สกาพุทธิ (๓)

------------

คันธารชาดก-เริ่มเรื่องในอดีตชาติ

ตัวเอกของชาดกเรื่องนี้มี ๒ คน คือ พระราชาแห่งแคว้นคันธาระ และพระราชาแห่งแคว้นวิเทหะ ซึ่งน่าจะเรียกสั้นๆ ว่า พระเจ้าคันธาระและพระเจ้าวิเทหะ

เนื่องจากแคว้นหรือดินแดนที่เอ่ยถึงในชาดกเป็นดินแดนที่มีอยู่จริง ก็จึงควรจะวาดภาพได้ว่าคือดินแดนส่วนไหนของโลก

เรื่องชาดกเกิดขึ้นในชมพูทวีป ดินแดนที่เอ่ยถึงในชาดกก็จึงเป็นดินแดนในชมพูทวีป-ซึ่งทุกวันนี้ดินแดนนั้นยังมีอยู่จริง

มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า โลกยังมีดินแดนอีกกว้างใหญ่ไพศาล ตัวละครในชาดกทำไมจึงไม่ไปเกิดในส่วนอื่นๆ ของโลกบ้าง ทำไมจะต้องเกิดเฉพาะในชมพูทวีปเท่านั้น

ข้อสงสัยนี้ก็ไปสอดรับกับแนวคิดของนักคิดนักค้นเรื่องราวในพระพุทธศาสนาบางท่านหรือหลายท่านที่บอกว่า ถิ่นกำเนิดของพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ที่อินเดีย แต่อยู่ที่ประเทศไทยด้วยเหตุผลอย่างนี้ๆๆๆ สังเวชนียสถานที่คนไทยไปไหว้กันที่อินเดียนั้น ของจริง-สถานที่จริงอยู่ในเมืองไทย เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผลอย่างนี้ๆๆๆ

ผมเอาใจช่วยมาตลอด ขอให้ท่านที่เสนอทฤษฎี-พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ประเทศไทย พิสูจน์ทฤษฎีของท่านให้เป็นผลสำเร็จ คือทั่วโลกยอมรับหรือยอมจำนนด้วยหลักฐานว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ประเทศไทยจริง แล้วย้ายภูมิศาสตร์พุทธประวัติทั้งหมดมาไว้ที่เมืองไทย

อยากให้ท่านทำให้สำเร็จครับ

แต่ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเพียงทฤษฎี ยังนำพิสูจน์ไม่ได้ทั้งๆ ที่ท่านยืนยันว่าทฤษฎีของท่าน-พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ประเทศไทย-เป็นทฤษฎีที่ถูกต้อง

เพราะฉะนั้น เมื่อต้องกล่าวถึงพื้นถิ่นดินแดนในพุทธประวัติหรือในชาดก ก็จำเป็นอยู่เองที่จะต้องว่าไปตามหลักฐานที่ปรากฏและยอมรับกันอยู่ในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ผมก็เคารพแนวคิดทฤษฎีของท่านเหล่านั้น

สรุปก็คือ พื้นถิ่นดินแดนที่เอ่ยถึงย่อมเป็นไปตามที่ยุติตกลงกันอยู่ในเวลานี้ ส่วนใครจะยืนยันว่าของจริง-สถานที่จริงอยู่ที่ไหน ก็เชิญถกเถียงกันไปตามที่ใครจะเห็นสมควร

......................

แคว้นคันธาระและแคว้นวิเทหะ อยู่ตรงไหน ขออนุญาตนำข้อความจากพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต มาเสนอไว้ในที่นี้ เพื่อให้มองภาพออกว่า เรากำลังพูดถึงส่วนไหนของชมพูทวีป

.........................................................

(๑) คันธาระ ชื่อแคว้นลำดับที่ ๑๕ ในบรรดา ๑๖ แว่นแคว้นใหญ่ ที่เรียกว่ามหาชนบทแห่งชมพูทวีป ตั้งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำสินธุ ตอนเหนือ ปัจจุบันอยู่ในเขตปากีสถาน เริ่มแต่แคว้นปัญจาบภาคเหนือ คลุมไปถึงบางส่วนของประเทศอัฟกานิสถาน รวมทั้งเมืองกันทหาร (Kandahar, สันนิษฐานว่าเลือนมาจากชื่อเดิมของแคว้นนี้ คือ Gandhara) ในพุทธกาลคันธาระมีนครหลวงชื่อ ตักสิลา ซึ่งเป็นนครที่รุ่งเรืองด้วยศิลปวิทยาต่างๆ มีพระราชาปกครอง พระนามว่า ปุกกุสาติในพระไตรปิฎก คันธาระเป็นแคว้นใหญ่ มีชื่อเฉพาะตัว แต่เมื่อถึงยุคอรรถกถา คันธาระมักปรากฏชื่อรวมอยู่ด้วยกันกับแคว้นกัสมีระ โดยเรียกชื่อรวมกันว่า แคว้นกัสมีรคันธาระ (ในพระไตรปิฎก กัสมีระยังไม่มีชื่อปรากฏ) ซึ่งแสดงว่าดินแดนทั้งสองนี้อยู่ข้างเคียงติดต่อกันและในยุคนั้นเป็นอันเดียวกันทางการเมือง ต่อมา คันธาระถูกทำลาย แม้แต่ชื่อก็เลือนหายไป เหลือแต่กัศมีระ (ปัจจุบันเขียน กัศมีร์, รูปสันสกฤตเดิมเป็น กศฺมีร, บาลีเป็น กสฺมีร, ในภาษาไทย บางทีเรียกเพี้ยนเป็นแคชเมียร์) ซึ่งในปัจจุบันปรากฏชื่อรวมอยู่ด้วยกันกับแคว้นชัมมู โดยเรียกชื่อรวมกันว่าชัมมูและกัศมีร์ (Jammu and Kashmir) และเป็นดินแดนที่เป็นกรณี พิพาทระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ตลอดมาตั้งแต่ประเทศทั้งสองนั้นแบ่งแยกจากกันในปี ๒๔๙๐ (ค.ศ. 1947) กับทั้งจีนก็ได้ครอบครองแถบตะวันออกบางส่วนของกัศมีระ เกิดเป็นกรณีพิพาทกับอินเดียด้วย, สำหรับดินแดนส่วนที่เป็นของอินเดีย ซึ่งอยู่ใต้ส่วนที่พิพาทกันอยู่นั้น เรียกว่า รัฐชัมมูและกัศมีร์ เป็นรัฐเหนือสุดของอินเดีย มีเมืองหลวงชื่อว่าศรีนคร (Sri Nagar); 

.........................................................

(๒) วิเทหะ ชื่อแคว้นหนึ่งในชมพูทวีป นครหลวงชื่อ มิถิลา เป็นดินแดนพวกวัชชีอีกถิ่นหนึ่ง ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำคงคา ตรงข้ามกับแคว้นมคธ

.........................................................

แคว้นคันธาระอยู่ในรายชื่อแคว้นสำคัญ ๑๖ แคว้นในสมัยพุทธกาล แต่แคว้นวิเทหะไม่มีในรายชื่อ ๑๖ แคว้น นั่นหมายความว่าวิเทหะเป็นแคว้นเล็ก

แคว้นสำคัญ ๑๖ แคว้นในสมัยพุทธกาลมีแคว้นอะไรบ้าง ขออนุญาตนำข้อมูลมาเสนอแนบไว้ตรงนี้ด้วย

.........................................................

แคว้นใหญ่ในสมัยพุทธกาล บาลีเรียกว่า “มหาชนปท” ตามที่ปรากฏในพระไตรปิฎก (เช่น อุโบสถสูตร ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม ๒๐ ข้อ ๕๑๐ เป็นต้น) มีดังนี้ -

๑. แคว้นอังคะ มีเมืองหลวงชื่อ จัมปา

๒. แคว้นมคธ มีเมืองหลวงชื่อ ราชคฤห์

๓. แคว้นกาสี มีเมืองหลวงชื่อ พาราณสี

๔. แคว้นโกศล มีเมืองหลวงชื่อ สาวัตถี

๕. แคว้นวัชชี มีเมืองหลวงชื่อ เวสาลี (ไพศาลี)

๖. แคว้นมัละ มีเมืองหลวงชื่อ กุสาวดี (ภายหลังแยกเป็นกุสินาราและปาวา)

๗. แคว้นเจตี มีเมืองหลวงชื่อ โสตถิวดี

๘. แคว้นวังสะ มีเมืองหลวงชื่อ โกสัมพี

๙. แคว้นกุรุ มีเมืองหลวงชื่อ อินทปัตถะ

๑๐. แคว้นปัญจาละ มีเมืองหลวงชื่อ กัมปิลละ

๑๑. แคว้นมัจฉะ มีเมืองหลวงชื่อ วิราฏ

๑๒. แคว้นสุระเสนะ มีเมืองหลวงชื่อ มถุรา

๑๓. แคว้นอัสสกะ มีเมืองหลวงชื่อ โปตลิ (โปตละ)

๑๔. แคว้นอวันตี มีเมืองหลวงชื่อ อุชเชนี

๑๕. แคว้นคันธาระ มีเมืองหลวงชื่อ ตักศิลา

๑๖. แคว้นกัมโพชะ มีเมืองหลวงชื่อ ทวารกะ

.........................................................

ถ้าดูแผนที่ประกอบจะเห็นว่า รายชื่อแคว้นในคัมภีร์เรียงจากตะวันออก คือแถบบังกลาเทศ ขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ คือแถบเหนือของอัฟกานิสถาน

......................

อย่าเพิ่งรำคาญนะครับ เปิดฉากชาดกได้บรรทัดเดียว แวะไปพูดเรื่องอื่นตั้งยืดยาว 

อยากให้ญาติมิตรได้ความรู้ประกอบไปในตัวด้วยครับ

ตอนหน้า คงเดินเรื่องได้เร็วขึ้น

---------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๖

๑๙:๑๙ 

[full-post]

สกาพุทธิ,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.