พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน (๓๔)
---------------------------
ข้อความจากบทความ “เรื่องราวที่อยากเขียน”
..........................................................
... #สรุปคือ ในอนาคตพระสงฆ์จะอยู่ลำบาก ถ้าไม่ยอมปรับตัว ตื่นตัว รู้ทันสังคมโลก ส่วนมากพระสงฆ์ที่รู้ทันโลกมากคือ พระที่ศึกษา และพระนักปฏิบัติจริงๆ
..........................................................
“ในอนาคตพระสงฆ์จะอยู่ลำบาก ถ้าไม่ยอมปรับตัว ตื่นตัว รู้ทันสังคมโลก” - คำที่ควรพิจารณาอีกคำหนึ่งก็คือ “ถ้าไม่ยอมปรับตัว”
อะไรอย่างไรที่เรียกว่า “ปรับตัว”?
ให้พระปรับตัว คือจะให้พระทำอะไร-ทำอย่างไร-ทำทำไม
ถ้าไม่ปรับความเข้าใจกันให้ชัดให้ถูกให้ตรง ผมว่าจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เละแน่
ทำไมพระจึงจะต้องปรับตัว พอเดาได้ว่า-เพราะถ้าไม่ปรับตัว พระจะอยู่กับสังคมไม่ได้
เอาละ พอยอมรับเหตุผลได้
แต่ “ปรับตัว” คือทำอะไรและทำอย่างไร นี่สิต้องชัด
พระเคยนุ่งสบง ต้องเปลี่ยนเป็นนุ่งกางเกง-อย่างนี้ใช่ปรับตัวไหม?
พระเคยห่มจีวร ต้องเปลี่ยนเป็นใส่เสื้อ-อย่างนี้ใช่ปรับตัวไหม?
พระเคยฉันอาหารตั้งแต่เช้าชั่วเที่ยง หลังเที่ยงวันไปแล้วไม่ฉัน ต้องเปลี่ยนเป็นฉันหลังเที่ยงวันไปแล้ว-อย่างนี้ใช่ปรับตัวไหม?
พระเคยออกบิณฑบาต ต้องเปลี่ยนเป็นหุงหาอาหารฉันเอง หรือทุกมื้อซื้อกิน-เหมือนชาวบ้าน-อย่างนี้ใช่ปรับตัวไหม?
พระเคยเรียนแต่ภาษาบาลี ต้องเปลี่ยนไปเรียนภาษาอังกฤษ-อย่างนี้ใช่ปรับตัวไหม?
พระเคยอยู่ที่นี่ ฉันอาหารแบบนี้ พอสบายแก่ร่างกาย พอไปอยู่อีกที่หนึ่ง ชาวบ้านเขากินอาหารกันอีกแบบหนึ่ง พระก็ต้องฝึกฉันอาหารแบบนั้น (ที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย) ตามที่ชาวบ้านเขาถวาย-อย่างนี้ใช่ปรับตัวไหม?
ที่ว่ามานี้ ผมพยายามยกตัวอย่างชี้นำเพื่อให้มองเห็นประเด็น นั่นคือ จะพูดแค่ว่า-พระต้องปรับตัว-เท่านี้ ไม่พอ ต้องมีกรอบขอบเขตกำกับไว้ด้วยว่าทำอะไรแค่ไหนอย่างไร
หาไม่แล้วก็จะปรับกันจนเปรอะ
ปรับตัวจนหมดตัว ไม่เหลือความเป็นพระ
...................
ตรงนี้ ขออนุญาตแสดงความเห็นเรื่องหนึ่ง
นั่นคือเรื่องวัดไทยในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัดไทยในเอเชีย-เช่นในอินเดีย-เนปาล วัดไทยในยุโรปอเมริกา หรือวัดไทยในต่างแดนไหนๆ อีกก็ตาม - โดยเฉพาะวัดไทยในเมืองฝรั่ง
วัดไทยในเอเชีย-โดยเฉพาะวัดไทยในอินเดีย ผมไม่สงสัย เพราะเคยไปสัมผัสสมัยไปเรียนที่อินเดีย ที่ไปเป็นประจำคือวัดไทยพุทธคยา ตอนนั้นผมเป็นพระ ไปลงอุโบสถสังฆกรรมที่วัดไทยพุทธคยาประจำจนแทบจะเป็นพระวัดไทยก็ว่าได้
พระวัดไทยพุทธคยา วัตรปฏิบัติต่างๆ เหมือนพระไทยในเมืองไทย
แต่พระไทยในวัดไทยเมืองฝรั่ง ผมไม่แน่ใจ ไม่เคยไปเห็นของจริงกับตาตัวเองเลยสักวัดเดียว
แต่เท่าที่เคยเห็นทางสื่อ-อย่าลืมว่าโลกโซเชียลออนไลน์ในปัจจุบัน แม้อยู่คนละมุมโลกก็เห็นก็รู้เหมือนอยู่ตรงหน้า-ผมรู้สึกทะแม่งๆ เพราะบางสิ่งบางอย่างที่เห็น แปลกไปจากที่พระไทยปฏิบัติอยู่ในเมืองไทย
พูดกันตรงๆ อะไรๆ บางอย่างที่พระไทยประพฤติที่เมืองฝรั่ง เอามาประพฤติที่เมืองไทยน่าจะเกิดเรื่องใหญ่
สังเกตดูว่า พระไทยที่อยู่ประจำวัดไทยเมืองฝรั่งก็ดี พระไทยที่ไปที่นั่นเป็นครั้งคราวก็ดี เมื่อกลับเมืองไทย อะไรบางอย่างที่ทำได้ที่นั่น ท่านก็ไม่เอามาทำในเมืองไทย
ที่ว่ามานี้ใช่ไหม คือที่เรากำลังพูดถึงปัญหาเรื่องพระต้องปรับตัว?
ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร ถ้าตามความคาดหมายของผม พระไทยที่ไปอยู่ต่างแดน วัตรปฏิบัติจะผิดเพี้ยนไปจากที่ปฏิบัติกันในเมืองไทย เหตุผลหลักที่อ้างก็คือ-พระต้องปรับตัว
แม้จะมองเชิงบวกว่า พระพุทธศาสนาเถรวาท-โดยเฉพาะแบบของไทย-กำลังไปรุ่งเรื่องในเมืองฝรั่ง แต่ผมเชื่อว่ารูปแบบหลายๆ อย่างจะไม่เหมือนพระเถรวาทในเมืองไทย-ด้วยเหตุผลหลัก “พระต้องปรับตัว” อะไรที่อยู่เมืองไทยพระทำไม่ได้ แต่ไปอยู่ที่โน่นพระทำได้ จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ
และผมเชื่อว่ายิ่งนานไปจะยิ่งผันแปรไปเรื่อยๆ และจะกลายเป็นคนละนิกายกับพระเถรวาทในเมืองไทยไปในที่สุด เว้นไว้แต่ --
เว้นไว้แต่ พระที่ไปอยู่ต่างแดนเหล่านั้นจะมีสำนึกตระหนักมั่นคงอยู่ในหลักพระธรรมวินัย
ไม่ทำสิ่งที่พระธรรมวินัยบอกว่า “ห้ามทำ”
ไม่ละเลยสิ่งที่พระธรรมวินัยบอกว่า “ต้องทำ”
ปรับตัวได้ ปรับเถอะ เพื่อความอยู่รอด
แต่ไม่ใช่ปรับจนหมดตัว
ปรับจนหมดความเป็นพระ
--------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๖
๑๒:๑๖
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ