พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน (๒๔)
---------------------------
ข้อความจากบทความ “เรื่องราวที่อยากเขียน”
..........................................................
... บางครั้งการปล่อยวาง และการไม่มีตำแหน่งอะไรเป็นการดีและปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้บวชมาเพื่อแสวงหาความสงบ และบุญกุศล
..........................................................
ย่อหน้านี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“การปล่อยวาง” ไม่ได้แปลว่าไม่รับผิดชอบ-ดังที่มักจะคิดกันไปเอง แต่หมายถึงการไม่ยึดมั่นถือมั่น
การปล่อยวางเป็นงานทางใจ
สมมุติว่าญาติที่รักของเราตาย-เช่นแม่เราตาย
เราจัดการทุกอย่างที่จะต้องจัดต้องทำอย่างครบถ้วนเรียบร้อยตั้งแต่ต้นจนเผาศพเสร็จ ระลึกถึงพระคุณแม่ตั้งใจทำหน้าที่สนองคุณแม่เต็มที่-นี่คือรับผิดชอบ
โดยที่ตลอดเวลานั้น เราไม่ได้เศร้าโศกฟูมฟายหดหู่ท้อแท้ป้อแป้ปวกเปียกหมดกำลังใจอยากตายตามแม่แต่ประการใดทั้งสิ้น-นี่คือปล่อยวาง
นี่คือตัวอย่างการปล่อยวาง ทำใจได้อย่างนี้คือปล่อยวาง-ซึ่งคนส่วนมากทำไม่ได้
อันนี้ถือโอกาสทำความเข้าใจ เพราะเรามักจะพูดว่า “ปล่อยวาง” ในความหมายผิดๆ-คือไม่รับรู้รับเห็นไม่รับผิดชอบใดๆ แล้วบอกว่าปล่อยวาง
ทีนี้ ในทางการบริหาร ท่านผู้ใดมีตำแหน่ง มีหน้าที่ จะเอาคำว่า “ปล่อยวาง” มาใช้ผิดๆ หาได้ไม่ จะนั่งทับตำแหน่งเฉยๆ แล้วบอกว่าอาตมาปล่อยวาง-ดังนี้ไม่ได้ หากแต่ต้องรับผิดชอบทุกกระบวนท่า
ถ้าไม่ต้องการรับภาระในการบริหารหมู่คณะ ก็ปฏิเสธไปเลย ไม่เอา ไม่รับ ไม่เป็น อย่าตั้งกระผมไม่ว่าตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น ปฏิเสธได้
แต่ถ้าอยู่ในฐานะที่ปฏิเสธไม่ได้-เช่นครูบาอาจารย์ขอร้อง-ก็ต้องทำใจ ต้องยอมเหนื่อย ยอมยุ่ง
อาจมีบางท่าน-หลายท่าน อยากมีตำแหน่ง อยากเป็น แต่เขาไม่ตั้ง ตรงนี้แหละที่ควรพิจารณาถึงการปล่อยวาง-นั่นคือปล่อยวางความอยากเป็น
ปล่อยวางก่อนที่เขาจะตั้ง
ไม่ใช่-เขาไม่ตั้งแล้วจึงคิดปล่อยวาง
ทำใจได้อย่างนี้ ก็จะสอดคล้องกับเจตนาในการบวชที่บทความบอกว่า “เพื่อแสวงหาความสงบ และบุญกุศล”
อันที่จริง เจตนาในการออกบวชที่เป็นของแท้ไม่ใช่แค่ “เพื่อแสวงหาความสงบ และบุญกุศล” หากแต่คือเพื่อบรรลุมรรคผล ซึ่งการมีตำแหน่งมีหน้าที่ในการบริหารหมู่คณะย่อมจะเป็นอุปสรรคอยู่ไม่น้อย
พิจารณาตรงจุดนี้ ก็สอดคล้องกับที่บทความว่าไว้ - “การไม่มีตำแหน่งอะไรเป็นการดีและปลอดภัยที่สุด”
....................
คิดมาถึงตรงนี้ ทำให้ผมเกิด “วาบความคิด” เพื่อสนับสนุน “การไม่มีตำแหน่งอะไร”
ผมคิดอย่างไร?
ผมคิดว่า เราน่าจะตั้ง “เขตทดลองปกครองคณะสงฆ์ปลอดอำนาจรัฐ” ขึ้นมาสักเขตหนึ่ง เป็นเขตการปกครองพิเศษ โดยการยกจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเป็นจังหวัดนำร่อง
ในจังหวัดนำร่องนี้ ตำแหน่งใดๆ ที่เกิดจากอำนาจรัฐ-คือเกิดจาก พรบ.คณะสงฆ์-ตั้งแต่เจ้าคณะจังหวัดลงไปจนถึงผู้ช่วยเจ้าอาวาส-เป็นอันยกเลิกทั้งหมด
พระภิกษุสามเณรในจังหวัดนำร่องให้อยู่กันไป บริหารกันไป ตามพระธรรมวินัยล้วนๆ
รัฐไม่เข้าไปยุ่งด้วยในทางขัดขวางหรือสนับสนุนไม่ว่าจะในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น อะไรที่เคยได้รับจากรัฐเป็นอันยกเลิกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นของ เป็นบริการ ให้พระอยู่กันเองแบบ-ปลอดอำนาจรัฐจริงๆ
(หรือจะต้องมีคำจำกัดความให้ชัด -
ปลอดอำนาจรัฐ แต่ไม่ปลอดจากบริการของรัฐ?)
สำหรับสมณศักดิ์ของพระในจังหวัดนำร่อง อาจจะยังต้องคงไว้ เพราะเกิดจากพระราชศรัทธา แต่ถ้าเห็นเป็นการสมควรจะขอพระราชทานทานพระบรมราชานุญาตยกเลิกด้วยก็ได้ จะได้สอดคล้องกับแนวคิดยกเลิกสมณศักดิ์-อันเป็นแนวคิดที่มีมานานก่อนแนวคิดแยกอำนาจรัฐออกจากศาสนาเสียอีก
ก่อนกำหนดเปิดจังหวัดนำร่อง ให้เปิดรับพระภิกษุสามเณรที่สมัครใจจะเข้าไปอยู่ในจังหวัดนำร่อง หรือสมัครใจออกจากจังหวัดนำร่องก็ได้ เป็นโอกาสที่พระหัวก้าวหน้าจะได้แสดงฝีมือบริหารการพระศาสนาด้วยหลักพระธรรมวินัยล้วนๆ ได้อย่างเต็มที่
โอกาสที่จะปล่อยวางและไม่มีตำแหน่งใดๆ ก็จะเปิดกว้างอย่างเต็มที่
ผมไม่รู้ว่าผมคิดเล่นสนุกๆ หรือคิดจริงๆ
แต่อยากให้มีคนเอาไปทำครับ-เขตทดลองปกครองคณะสงฆ์ปลอดอำนาจรัฐ
-----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๖
๑๙:๑๓
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ