้นหมดอายุแล้ว เกิดสับสนในคติ จึงมาเกิดเป็นสุกรนี้ จบแล้วตรัสภาษิตนี้เป็นต้น, ตัณหาแฝงตัวนอนเนื่องอยู่ในสันดานสัตว์เรื่อยไปจนกว่าอรหัตตมรรคญาณจะเกิดขึ้นแล้วตัดขาด(ดู ธ.อ.๔/๒๑๖-๒๒๑)
---------------

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ