พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน (๒๘)

---------------------------

ข้อความจากบทความ “เรื่องราวที่อยากเขียน”

..........................................................

... แค่โพสต์ภาพพระไปนั่งฉันชาบู หรือ ไปนั่งฉันอาหารริมแพ แค่นั้น ก็จะโดนสังคมรุมด่า ยังกะไปฆ่าข่มขืนพ่อแม่เขาเจ็ดชั่วโคตร 

ดังนั้น พระสงฆ์จะต้องรู้จักว่า อันไหนควรไม่ควร

..........................................................

บทความสรุปไว้ให้เองแล้วว่า “พระสงฆ์จะต้องรู้จักว่า อันไหนควรไม่ควร” 

พระไปนั่งฉันชาบู

พระไปนั่งฉันอาหารริมแพ

ควรหรือไม่ควร

สองเรื่องนี้เป็นแค่ตัวอย่าง อีกสารพัดเรื่องที่พระจะต้องรู้จัก “อันไหนควรไม่ควร” 

แนวคิดของผมก็คือ คณะสงฆ์ต้องบอกกล่าวให้เป็นที่รู้ทั่วกันว่า อะไรพระไทยทำได้ อะไรพระไทยห้ามทำหรือไม่ควรทำ บอกให้รู้ทั่วกันทั้งในหมู่ชาววัดและชาวบ้าน

ความยุ่งยากก็คือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรทำได้อะไรห้ามทำ เรื่องมันมีตั้งสารพัดสารพันอนันตัง เรื่องนี้ทำได้เรื่องนี้ไม่ควรทำ ใครจะไปจดจำหวาดไหว

ก็ต้องตั้งหลักกันที่พระธรรมวินัย

“วินัย” ของพระมี ๒ ส่วน คือ -

๑ อาทิพรหมจรรย์ หรือ “อาทิพรหมจริยกาสิกขา”

๒ อภิสมาจาร หรือ “อภิสมาจาริกาสิกขา”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต บอกความหมายไว้ว่า – 

..........................................................

อาทิพรหมจริยกาสิกขา : หลักการศึกษาอบรมในฝ่ายบทบัญญัติหรือข้อปฏิบัติเบื้องต้นของพรหมจรรย์ สำหรับป้องกันความประพฤติเสียหาย, ข้อศึกษาที่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ หมายถึง สิกขาบท ๒๒๗ ที่มาในพระปาฏิโมกข์.

อภิสมาจาริกาสิกขา : หลักการศึกษาอบรมในฝ่ายขนบธรรมเนียมที่จะชักนำความประพฤติ ความเป็นอยู่ของพระสงฆ์ให้ดีงามมีคุณยิ่งขึ้นไป, สิกขาฝ่ายอภิสมาจาร.

..........................................................

“อาทิพรหมจริยกาสิกขา” คือศีล ๒๒๗ สิกขาบท เป็นกฎระเบียบเพื่อให้ดำรงสมณเพศอยู่ได้ 

“อภิสมาจาริกาสิกขา” เป็นกฎระเบียบเพื่อให้สมณเพศมีความงดงามน่าเลื่อมใส

“อาทิพรหมจริยกาสิกขา” เหมือนอาบน้ำให้เนื้อตัวสะอาด

“อภิสมาจาริกาสิกขา” เหมือนประแป้งแต่งตัวให้สวยงาม

ผมไม่แน่ใจว่า หลักพระวินัยที่ยกมาเสนอนี้ พระทุกวันนี้ได้ศึกษาเรียนรู้กันอย่างจริงจังหรือเปล่า

“อาทิพรหมจรรย์” คือศีล ๒๒๗ ข้อ เคยมีการศึกษาตรวจสอบเป็นรายข้อกันบ้างหรือเปล่า

หรือรู้แต่ว่า พระมีศีล ๒๒๗ ข้อ แต่อะไรบ้าง ไม่รู้

ส่วน “อภิสมาจาร” นี่คือคำตอบว่า เรื่องนี้ทำได้ เรื่องนี้ไม่ควรทำ ส่วนนี้ผู้รู้ท่านว่า มีเป็นร้อยๆ พันๆ ข้อ

ร้อยๆ พันๆ ข้อ คืออะไรบ้าง รายละเอียดมีแสดงไว้กระจายอยู่ทั่วพระวินัยปิฎก 

ถ้าศึกษาพระวินัยปิฎกให้ละเอียด (ค่อยๆ อ่านไปวันละเล็กวันละน้อย) จะค่อยๆ ตระหนักและตระหนกถึงกับอุทานออกมาเป็นระยะๆ ว่า โอ้โฮ แบบนี้ก็ห้ามด้วยหรือ ไม่ยักรู้ 

ที่ “ไม่ยักรู้” ก็เพราะไม่ได้ศึกษา

ที่พระเรียนบาลีก็เพื่อจะได้มีความรู้ทางภาษาบาลีเป็นคู่มือไปศึกษาพระไตรปิฎก

แต่พระที่เรียนบาลีทุกวันนี้ก็ไม่ได้เรียนเพื่อจะไปศึกษาพระไตรปิฎก สอบได้ชั้นสูงสุดแล้วก็หยุดแค่นั้น ซ้ำบอกกันว่า ใครจะเรียนไปถึงพระไตรปิฎกหรือไม่เรียน ควรเป็นไปตามอัธยาศัย

นี่คือความจริงที่เจ็บปวด

ไม่ต้องกล่าวถึงพระที่ไม่ได้เรียนบาลี-ว่าจะมีอุตสาหะศึกษาไปถึงพระไตรปิฎกกันสักแค่ไหน

เพราะฉะนั้น โอกาสที่จะอุทานว่า “โอ้โฮ แบบนี้ก็ห้ามด้วยหรือ ไม่ยักรู้” ก็เป็นศูนย์ คือ “เรื่องนี้ทำได้ เรื่องนี้ไม่ควรทำ” ก็ยังคงไม่รู้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ

นั่นเป็นหลักที่จะหาได้จากพระวินัยปิฎก

แต่ส่วนที่เป็นเรื่องใหม่ๆ เกิดใหม่ มีใหม่ ส่วนนี้แหละที่คณะสงฆ์จะต้องกำหนด และจะต้องตามให้ทัน คือเกิดพฤติกรรมอะไรใหม่ๆ ที่พระไปทำเข้า แล้วมีเสียงตำหนิ ต้องประชุมสงฆ์พิจารณาประกาศให้ทันท่วงที-ควรทำหรือไม่ควรทำ แค่ไหนอย่างไร

ใช้หลักการเดียวกับที่พระพุทธองค์ทรงใช้ในการบัญญัติสิกขาบท

..........................................................

๑ เกิดเรื่องขึ้น

๒ เรียกประชุมสงฆ์

๓ เรียกตัวผู้กระทำมาชี้แจง

๔ บัญญัติกฎ

..........................................................

นี่คือขั้นตอนที่พระพุทธองค์ทรงใช้ในการบัญญัติสิกขาบท

แต่ผู้บริหารการพระศาสนาของเราดูเหมือนจะไม่เคยทำแบบนี้เลย

....................

กรณีพระ “โดนสังคมรุมด่า” ดังที่บทความว่านั้น มีมาแล้วตั้งแต่สมัยพุทธกาล 

อาจกล่าวได้ว่า ศีลของพระทั้ง ๒๒๗ ข้อ มีสาเหตุมาจากพระ “โดนสังคมรุมด่า” นั่นเอง

สำนวน “ด่า” ของชาวบ้านสมัยโน้นคือ -

“พระทำแบบนี้ก็เหมือนพวกเราชาวบ้าน” (ยเถว มยํ ... เอวเมวิเม)

“เป็นพระทำไมยังทำเหมือนชาวบ้านที่เขาเสพสุข” (กถํ  หิ  นาม  อิเม  สมณา ... เสยฺยถาปิ  คิหี  กามโภคิโน) 

........................

ก็ต้องพูดย้ำคำเดิม -

ถ้าพระดำรงมั่นอยู่ในหลักพระธรรมวินัย 

ชาวบ้านที่มีใจเป็นธรรมจะไม่ด่า

------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖

๒๐:๑๘

[full-post]

พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.