วิตกจริต : เลิกเข้าใจผิดกันเสียที
---------------------------------
“วิตกจริต” เป็น ๑ ในจริต ๖
ขอเชิญหาความรู้กันก่อนครับ
ในทางธรรม “จริต” หมายถึงพื้นนิสัย หรือลักษณะทางอารมณ์ของคนที่หนักไปด้านใดด้านหนึ่งเป็นปกติ ท่านแบ่งจริตของคนเป็น ๖ กลุ่ม คือ -
๑ ราคจริต หนักไปทางรักสวยรักงาม มักติดใจซาบซึ้งง่าย (คู่กับ ๔)
๒ โทสจริต หนักไปทางใจร้อนขี้หงุดหงิด (คู่กับ ๕)
๓ โมหจริต หนักไปทางเหงาซึมงมงาย ลังเล (คู่กับ ๖)
๔ สัทธาจริต หนักไปทางเชื่อง่าย มักคล้อยตาม (คู่กับ ๑)
๕ พุทธิจริต หนักไปทางคิดพิจารณาหาเหตุผล เชื่อยาก (คู่กับ ๒)
๖ วิตกจริต หนักไปทางคิดจับจดฟุ้งซ่าน (คู่กับ ๓)
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ขยายความจริตแต่ละอย่างไว้ดังนี้ -
..........................................................
ราคจริต : พื้นนิสัยที่หนักในราคะ เช่น รักสวย รักงาม แก้ด้วยเจริญกายคตาสติ หรืออสุภกัมมัฏฐาน
โทสจริต : คนมีพื้นนิสัยหนักในโทสะ หงุดหงิด โกรธง่าย แก้ด้วยเจริญเมตตา
โมหจริต : พื้นนิสัยที่หนักในโมหะ โง่เขลางมงาย พึงแก้ด้วยให้มีการเรียน การถาม การฟังธรรม สนทนาธรรมตามกาล หรืออยู่กับครู.
สัทธาจริต : พื้นนิสัยหนักในศรัทธา เชื่อง่าย พึงแก้ด้วยปสาทนียกถา คือ ถ้อยคำที่นำให้เกิดความเลื่อมใสในทางที่ถูก ที่ควร และด้วยความเชื่อที่มีเหตุผล
พุทธิจริต : พื้นนิสัยที่หนักในความรู้ มักใช้ความคิด พึงส่งเสริมด้วยแนะนำให้ใช้ความคิดในทางที่ชอบ
วิตกจริต : พื้นนิสัยหนักในทางตรึก, มีวิตกเป็นปรกติ, มีปรกตินึกพล่านหรือคิดจับจดฟุ้งซ่าน, ผู้มีจริตชนิดนี้พึงแก้ด้วย เพ่งกสิณ หรือเจริญอานาปานสติกัมมัฏฐาน
..........................................................
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ เก็บคำที่เป็นชื่อจริตไว้ ๔ คำ คือ ราคจริต โทสจริต สัทธาจริต วิตกจริต บอกไว้ดังนี้ -
..........................................................
ราคจริต : ความประพฤติที่หนักไปทางความใคร่ในกามคุณ เช่น เขามีราคจริตมากจึงก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศ, ความประพฤติที่มีพื้นนิสัยหนักไปในทางรักสวยรักงาม
โทสจริต : ความประพฤติที่มีพื้นนิสัยหนักไปในทางใจร้อน หงุดหงิด โกรธง่าย
สัทธาจริต : ความประพฤติที่มีพื้นนิสัยหนักไปในทางมีจิตซาบซึ้ง ชื่นบาน น้อมใจเลื่อมใสโดยง่าย
วิตกจริต : ความเป็นทุกข์กังวล เช่น เขาเกิดวิตกจริตว่าจะตื่นไม่ทันไปสอบ, ความประพฤติที่มีพื้นนิสัยหนักไปในทางคิดฟุ้งซ่าน
..........................................................
ส่วนอีก ๒ จริต คือ โมหจริต และ พุทธิจริต พจนานุกรมฯ ไม่ได้เก็บไว้
เป็นเรื่องที่ชอบกลมาก
ท้ายคำนิยามของจริตทั้ง ๔ คำ พจนานุกรมฯ บอกไว้เองแท้ๆ ว่า “เป็นจริต ๑ ในจริต ๖”
ก็แปลว่า พจนานุกรมฯ รู้อยู่แก่ใจว่า จริตมี ๖
เมื่อเก็บ ๔ จริตแล้ว ทำไมจึงไม่เก็บอีก ๒ จริต เพราะเป็นคำในชุดเดียวกัน
กรรมการชำระพจนานุกรมฯ ไม่ได้มีคนเดียวหรือ ๒ คน แต่มีเป็น ๑๐ หลงไปได้อย่างไร ชอบกลแท้ๆ
ขออนุญาตประท้วงฝากไปกับสายลมด้วยนะครับ
....................
ทีนี้ก็มาถึงความเข้าใจผิดของคนทั้งหลาย
เบื้องต้น จับหลักไว้ให้แม่นว่า “จริต” คือพื้นนิสัย หรือพื้นอารมณ์ คือมีลักษณะแบบนั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดาน
คำที่ชวนให้เข้าใจผิดคือ “ราคะ” “โทสะ” และ “วิตก”
๑ “ราคะ” คือเกิดความอยาก-เช่นอยากร่วมเพศ-เกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว
แต่เมื่อใช้เป็นชื่อจริต คือ “ราคจริต” มีความหมายว่า มีพื้นนิสัยหนักไปในทางรักสวยรักงาม
“ราคจริต” ไม่ได้แปลว่า มีอารมณ์อยากร่วมเพศตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๒ “โทสะ” คือเกิดความโกรธขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว
แต่เมื่อใช้เป็นชื่อจริต คือ “โทสจริต” มีความหมายว่า มีพื้นนิสัยหนักไปในทางใจร้อน
“โทสจริต” ไม่ได้แปลว่า มีอารมณ์โกรธตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๓ “วิตก” คือครุ่นคิดกังวลไปต่างๆ เป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
แต่เมื่อใช้เป็นชื่อจริต คือ “วิตกจริต” มีความหมายว่า มีพื้นนิสัยหนักไปในทางคิดฟุ้งซ่าน
“วิตกจริต” ไม่ได้แปลว่า ครุ่นคิดกังวลตลอด ๒๔ ชั่วโมง
พอจะจับหลักได้แล้วนะครับ
....................
ขอยกตัวอย่างเฉพาะ “วิตกจริต” ที่มีการใช้คำพูดผิดๆ เพราะความเข้าใจผิด
มีคำพูดว่า :
เรื่องนี้ไม่หนักหนาอะไร อย่าวิตกไปเลย
เรื่องนี้ไม่หนักหนาอะไร อย่าวิตกจริตไปเลย
“อย่าวิตก” กับ “อย่าวิตกจริต”
คำไหนผิดคำไหนถูก?
“วิตกจริต” มีความหมายต่างจาก “วิตก”
“วิตก” เป็นอาการทุกข์ใจที่เกิดเป็นครั้งคราวในบางเรื่องบางกรณี
“วิตกจริต” เป็นพื้นนิสัยของคน คือมักคิดฟุ้งซ่าน
เห็นเพื่อนกังวลทุกข์ใจ เราพูดได้ว่า “เมื่อไรจะเลิกวิตกเสียที”
แต่จะพูดว่า “เมื่อไรจะเลิกวิตกจริตเสียที” ดังนี้หาได้ไม่
เพราะ “วิตกจริต” เป็นพื้นอารมณ์หรือลักษณะนิสัย หรือบุคลิกประจำตัว ไม่ใช่อาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
ส่วน “วิตก” เป็นอาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น เมื่อเรื่องที่กังวลผ่านพ้นไปก็หายวิตก
ปุถุชนย่อมเกิดวิตกกังวลในบางเวลากันทุกคน
แต่ไม่ได้เป็นคนวิตกจริตกันทุกคน
บางคนเท่านั้นที่เป็นคน “วิตกจริต”
คนกังวลทุกข์ใจทุกคน เราพูดได้ว่าเขาเกิดวิตก
แต่คนเกิดวิตกไม่ใช่คนวิตกจริตหมดทุกคน
โปรดใช้คำให้ถูก
ถ้าเคยพูดผิดเขียนผิด โปรดแก้ไขเสียให้ถูก
แต่ไม่ควรอธิบายผิดให้กลายเป็นถูก
..........................................................
อนึ่ง พึงทำความเข้าใจว่า จริตทั้ง ๖ นั้นอาจมีได้ในคนคนเดียว แต่จะมีบางจริตเท่านั้นที่เด่น เข้าลักษณะที่คำเก่าเรียกว่า “เป็นเจ้าเรือน” จริตอื่นๆ เป็นเพียงอาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ไม่ใช่เจ้าเรือน จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นจริตประจำตัว
ที่ท่านว่าคนนั้นเป็นจริตนั้นจริตนี้ เช่นเป็นคนวิตกจริต ท่านหมายถึงจริตที่เป็นเจ้าเรือนดังกล่าวนี้
..........................................................
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖
๑๙:๕๐
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ