รูปปรมัตถ์ในทางธรรม (สสารและพลังงานในทางวิทยาศาตร์) มีนัยที่พึงรู้ ๕ นัย ดังนี้
๑). รูปสมุทเทสนัย คือ นัยรวบรวมรูป ๒๘ อย่าง เป็น ๑๑ ประเภท
- ประเภทที่ ๑ เรียกว่า มหาภูตรูป มี ๔ รูป
- ประเภทที่ ๒ เรียกว่า ปสาทรูป มี ๕ รูป
- ประเภทที่ ๓ เรียกว่า วิสยรูป(โคจรรูป) มี ๔ รูป
- ประเภทที่ ๔ เรียกว่า ภาวรูป มี ๒ รูป
- ประเภทที่ ๕ เรียกว่า หทยรูป มี ๑ รูป
- ประเภทที่ ๖ เรียกว่า ชีวิตรูป มี ๑ รูป
- ประเภทที่ ๗ เรียกว่า อาหารรูป มี ๑ รูป
- ประเภทที่ ๘ เรียกว่า ปริจเฉทรูป มี ๑ รูป
- ประเภทที่ ๙ เรียกว่า วิญญัตติรูป มี ๒ รูป
- ประเภทที่ ๑๐ เรียกว่า วิการรูป มี ๓ รูป
- ประเภทที่ ๑๑ เรียกว่าลักขณรูป มี ๔ รูป
๒) รูปวิภาคนัย คือ นัยแบ่งแยกรูป ๒๘ เป็นหัวข้อ(แม่บท) มี ๒ ประเภท
- ประเภทที่ ๑ เรียกว่า เอกมาติกา (มีแม่บทเป็นอย่างเดียวกัน) เช่น ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ จัดอยู่ในหมวด มหาภูตรูป เป็นต้น
- ประเภทที่ ๒ เรียกว่า ทุกมาติกา (มีแม่บทเป็นคู่กัน) เช่นหมวด มหาภูตรูป ๔ คู่กับ หมวด อุปาทายรูป ๒๔ เป็นต้น
๓). รูปสมุฏฐานนัย คือ นัยการเกิดขึ้นของรูป ๒๘ ตามแนวรูปแบบสมุฏฐาน มี ๕ ประเภท คือ
- ๑. กรรมสมุฏฐานิกรูป คือ รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน เรียกว่า กัมมชรูป มี ๑๘ รูป
- ๒. จิตตสมุฏฐานิกรูป คือ รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เรียกว่า จิตตชรูป มี ๑๕ รูป
- ๓. อุตุสมุฏฐานิกรูป เรียกว่า อุตุชรูป มี ๑๓ รูป
- ๔. อาหารสมุฏฐานิกรูป คือ รูปที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน เรียกว่า อาหารชรูป มี ๑๒ รูป
- ๕. นกุโตจิสมุฏฐานืกรูป คือ รูปที่ไม่มีสมุฏฐาน(กรรม จิต อุตุ อาหาร) เรียกว่า นกุโตจิรูป มี ๔ รูป ได้แก่ ลักษณรูป ๔
๔). รูปกลาปนัย คือ นัยที่กลุ่มรูปเกิดขึ้นพร้อมกัน(เอกุปปาทะ) ดับพร้อมกัน(เอกนืโรธะ) มีที่อาศัยเดียวกัน(เอกนิสสยะ) คือ มหาภูตรูป ๔ เดียวกัน มี ๒๑ กลาป คือ
- ๑. กัมมชรูปกลาป มี ๙ กลาป
- ๒. จิตตชรูปกลาป มี ๖ กลาป
- ๓. อุตุชรูปกลาป มี ๔ กลาป
- ๔. อาหารชรูปกลาป มี ๒ กลาป
๕). รูปปวัตติกมนัย คือ นัยลำดับความเป็นไปของรูป มี ๓ ลำดับ คือ
๑. ลำดับภูมิ หมายถึง ๒๗ ภูมิ คือ
- ก. กามภูมิ ๑๑ ภูมิ
- ข. รูปภูมิ ๑๕ ภูมิ
- ค. อสัญญสัตตภูมิ ๑ ภูมิ ซึ่งทั้ง ๒๗ ภูมินี้มีรูปธรรมทุกภูมิ มากบ้างน้อยบ้าง ตามสมควรแก่ภูมินั้นๆ
- ส่วนอรูปภูมิอีก ๔ ภูมิ ไม่ได้กล่าวถึงด้วย เพราะในอรูปภูมินั้น ไม่มีรูปธรรมเลยแม้แต่สักรูปเดียว
๒. ลำดับกาล หมายถึง ๓ กาล ดังนี้ คือ
- ก. ปฏิสนธิกาล หมายถึงการสืบต่อภพสืบต่อชาติ เวลาเกิดต่อภพต่อชาติใหม่อีก
- ข. ปวัตติกาล หมายถึงการทรงอยู่ เวลาที่ตั้งอยู่ในภพนั้นชาตินั้น
- ค. จุติกาล หมายถึงการเคลื่อนย้ายไปจากภพนั้นชาตินั้น
๓. ลำดับกำเนิด หมายถึงอาการที่เกิดใหม่ของสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งมีอยู่ ๔ กำเนิด คือ
- ก. ชลาพุชกำเนิด บางทีก็เรียกว่า ชลัมพุชกำเนิด หมายถึงสัตว์ที่เกิดในครรภ์
- ข. อัณฑชกำเนิด หมายถึงสัตว์ที่เกิดในไข่ ทั้ง ๒ กำเนิดนี้(ชลาพุชกำเนิดกับอัณฑชกำเนิด) รวมเรียกว่า คัพภเสยยกกำเนิด
- ค. สังเสทชกำเนิด หมายถึงสัตว์ที่เกิดจากที่เปียกชื้น, เหงื่อไคล,ยางเหนียว, เกษรดอกไม้เป็นต้น
- ง. โอปปาติกกำเนิด บางที่ก็เรียกว่า อุปปาติกกำเนิด หมายถึงสัตว์ที่ไม่ได้เกิดจากกำเนิดทั้ง ๓ ที่กล่าวแล้ว แต่เกิดโดยผุดหรือโผล่ขึ้นมาครบรูปกายใหญ่โตเต็มที่ในทันทีทันใดเหมือนกับว่าบินมาจากภพเก่า
---------///--------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ