ปกิณณกสารธรรม
อุปกิเลส ๑๖
..
มีธรรมฝ่ายอกุศล ๑๖ ประการ ที่ทำให้จิตไม่บริสุทธิ์ ไม่สดใส ที่พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า อุปกิเลส แปลว่า ธรรมที่เป็นเหตุให้จิตเศร้าหมอง เพราะเป็นเหตุให้เปอะเปื้อนไม่บริสุทธิ์เหมือนที่เคยมีมา.
ก็อุปกิเลส ๑๖ เหล่านั้น พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า วัตถูปมสูตร มูลปัณณาสก์ มัชฌิมนิกาย (ม.มู.๑๒/๙๔) ดังนี้
- อภิชฌาวิสมโลภะ [ละโมบไม่สม่ำเสมอ คือความเพ่งเล็ง]
- พยาบาท [ปองร้ายเขา]
- โกธะ [โกรธ]
- อุปนาหะ [ผูกโกรธไว้]
- มักขะ [ลบหลู่คุณท่าน]
- ปลาสะ [ยกตนเทียบเท่า]
- อิสสา [ริษยา]
- มัจฉริยะ [ตระหนี่]
- มายา [มารยา]
- สาเฐยยะ [โอ้อวด]
- ถัมถะ [หัวดื้อ]
- สารัมภะ [แข่งดี]
- มานะ [ถือตัว]
- อติมานะ [ดูหมิ่นท่าน]
- มทะ [มัวเมา]
- ปมาทะ [เลินเล่อ]
ก็บุคคล เมื่อมีจิตอันอุปกิเลส เหล่านี้ อันเสมือนเป็นมลทินจับอยู่ ครอบงำอยู่บ่อยๆ ย่อมส่งผลต่อภพภูมิต่อจากชาตินี้ กล่าวคือ ง่ายต่อการเข้าถึงทุคติ ส่วนผู้มีจิตอันกำจัดมลทินเหล่านี้ออกได้ จิตย่อมบริสุทธิ์หมดจด การเข้าถึงสุคติย่อมเป็นสิ่งที่หมายไว้ได้ ไม่ผิดหวังเลย
พระพุทธองค์ทรงนำความถูกอุปกิเลสเหล่านี้ครอบงำได้ มาเปรียบกับการย้อมผ้าไว้ในพระสูตรนั้นว่า
ผ้าที่เศร้าหมอง มลทินจับ ช่างย้อมพึงนำเอาผ้านั้นใส่ลงในน้ำย้อมใดๆ คือ สีเขียว สีเหลือง สีแดง หรือสีชมภู ผ้านั้นพึงเป็นของมีสีที่เขาย้อมไม่ดี มีสีมัวหมอง ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร? เพราะผ้าเป็นของไม่บริสุทธิ์ ฉันใด เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันหวังได้ ฉันนั้น.
ผ้าที่บริสุทธิ์ สะอาด ช่างย้อมพึงนำเอาผ้านั้นใส่ลงในน้ำย้อมใดๆ คือ สีเขียว สีเหลือง สีแดง หรือสีชมภู ผ้านั้นพึงเป็นของมีสีที่เขาย้อมดี มีสีสด ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร? เพราะผ้าเป็นของบริสุทธิ์ ฉันใด เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้ ฉันนั้น.
(ม.มู.๑๒/๙๓ วัตถูปมสูตร)
...
เราผู้เป็นพุทธสาวก เมื่อได้ทราบว่า อภิชฌาเป็นต้นเหล่านี้ จะทำให้ใจมัวหมองอย่างนี้ พึงยับยั้งใจด้วยสติ พึงซักฟอกจิตเศร้าหมอง ที่สกปรกด้วยมลทินให้ออกไปด้วยน้ำคือข้อธรรมที่เป็นปฏิปักข์ต่ออุปกิเลสเหล่านี้
-------------
ขออนุโมทนา
สมภพ สงวนพานิช
๒๒/๐๖/๖๖
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ