พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน (๒๓)

---------------------------

ข้อความจากบทความ “เรื่องราวที่อยากเขียน”

..........................................................

... ยุคนี้เป็นยุคที่อำนาจวาสนาไม่มีอะไรแน่นอน ยศศักดิ์ ตำแหน่ง เป็นภาพลวงตา ไม่ควรหลงให้มาก หากดำรงอยู่ในตำแหน่งจงปฏิบัติตัวให้สมกับตำแหน่ง ตำแหน่งต่างๆทางคณะสงฆ์ไม่ใช่ตำแหน่งกินเมืองเหมือนในอดีต แต่เป็นตำแหน่งที่มาพร้อมกับ ภาระ หน้าที่ และความรับผิดชอบ หากวันใดพลาด มาตรา 157 รอเล่นงานอยู่เสมอ 

..........................................................

“แต่เป็นตำแหน่งที่มาพร้อมกับ ภาระ หน้าที่ และความรับผิดชอบ หากวันใดพลาด มาตรา 157 รอเล่นงานอยู่เสมอ”

ความข้อนี้เอ่ยถึง “มาตรา 157” ผู้ที่ไม่ใช่นักกฎหมายหรือไม่ค่อยได้ใส่ใจปัญหากฎหมาย อาจไม่รู้ว่ามาตรา ๑๕๗ คืออะไร

..........................................................

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ บัญญัติว่า 

..........................................................

“ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท* หรือทั้งจำทั้งปรับ”

..........................................................

*หมายเหตุ โทษปรับตามมาตรานี้ ผมไม่แน่ใจว่าแก้ไขเป็นอย่างไรในปัจจุบัน พบในที่หนึ่งบอกว่า “ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท” 

ญาติมิตรท่านใดถนัดทางค้นหากฎหมาย ขอแรงช่วยหน่อยนะครับ จะได้เป็นองค์ความรู้ที่ถูกต้องร่วมกัน

..........................................................

ตามที่เรารู้กัน-วัดเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และการปกครองของคณะสงฆ์เป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน “ตำแหน่งต่างๆทางคณะสงฆ์” จึงเป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย 

พระผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งเรียกว่า “พระสังฆาธิการ” จึงมีสถานะเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามกฎหมาย

เมื่อเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับตามมาตรา ๑๕๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ดังที่บทความใช้คำว่า “มาตรา 157 รอเล่นงานอยู่เสมอ”

คำว่า “รอเล่นงาน” ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า-เป็นศัตรูกัน 

.................

ขออนุญาตบรรยายความรู้สึกหน่อยนะครับ 

ผมเคยรับราชการในกองทัพเรือ มีตำแหน่งเป็น “ผู้อำนวยการกอง” ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย 

เชื่อหรือไม่ว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในตำแหน่งนั้น ผมไม่เคยนึกถึงมาตรา ๑๕๗ เลยแม้สักขณะจิตเดียว 

ที่ไม่เคยนึกถึงก็เพราะไม่เคยมีความคิดที่จะ “ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” เลยสักขณะจิตเดียว

และหากถ้าจะนึกถึงอยู่บ้าง ก็นึกถึงในฐานะ “เพื่อน” ที่คอยเตือนสติว่าอย่าทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ 

มาตรา ๑๕๗ จึงไม่เคยเป็นศัตรูที่ “รอเล่นงาน” ผม แต่ประการใดเลยจนกระทั้งพ้นจากตำแหน่ง

ผมเชื่อว่า พระสังฆาธิการทุกระดับท่านก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้สึกแบบเดียวกับที่ผมรู้สึกนี่เช่นเดียวกัน และน่าจะต้องเข้มข้นกว่า เพราะความเป็นพระ การอยู่ในวิถีชีวิตสงฆ์ การครองชีพเพื่อขัดเกลาตนเอง กำกับตัวกำกับใจท่านอยู่อีกตั้งหลายชั้น

ดังนั้น จะต้องพูดเหมือนขู่กันว่า “มาตรา 157 รอเล่นงานอยู่เสมอ” ดังนี้ เพื่อประโยชน์อะไร?

จะพยายาม “ตอกลิ่ม” ให้พระกับกฎหมายแตกแยกกัน หรือจะบอกว่ากฎหมายเป็นศัตรูกับพระ กระนั้นหรือ?

.................

พูดถึงกฎหมายกับพระ เวลานี้ (หรืออาจจะมีมานานแล้ว-มีตลอดเวลา) มีความรู้สึกกัน-โดยเฉพาะในหมู่พระรุ่นใหม่-ว่า กฎหมายไม่ควรจะมาวุ่นวายกับพระ หรือพูดชัดๆ ว่า ควรแยกอำนาจรัฐออกจากศาสนา

แนวคิดของผมคือ ถ้าเห็นว่าดีงาม ก็ลงมือทำเลย

แยกอำนาจรัฐออกจากศาสนาคือทำอย่างไร ลงมือทำเลย

ก็จะไปติดขัดตรงที่-ผู้มีอำนาจท่านไม่ทำ

แนวคิดของผมคือ ก็ต้องไปพยายามทำให้ผู้มีอำนาจท่านทำ จะได้เป็นไปตามที่เราต้องการ

ก็จะไปติดขัดตรงที่-ไม่รู้ว่าจะไปพยายามตรงไหน และใครจะเป็นผู้ลงมือพยายาม

ตรงลงมือทำนี่แหละครับ ยาก มีแต่คนพูด แต่คนลงมือทำไม่มี

ผมไม่รู้ว่า แยกอำนาจรัฐออกจากศาสนาจะดีหรือไม่ดี

แต่ผมอยากให้ลงมือทำ 

ลงมือแยกเลย

ทำแล้ว เราก็จะเห็นกันได้เองว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร

ของจริงจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

มิเช่นนั้นก็จะมีแต่คนพูดอยู่อย่างนี้เรื่อยไป

ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีคนลงมือทำ

ที่จริง พูดว่า “มาตรา 157 รอเล่นงานอยู่เสมอ” ก็ยังเบาไป

พูดว่า “อำนาจรัฐรอเล่นงานอยู่เสมอ” น่าจะตรงเป้ากว่า

ช่วงกำลังตั้งรัฐบาลนี่ก็น่าจะ “ลงมือทำ” ได้นะครับ-แยกอำนาจรัฐออกจากศาสนา

ทำท่าจะเฉียดการเมือง

จบก่อนดีกว่า

-----------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๖

๑๙:๕๐

[full-post]

พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.