พระพุทธปฏิมา
---------------
วัดมหาธาตุราชบุรีมีพระพุทธปฏิมาเก่าแก่องค์หนึ่ง ชื่อเป็นทางการว่า พระชัยพุทธมหานาค ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อพันปี
พระธรรมปัญญาภรณ์ (ไพบูลย์ ชินวํโส ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุราชบุรี ท่านมีความรู้ทางโบราณคดีพอสมควร-ระดับที่เถียงกับกรมศิลปากรได้ ท่านบอกว่า พระชัยพุทธมหานาคนี้ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ กษัตริย์ขอมเป็นผู้สร้าง สร้างขึ้นทั้งหมด ๒๐ กว่าองค์เพื่อนำไปประดิษฐานตามหัวเมืองที่อยู่ในอำนาจขอมในสมัยนั้น หนึ่งในเมืองเหล่านั้นคือ ชยราชปุระหรือราชบุรีในปัจจุบัน
ชื่อพระชัยพุทธมหานาค แปลว่า พระพุทธรูปปางนาคปรกของพระเจ้าชัยวรมัน
“ชัย” คือ ชัยวรมัน
“มหานาค” คือนาคปรก “นาค” ที่หมายถึงพญานาค มีบางคนเรียกเพี้ยนเขียนผิดเป็น “มหานาถ” ที่แปลว่า ที่พึ่ง
“นาค” พญานาคนะครับ ไม่ใช่ “นาถ” ที่พึ่ง
พระธรรมปัญญาภรณ์ท่านว่า พระชัยพุทธมหานาคนี้ปัจจุบันเหลือแค่ ๒ องค์ ที่วัดมหาธาตุราชบุรีองค์หนึ่ง อีกองค์หนึ่งไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน แว่วมาว่ามี แต่ไม่รู้ว่ามีอยู่ที่ไหนในเมืองไทย
แต่ที่มีหลักฐานว่าเคยมีอยู่ที่นั่นแน่ๆ ก็คือที่ปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี เพราะยังมีแท่นฐานที่ประดิษฐานเหลืออยู่ชัดเจน แต่องค์พระไม่เหลือแล้ว
องค์ที่อยู่ที่วัดมหาธาตุราชบุรีก็เกือบจะไม่เหลือเหมือนกัน ขโมยมายกเอาไป แต่พระที่เฝ้าอยู่ท่านเห็นเสียก่อน ยกเคลื่อนที่ไปได้ไม่ไกล ตั้งแต่นั้นมาต้องดูแลรักษากันอย่างแข็งแรง
ถามว่า ขโมยพระเอาไปทำไม?
คงมีหลายคนบอกว่า ถามอะไรโง่ๆ
ขโมยเอาไปขายนะซี เขารู้กันทั้งนั้นแหละ
แล้วคนรับซื้อรับซื้อไปทำไม?
รับซื้อเอาไปขายต่อ
คนรับซื้อต่อ รับซื้อต่อเอาไปทำไม?
ถามโง่ๆ ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็จะไปจบลงตรงที่-เศรษฐี นักสะสมของเก่า
เมื่อก่อนนี้ เศรษฐี นักสะสมของเก่ามักเป็นฝรั่ง เดี๋ยวนี้ที่เป็นคนไทยก็มี
แล้วเศรษฐี นักสะสมของเก่าซื้อเอาไปทำไม?
คงไม่ได้ซื้อเอาไปเก็บเข้ากล่องหรือขุดหลุมฝัง แต่ซื้อเอาไปดู
ถามโง่ๆ ว่า เอาไปดูเพื่อให้เกิดอะไรขึ้นมา?
ถ้าถอยไปตั้งหลักกันที่-เหตุผลที่สร้างพระพุทธปฏิมา แล้วพิจารณาเหตุผล ก็จะรู้ว่าใครโง่กันแน่
...................
เดิมไม่มีพระพุทธปฏิมาอยู่ในโลก เมื่อมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกแล้ว พระพุทธเจ้าประกาศหลักคำสอนอันประเสริฐนำไปสู่การพ้นทุกข์ ผู้คนฟังแล้วปฏิบัติตามก็พ้นทุกข์ได้จริง จึงมีผู้นับถือเลื่อมใสคำสอนมากขึ้น อยู่ใกล้ก็เข้าไปฟังคำสอน อยู่ไกลก็พยายามดั้นด้นไปฟังคำสอน ที่อยู่ไกลเกินที่จะไปถึงก็ได้แต่ระลึกถึงความรู้ความสามารถของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า “พระพุทธคุณ” แล้วหมั่นสืบเสาะหาคำสอนที่ถูกต้องมาปฏิบัติ ที่ไม่เคยเห็นก็ซักถามว่าพระพุทธเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร
ในที่สุดจึงมีผู้สร้างพระพุทธปฏิมา คือรูปแทนพระพุทธเจ้าขึ้นมา
สร้างขึ้นมาทำไม?
สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อระลึกถึงพระพุทธคุณ
ระลึกถึงพระพุทธคุณแล้วจะได้เกิดอุตสาหะศึกษาปฏิบัติตามคำสอนเพื่อบรรลุถึงความพ้นทุกข์อันเป็นเป้าหมายของชีวิต
เนื่องจากศักยภาพหรือที่ภาษาธรรมเรียกว่า “อินทรีย์” ของมนุษย์แต่ละคนมีไม่เท่ากัน บางคนระลึกถึงพระพุทธคุณได้โดยสติปัญญาล้วนๆ บางคนต้องอาศัยผู้แนะนำ หรืออาศัยบางสิ่งบางอย่างเป็นสื่อชักจูง พระพุทธปฏิมาจึงเป็นประโยชน์แก่ผู้มีอินทรีย์ยังไม่แก่กล้าใช้เป็นสื่อระลึกถึงพระพุทธคุณ
.........................................................
อิติปิ โส ภควา : แม้เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น -
(๑) อรหํ : เป็นพระอรหันต์ คือ เป็นผู้ไกลจากกิเลสและบาปธรรม ทรงความบริสุทธิ์
(๒) สมฺมาสมฺพุทฺโธ : เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ คือรู้อริยสัจจ์ ๔ โดยไม่เคยได้เรียนรู้จากผู้อื่น
(๓) วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน : ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ประกอบด้วยวิชชา ๓ หรือวิชชา ๘ และจรณะ ๑๕ อันเป็นปฏิปทาเครื่องบรรลุวิชชานั้น
(๔) สุคโต : “เสด็จไปดีแล้ว” คือ ทรงมีทางเสด็จที่ดีงามอันได้แก่อริยมรรค, เสด็จไปสู่ที่ดีงามกล่าวคือพระนิพพาน, เสด็จไปด้วยดีโดยชอบ กล่าวคือ ทรงดำเนินรุดหน้าไม่หวนกลับมาสู่กิเลสที่ทรงละได้แล้ว
(๕) โลกวิทู : ทรงรู้แจ้งโลก คือทรงรู้แจ้งสภาวะแห่งโลกคือสังขารทั้งหลาย ทรงทราบอัธยาศัยสันดานของสัตวโลกที่เป็นไปต่างๆ ทำให้ทรงบำเพ็ญพุทธกิจได้ผลดี
(๖) อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ : ทรงเป็นสารถี ฝึกคนที่ควรฝึกได้ ที่ยอดเยี่ยม โดยทรงรู้จักใช้อุบายให้เหมาะแก่บุคคล สอนเขาได้โดยไม่ต้องใช้อาชญา และทำให้เขาบรรลุผลที่พึงได้เต็มตามกำลังความสามารถของเขา
(๗) สตฺถา เทวมนุสฺสานํ : ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย, ทรงเป็นครูของบุคคลทั้งชั้นสูงและชั้นต่ำ, ทรงประกอบด้วยคุณสมบัติของครู และทรงทำหน้าที่ของครูเป็นอย่างดี
(๘ ) พุทฺโธ : ทรงเป็นผู้ตื่น ไม่หลงงมงายเองด้วย และทรงปลุกผู้อื่นให้ตื่นพ้นจากความหลงงมงายนั้นด้วย ทรงเป็นผู้เบิกบาน มีพระทัยผ่องแผ้ว บำเพ็ญพุทธกิจได้ถูกต้องบริบูรณ์
(๙) ภควา : “ทรงเป็นผู้มีโชค” คือ หวังพระโพธิญาณก็ได้สมหวัง ประกาศพระศาสนาก็ชักจูงผู้คนให้ได้บรรลุธรรมสมปรารถนา มีผู้คิดร้ายก็ไม่อาจทำร้ายได้; อีกนัยหนึ่งว่าทรงเป็นผู้จำแนกแจกธรรม
.........................................................
ความหมายของพุทธคุณแต่ละบทเก็บความจาก:
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต
.........................................................
นี่คือเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการสร้างพระพุทธปฏิมา
เศรษฐี นักสะสมของเก่า รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์-ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวหรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติต่างๆ ที่เอาพระพุทธปฏิมาไปเป็นสมบัติ ไม่ว่าจะเอาไว้ดูเป็นส่วนตัว เอาไว้อวดมิตรสหาย หรือเอาไปตั้งแสดงเพื่อให้สาธารณชนเข้ามาดู --
ถามว่า ทั้งตัวผู้ครอบครองและผู้ที่มาดู เมื่อดูแล้วเห็นแล้ว มีกี่คนที่ระลึกถึงพระพุทธคุณได้-สมกับเจตนารมณ์ของการสร้างพระพุทธปฏิมาขึ้นมา?
ใครที่บอกว่าถามโง่ๆ ขอได้โปรดใช้ความฉลาดตอบคำถามนี้ด้วยเถิด-มีกี่คนที่ดูพระพุทธปฏิมาแล้วระลึกถึงพระพุทธคุณได้?
แน่นอนว่า คำตอบจะต้องออกไปในรูปนี้ - เช่น ใครเขาดูพระเพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณกันบ้างเล่า เขาดูพระพุทธลักษณ์หรือที่เรียกว่า พุทธศิลป์ กันต่างหาก
นี่สมัยทวาฯ นี่สมัยเชียงแสน
นี่สมัยอู่ทองยุคต้น นี่อู่ทองยุคปลาย
นี่สมัยอยุธยา นี่สมัยรัตนฯ
นี่เนื้อสัมฤทธิ์ นี่เนื้อชิน
นี่เนื้อหินเขียว นี่เนื้อหินทรายสีชมพู
ฯลฯ
พระเกศอย่างนั้น
พระกรรณอย่างนี้
พระพักตร์อย่างโน้น
ฯลฯ
พุทธศิลป์นี่อธิบายได้เป็นหลักวิชา เขียนเป็นตำราเล่มโต เรียนถึงปริญญาโท จบดอกเตอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีโน่นทีเดียว
แต่ไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรเลยกับการเจริญพุทธานุสติ-ระลึกถึงพระพุทธคุณ อันเป็นเจตนารมณ์ของการสร้างพระพุทธปฏิมาขึ้นมา
...................
เป็นอันว่า -
ขโมย มองพระพุทธปฏิมาเป็น “ทรัพย์”
เศรษฐี นักสะสมของเก่า มองพระพุทธปฏิมาเป็น “ศิลป์”
ไม่มีใครมองพระพุทธปฏิมาในฐานะเป็น “สื่อ” เพื่อเข้าถึงพระพุทธคุณ
เอาพระพุทธปฏิมาไปครอบครองไว้ทำไมในเมื่อไม่ได้เห็นคุณค่าที่แท้จริง?
.........................................................
ดูก่อนเศรษฐี นักสะสมของเก่า และพิพิธภัณฑ์ทั้งหลาย
พระพุทธปฏิมาที่ท่านครอบครองอยู่ เขาสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานไว้ ณ สถานที่แห่งไหน ส่งคืนไปประดิษฐานไว้ ณ สถานที่เดิมนั่นเถิด
.........................................................
ถ้ามีใครบอกแทนท่านว่า-ใครจะส่งคืนให้โง่
ผมไม่มีอำนาจวาสนาบารมีอะไรที่จะไปบังคับหรือชักจูงท่านได้แม้แต่น้อยนิด
ทำได้แค่ชวนท่านคิดและถามตัวเองว่า -
การที่ท่านครอบครองไว้ซึ่งพระพุทธปฏิมาที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อระลึกถึงพระพุทธคุณโดยที่ท่านไม่ได้ใช้เป็นสื่อระลึกถึงพระพุทธคุณแต่ประการใดๆ เลย นั่นจะไม่ใช่การกระทำที่โง่กว่า จนควรเรียกว่าบรมโง่ดอกหรือ?
----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๕ กันยายน ๒๕๖๖
๑๕:๒๓
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ