คิดไปเขียนไป (๓)

------------------

ชาดก อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๗-๒๘

ธรรมบท อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕

ชาดกกับธรรมบทมีความเหมือนกันอยู่หลายอย่าง

๑ เป็นคัมภีร์ที่อยู่ในกลุ่มขุทกนิกายเหมือนกัน

คัมภีร์ที่อยู่ในกลุ่มขุทกนิกายมีทั้งหมด ๑๕ คัมภีร์ เรียงลำดับดังนี้

(๑) ขุททกปาฐะ (๒) ธรรมบท (๓) อุทาน (๔) อิติวุตตกะ (๕) สุตตนิบาต (๖) วิมานวัตถุ (๗) เปตวัตถุ (๘ ) เถรคาถา (๙) เถรีคาถา (๑๐) ชาดก (๑๑) นิทเทส (มหานิทเทส-จูฬนิทเทส) (๑๒) ปฏิสัมภิทามรรค (๑๓) อปทาน (๑๔) พุทธวงส์ (๑๕) จริยาปิฎก

๒ เป็นคัมภีร์ที่เป็นคาถาล้วนๆ เหมือนกัน

ในภาษาไทย คำว่า “คาถา” มักเข้าใจกันว่า เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้เสกเป่าหรือร่ายมนต์ขลังให้เกิดเป็นอิทธิฤทธิ์บันดาลผลที่ต้องการ

กรุณาลบความหมายนี้ออกไปก่อนนะครับ ประเดี๋ยวจะสับสน

ในภาษาบาลี คำว่า “คาถา” หมายถึงคําประพันธ์ประเภท “ร้อยกรอง” อย่างที่ภาษาไทยเรียกว่า กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ 

“คาถา” แปลว่า “วาจาอันเขาขับร้อง” ความประสงค์ของการแต่งถ้อยคำให้เป็นคาถา ก็เพื่อจะได้ขับขานเป็นท่วงทำนองให้ชวนฟังกว่าการพูดธรรมดานั่นเอง

ธรรมบทท่านแต่งเป็นคำกลอนตลอดทั้งคัมภีร์

ชาดกท่านก็แต่งเป็นคำกลอนตลอดทั้งคัมภีร์เหมือนกัน

๓ อรรถกถาของธรรมบทและชาดกชื่อเดียวกัน คือชื่อ “ปรมัตถโชติกา”

ตรงนี้ต้องเข้าใจสถานะของคัมภีร์อีกหน่อยหนึ่ง

คัมภีร์ในพระพุทธศาสนาท่านจัดไว้เป็นชั้นๆ

คัมภีร์ชั้นต้น เรียกว่า “พระไตรปิฎก” หรือ “พระบาลี”

คัมภีร์ที่อธิบายพระไตรปิฎก เรียกว่า “อรรถกถา” เป็นชั้นรองลงมา

คัมภีร์ที่อธิบายอรรถกถา เรียกว่า “ฎีกา” เป็นชั้นรองลงมาอีก

เอาแค่นี้ก่อน

“อรรถกถา” ไม่ใช่ชื่อคัมภีร์เล่มใดเล่มหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นชื่อรวมเรียกคัมภีร์อธิบายความในพระไตรปิฎก = คัมภีร์เล่มไหนแต่งขึ้นเพื่ออธิบายความในพระไตรปิฎก ก็เรียกคัมภีร์เล่มนั้นว่า “อรรถกถา” 

คัมภีร์อรรถกถามีชื่อเฉพาะเล่มด้วย เช่น -

“สมันตปาสาทิกา” เป็นชื่ออรรถกถาพระวินัยปิฎก 

“สุมังคลวิลาสินี” เป็นชื่ออรรถกถาคัมภีร์ทีฆนิกาย (คัมภีร์แรกของพระสุตตันตปิฎกหรือพระสูตร) 

“อัฏฐสาลินี” เป็นชื่ออรรถกถาคัมภีร์ธรรมสังคณี (คัมภีร์แรกของพระอภิธรรมปิฎก) เป็นต้น

คัมภีร์อรรถกถาต้นฉบับเป็นภาษาบาลี พิมพ์เป็นอักษรไทยในเวลานี้มีประมาณ ๖๐ เล่ม

อรรถกถาของธรรมบท ชื่อ “ปรมัตถโชติกา”

อรรถกถาของชาดก ก็ชื่อ “ปรมัตถโชติกา” เหมือนกัน

ที่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ อรรถกถาของทั้งสองคัมภีร์นี้ไม่มีใครเรียก “ปรมัตถโชติกา” อันเป็นชื่อจริง 

อรรถกถาธรรมบทเรียกกันว่า “ธัมมปทัฏฐกถา” เรียกสั้นลงไปอีกว่า “ธรรมบท” ก็เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงอรรถกถาธรรมบท

อรรถกถาชาดกเรียกกันว่า “ชาตกัฏฐกถา” เรียกสั้นลงไปอีกว่า “ชาดก” ก็เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงอรรถกถาชาดก

แม้แต่นักเรียนบาลีบ้านเราที่ใช้อรรถกถาธรรมบทเป็นแบบเรียนแท้ๆ ก็ไม่รู้ว่าอรรถกถาธรรมบทมีชื่อจริงว่า “ปรมัตถโชติกา”

ไม่เชื่อลองไปถามดูเถิด อรรถกถาธรรมบทชื่อจริงว่าอะไร ร้อยทั้งร้อยตอบไม่ได้ สุดยอดของความมหัศจรรย์จริงๆ

๔ อรรถกถาธรรมบทและอรรถกถาชาดกใช้วิธีอธิบายความหรือเล่าเรื่องด้วยลีลาเดียวกัน 

วิธีเล่าเรื่องประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ๓ ส่วน คือ - 

(๑) เรื่องเล่าถึงความเป็นมาหรือเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุให้พระพุทธองค์ตรัสคาถาบทนั้นๆ ส่วนนี้นิยมเรียกกันว่า “ท้องนิทาน”

(๒) ตัวคาถาที่ยกมาจากคัมภีร์ในพระไตรปิฎก เรียกกันว่า “คาถา” 

(๓) คำอธิบายความหมายของคาถา เรียกกันว่า “แก้อรรถ” 

จบลงด้วยการสรุปว่า เมื่อตรัสคาถาจบแล้วผู้ฟังบรรลุผลเช่นไร 

เฉพาะอรรถกถาชาดกมีพิเศษตรงที่-เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์ปัจจุบันแล้วจะเล่าเหตุการณ์ในอดีตชาติอันเป็นตัว “ชาดก” ด้วยทุกเรื่อง และเมื่อจบจะบอกด้วยว่า ตัวละครในชาดกตัวไหนคือใครในชาติปัจจุบัน เรียกกันว่า “กลับชาติ”

นั่นเป็นสวนที่เหมือนกัน แต่ส่วนที่ต่างกันคือ ความยาวของเรื่องและวิธีจัดหมวดหมู่

ธรรมบทมีจำนวนคาถา ๔๒๓ คาถา เนื้อที่หน้ากระดาษพิมพ์ในพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ๕๘ หน้า

ชาดกพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐพิมพ์ ๒ เล่ม คือ -

เล่มที่ ๒๗ เนื้อที่หน้ากระดาษพิมพ์ ๕๗๑ หน้า 

เล่ม ๒๘ เนื้อที่หน้ากระดาษพิมพ์ ๔๕๓ หน้า 

รวม ๒ เล่ม ๑,๐๒๔ หน้า

ธรรมบทจัดหมวดหมู่ตามเนื้อหา เรียกว่า “วรรค” มีทั้งหมด ๒๖ วรรค

ชาดกแบ่งเป็นเรื่องๆ มีจำนวน ๕๔๗ ชาดก จัดหมวดหมู่ตามจำนวนคาถาในแต่ละชาดก เรียกว่า “นิบาต” ชาดกที่มีคาถา ๑ บท จัดเป็นกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า “เอกนิบาต” (เอ-กะ-นิ-บาด) เรื่องที่มีคาถา ๒ บท จัดเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า “ทุกนิบาต” (ทุ-กะ--) จำนวนคาถาในแต่ละชาดกจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงเรื่องที่มีคาถาเกิน ๘๐ บท จนถึง ๑,๐๐๐ บท เรียกว่า “มหานิบาต” 

“นิบาต” ที่ท่านแบ่งไว้ตั้งแต่เอกนิบาตถึงมหานิบาต นับได้ ๒๒ นิบาต

.........................................................

สรุปตัวเลขของชาดกในพระไตรปิฎก - 

พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ๒ เล่ม (เล่ม ๒๗-๒๘) 

จำนวนหน้ากระดาษ ๑,๐๒๔ หน้า

จำนวนนิบาต ๒๒ นิบาต

จำนวนชาดก ๕๔๗ ชาดก

จำนวนคาถา น่าจะมีผู้นับไว้แล้ว แต่ยังไม่พบตัวเลขที่แน่นอน เฉพาะมหาเวสสันดรชาดกเรื่องเดียวก็ ๑,๐๐๐ คาถาเข้าไปแล้ว รวมทั้งหมดน่าจะถึงหมื่นคาถา ขณะที่เขียนนี้ยังไม่มีอุตสาหะที่จะนับ ท่านผู้ใดมีวิธีนับที่เร็วและแน่นอน ขอความกรุณาช่วยด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

.........................................................

ทีนี้มาดูคัมภีร์อรรถกถา

อรรถกถาธรรมบท หรือธัมมปทัฏฐกถา เรื่องที่นำมาเล่ามี ๓๐๒ เรื่อง

อรรถกถาชาดก หรือชาตกัฏฐกถา เรื่องที่นำมาเล่ามี ๕๔๗ เรื่อง

อรรถกถาของทั้งสองคัมภีร์พิมพ์เป็นเล่ม เรียกว่า “ภาค”

ธัมมปทัฏฐกถามี ๘ ภาค นับจำนวนหน้าได้ ๑,๓๑๓ หน้า

ชาตกัฏฐกถามี ๑๐ ภาค นับจำนวนหน้าได้ ๕,๐๔๑ หน้า

ที่ต่างกันอีกอย่างหนึ่งคือ ธัมมปทัฏฐกถาใช้เป็นแบบเรียนของนักเรียนบาลีในเมืองไทย 

แต่ชาตกัฏฐกถาไม่ได้ใช้เป็นแบบเรียนในชั้นใดๆ เก็บไว้ในตู้เฉยๆ

นักเรียนบาลีในเมืองไทยที่ได้นามว่า “พระมหา” ต้องผ่านคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถามาแล้วทั้งสิ้น

พูดให้กระทบใจว่า คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถานั้นเรียนกันจนแหลก

ในขณะที่คัมภีร์ชาตกัฏฐกถาไม่มีใครเหลียวแลแต่ประการใด

ปี่พาทย์ทำเพลงโอดให้หน่อยก็จะเป็นพระคุณ!

----------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖

๑๕:๔๕ 

[full-post]

คิดไปเขียนไป,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.