ความเป็นมาของ “สังฆะทานานิ”

-------------------------------

“สังฆะทานานิ” หรือบางคนอาจจะสะกดเป็น “สังฆทานานิ” เป็นคำบาลีผิดๆ คำหนึ่งที่แพร่ระบาดตามวัดต่างๆ 

ขอย้ำว่า เป็น “คำบาลีผิดๆ” นะครับ

“สังฆะทานานิ” มีความเป็นมาอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟัง เพราะผมอยู่ในที่เกิดเหตุ

เรื่องก็คือ คำถวายทานที่เราคุ้นกันดีที่สุด คือคำที่ขึ้นต้นว่า -

อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ ...

ทำบุญวันพระที่วัดทุกวัด คนนำจะกล่าวคำถวายนี้ คำถวายทานนี้ใช้กันมานานนักหนา จนกระทั่งเรียกกันว่า “คำถวายสังฆทาน”

“คำถวายสังฆทาน” เป็นคำพูดย่อ ความหมายเต็มๆ คือ “คำถวายภัตตาหารให้เป็นสังฆทาน” 

“ถวายภัตตาหารให้เป็นสังฆทาน” ก็คือ ถวายภัตตาหารให้เป็นของสงฆ์ ไม่ใช่ถวายเป็นของส่วนตัวแก่พระรูปใดรูปหนึ่ง

“สังฆทาน” ไม่ใช่สิ่งของชนิดใดๆ ทั้งสิ้น

สังฆทานเป็นชื่อของเจตนาที่จะถวายสิ่งของ

.........................................................

การถวายสิ่งของมีเจตนา ๒ อย่าง คือ -

๑ ถวายให้เป็นของส่วนตัว เรียกว่า “ปาฏิบุคลิกทาน” เรียกสั้นๆ ว่า “บุคลิกทาน” บางทีเรียกย่อว่า “บุคลิก”

เอาจีวรไปถวายพระมหาทองย้อย อย่างนี้คือบุคลิกทาน

๒ ถวายให้เป็นของส่วนรวม คือถวายให้เป็นของสงฆ์ เรียกว่า “สังฆทาน”

จีวรผืนนั้นแหละ แทนที่จะถวายพระมหาทองย้อยเป็นส่วนตัว ก็เอาไปถวายให้เป็นของสงฆ์ อย่างนี้คือสังฆทาน

.........................................................

ถวายเป็นของส่วนตัว ได้บุญน้อย

ถวายเป็นของสงฆ์ ได้บุญมาก

ที่นิยมถวายภัตตาหารให้เป็นของสงฆ์ก็เพราะเหตุนี้

สรุปความตอนนี้ว่า คำว่า อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ ... นี้ คนทั่วไปพากันเข้าใจว่าเป็นคำถวายสังฆทาน ไม่ได้นึกว่าเป็นคำถวายภัตตาหาร

......................

กาลต่อมา ก็มีคนเอาของอื่นๆ นอกจากภัตตาหารไปถวายพระ แล้วพากันเรียกว่า “ถวายสังฆทาน”

ครั้นนานเข้า คนทั้งหลายก็พากันเข้าใจว่า “สังฆทาน” คือของที่เอาไปถวายพระโดยมีพิธีถวาย กล่าวคำถวายขึ้นต้นว่า อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ ...

ถึงตอนนี้ “สังฆทาน” ที่หมายถึง “ตั้งเจตนาถวายให้เป็นของสงฆ์” ก็วิปริตผิดเพี้ยน กลายเป็น “สังฆทานคือสิ่งของชนิดหนึ่ง”

เอาสิ่งของชนิดหนึ่งนั้นไปถวายพระ นั่นแหละคือ “ถวายสังฆทาน”

.........................................................

เวลานี้ คนเอาสิ่งของที่เรียกกันด้วยความเข้าใจผิดๆ ว่า “สังฆทาน” ไปถวายให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสเป็นของส่วนตัว ก็พากันเข้าใจว่า ตนได้ “ถวายสังฆทาน” แล้ว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดสุดขั้วโลก

.........................................................

เวลานี้คนไทยทั่วโลกถวายสังฆทานโดยไม่ได้คิด ไม่ได้เข้าใจ และไม่ได้ตั้งเจตนาใดๆ ว่า-ถวายให้เป็นของสงฆ์

ไม่รับรู้แบบนี้

รับรู้อย่างเดียวว่า เอาสิ่งของที่เรียกกันว่า “สังฆทาน” ไปถวายพระ นั่นคือ “ถวายสังฆทาน”

คนไทยรับรู้อยู่แค่นี้เท่านั้น

จะถวายเป็นของสงฆ์หรือเป็นของส่วนตัว ไม่รู้เรื่อง และไม่รับรู้

.........................................................

สรุปความตอนนี้ว่า ถวายสังฆทาน คนไทยเข้าใจผิดๆ ๒ เรื่อง

เรื่องหนึ่ง เข้าใจว่า เอาสิ่งของที่เรียกกันว่า “สังฆทาน” ไปถวายพระ นั่นคือถวายสังฆทาน

อีกเรื่องหนึ่ง เข้าใจว่า คำว่า อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ ... นี่แหละคือ คำถวายสังฆทาน

.........................................................

สินค้าที่เรียกกันว่าเครื่องสังฆทาน มีคำถวายพิมพ์กำกับไว้ด้วย คำถวายนั้นก็จะขึ้นต้นว่า อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ ... ทั้งๆ ที่ไม่ใช้อาหารเลย ใครอยากเห็นไปดูได้ในห้างทุกแห่งที่มีมุมเครื่องสังฆภัณฑ์

ความจริงคือ คำว่า อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ ... เป็น “คำถวายภัตตาหาร” (food) แต่คนไทยไม่รับรู้

ขอย้ำว่า ความเข้าใจทั้งสองเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิด และเป็นความเข้าใจผิดชนิด-สุดขั้วโลก

ครั้นต่อมา การถวายสังฆทานแบบ-เอาสิ่งของที่เรียกกันว่า “สังฆทาน” ไปถวายพระ นั่นคือถวายสังฆทาน-ก็เป็นที่นิยมทำกันมากขึ้น ทำกันทั่วไป และทำกันตลอดวัน ไม่เลือกเช้าสายบ่ายเย็น

บ่ายแล้ว เอาสิ่งของที่เข้าใจผิดๆ ว่า “สังฆทาน” ไปถวายพระ คนนำถวายก็ยังคงนำด้วยคำที่ขึ้นต้นว่า อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ ... ตามที่เข้าใจผิดๆ ว่านี่คือ “คำถวายสังฆทาน”

ซ้ำพอถึงคำแปล ก็ยังคงแปลว่า ... ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ซึ่งภัตตาหาร ...

บ่ายสองโมงสามโมงแล้ว ก็ยังหลับตา ... ขอน้อมถวาย ซึ่งภัตตาหาร ... อยู่ได้

นี่คือเหตุที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ผมอยู่ในที่เกิดเหตุ ยืนยันได้

ครั้นแล้วก็คงจะมีผู้ทักท้วงขึ้นว่า บ่ายสองโมงสามโมงแล้ว ... ขอน้อมถวาย ซึ่งภัตตาหาร ... ไม่ได้ ไม่ถูก หลังเที่ยงแล้วพระรับถวายภัตตาหารไม่ได้

คนนำก็เปลี่ยนคำแปลเป็น ... ขอน้อมถวาย ซึ่งสังฆทาน ... 

เออ รอดตัวไป

แต่ก็รอดไปไม่ตลอด เพราะมีคนทักท้วงอีกว่า คำบาลีก็ยังใช้ว่า “ภัตตานิ” แปลว่า “ซึ่งภัตตาหาร” ใช่ไม่ได้ ไม่ถูก 

“ภัตตานิ” จะไปถวายหลังเที่ยงไม่ได้ ไม่ถูก

เป็นเรื่องอีก ก็ต้องเปลี่ยนสิ 

เอ จะใช้คำอะไรดี

ก็คำว่า “สังฆทาน” นั่นไง คนไทยใช้กันอยู่แล้ว เป็นคำบาลี เอามาแทน “ภัตตานิ” ได้เลย

คนนำก็เอาคำว่า “สังฆทาน” มาแต่งตัวให้เป็นบาลีตามที่คิดเอาเอง-ซึ่งเกิดจากความไม่รู้

“ภัตตานิ” ลงท้ายด้วย -นิ

ก็คว้าเอา “นิ” มาต่อท้าย “สังฆทาน” เป็น “สังฆะทานิ”

ในระยะแรกๆ คำนี้เป็น “สังฆะทานิ” ครับ ขอยืนยัน ผมได้ยินกับหู และพอแอบไปดูโผ ก็ได้เห็นกับตาว่าสะกด “สังฆะทานิ” อย่างนี้จริงๆ

ต่อจากนี้ไม่นาน เกิดอะไรขึ้นก็เดาได้ไม่ยาก นั่นคือมีคนที่รู้บาลีไปทักท้วงว่า “สังฆะทานิ” ไม่ถูกหลักไวยากรณ์ ถ้าจะให้ถูกจะต้องเป็น “สังฆะทานานิ” 

ตั้งแต่นั้นมา คำถวายสังฆทานตามวัดต่างๆ ก็กลายเป็น อิมานิ มะยัง ภันเต สังฆะทานานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ ... ตามที่เห็นกันทั่วโลก

......................

เล่าเรื่องนี้ไว้เพื่อเป็นประวัติศาสตร์ ต่อไปอีกร้อยปีสองร้อยปี คนที่สนใจเรื่องนี้ จับเรื่องนี้มาศึกษาสืบค้น จะได้รู้ที่มาที่ไปจากแหล่งข้อมูลที่เป็น Primary sources จริงๆ 

ส่วนคนใน พ.ศ.นี้ ไม่ต้องหวัง ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครรับฟัง ไม่มีใครรับรู้ ผมพูดเรื่องนี้มาจนปากจะฉีก รับรองได้ว่าเป็นเช่นนี้-ไม่มีใครรับฟัง ไม่มีใครรับรู้ 

ตะบึงไปข้างหน้าท่าเดียว - (๑) สังฆทานเป็นสิ่งของชนิดหนึ่ง (๒) คำถวายใช้คำบาลีว่า “สังฆะทานานิ” เป็นอย่างนี้ทั่วโลก

น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง คำที่เกิดจากความไม่รู้ และเป็นคำที่ผิดจริงๆ ผิดจังๆ ตีความอย่างไรก็กลายเป็นถูกไปไม่ได้ อธิบายความหมายก็จะยิ่งเห็นว่าผิด --

คำที่เกิดจากความไม่รู้เช่นนี้ กลับมีคนยอมรับ อ้างกันอย่างเต็มปากเต็มคำว่าที่ไหนๆ เขาก็ใช้อย่างนี้กันทั้งนั้น กลายเป็นคำที่ครองโลก

ผมก็เลยยิ่งสงสัยว่า บ้านเราเรียนบาลีกันไปทำไม?

.........................................................

ศึกษาค้นคว้าไปให้ถึงพระไตรปิฎก ก็ไม่ไป

ช่วยกันแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูก ก็ไม่ทำ

ยอมให้คำผิดๆ ครอบงำอยู่อย่างหน้าชื่นตาบาน

วงศ์ผู้ใฝ่รู้จะอวสานลงเสียในครั้งนี้แล้วกระนั้นฤๅ?

.........................................................

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๒๗ กันยายน ๒๕๖๖

๑๖:๐๖

[full-post]

สังฆะทานานิ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.