อานิสงส์กฐิน
-------------
กฐินไม่ใช่เทศกาลหาเงิน
กฐินเป็นเทศกาลเปลี่ยนผ้าของพระ
หลักที่ต้องเข้าใจคือ ผ้า-หรือเครื่องนุ่งห่มของพระ-ตามพระวินัยที่เป็นของเดิมจริงๆ มี ๓ ผืน ที่เรียกว่า “ไตรจีวร” ภาษาไทยเรียก สบง-ผ้านุ่ง จีวร-ผ้าห่ม สังฆาฏิ-ผ้าพาดบ่า (สังฆาฏิเป็นผ้าห่มกันหนาว เมืองไทยอากาศไม่หนาวจนถึงกับต้องใช้สังฆาฏิ พระไทยจึงใช้สังฆาฏิพาดบ่า)
ผ้า ๓ นี้ พระวินัยบัญญัติให้มีใช้ได้ชุดเดียว
ปีหนึ่งเปลี่ยนทีหนึ่งในช่วงเวลาออกพรรษา
ให้เวลาหาผ้ามาเปลี่ยน ๑ เดือนนับตั้งแต่วันออกพรรษา
เครื่องนุ่งห่มของพระ ของเดิมกำหนดให้ใช้ผ้าที่เขาทิ้งแล้วมาตัดเย็บย้อมใช้นุ่งห่ม
ผ้าที่เขาทิ้งแล้ว คำบาลีเรียกว่า “ปํสุกูลจีวร” เราแปลทับศัพท์ว่า “ผ้าบังสุกุล”
ผ้าที่เขาทิ้งแล้วอายุการใช้งานก็ไม่ยาวนาน ซ้ำมีชุดเดียว ต้องใช้ให้ได้ทั้งปี สมัยพุทธกาลผ้าหายาก ถึงคราวเปลี่ยนผ้าจึงเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับพระ
.........................................................
ผมเป็นสามเณรมาอยู่วัดมหาธาตุราชบุรีเมื่อปี ๒๕๐๖ มีจีวรใช้ผืนเดียว เก่ามากจนพระเดชพระคุณเจ้าอาวาสล้อว่า “เณรโมฆราช”
แค่ไม่ถึง ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา ผ้าจีวรในเมืองไทยยังหายาก
ถอยไป ๒๖๐๐ ปี ในอินเดีย ผ้าจะหายากขนาดไหน
กุลบุตรหลายต่อหลายคนมีศรัทธาอยากบวช แต่ไม่ได้บวช เพราะตายเสียก่อนในระหว่างที่กำลังหาผ้าไตรจีวร
.........................................................
ออกพรรษา ถึงเทศกาลเปลี่ยนผ้าประจำปี ภารกิจหลักและเป็นภารกิจหนักของพระคือ หาผ้ามาเปลี่ยนไตรจีวรชุดเก่าที่ใช้มาทั้งปี
ซ้ำมีเวลาแค่เดือนเดียว
เพิ่มความหนักเข้าไปอีก
ชาวบ้านเห็นความลำบากของพระ จึงถวายผ้าเพื่อให้พระใช้เปลี่ยนจีวร อันเป็นที่มาของการทอดกฐิน
กฐิน มีเวลาทอดเพียงเดือนเดียวหลังออกพรรษาก็มาจากข้อกำหนดทางพระวินัยที่ให้พระหาผ้ามาเปลี่ยนภายในหนึ่งเดือนหลังออกพรรษานั่นเอง
มีใครเคยบอกหรือยังครับ
.......................
ทีนี้ พระจำพรรษาด้วยกันหลายรูป แต่โยมมีกำลังถวายผ้าได้ผืนเดียว จะทำอย่างไร
พระที่อยู่ด้วยกันพร้อมใจกันยกผ้าผืนนั้นให้พระรูปใดรูปหนึ่งแล้วช่วยพระรูปนั้นทำจีวรด้วย เป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีมีน้ำใจในหมู่พระที่อยู่ด้วยกัน
การสมัครสมานสามัคคีมีน้ำใจยกผ้าให้พระรูปใดรูปหนึ่งนี้ เป็นหัวใจของกฐิน-ที่ภาษาวินัยเรียกว่า “กรานกฐิน” ต้องทำอย่างนี้ ต้องสามัคคีกันอย่างนี้
เพื่อตอบสนองการสมัครสมานสามัคคีมีน้ำใจเช่นนี้ พระพุทธองค์จึงมีพุทธานุญาตว่า สงฆ์หมู่ใดได้กรานกฐิน ภิกษุในสงฆ์หมู่นั้นได้สิทธิพิเศษข้อหนึ่ง คือ ขยายเวลาเปลี่ยนผ้าประจำปีจาก ๑ เดือนหลังออกพรรษาไปอีก ๔ เดือน รวมเป็น ๕ เดือน
พูดเป็นวันเดือนปีก็คือ -
เกณฑ์ปกติ: ตั้งแต่แรมค่ำ ๑ เดือน ๑๑ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ = ๑ เดือน
เกณฑ์ตามสิทธิพิเศษ: ตั้งแต่แรมค่ำ ๑ เดือน ๑๑ ถึงขึ้น ๑๕ เดือน ๔ = ๕ เดือน
สิทธิพิเศษดังกล่าวนี้ เป็น ๑ ใน ๕ ประการที่เรียกว่า “อานิสงส์กฐิน”
.......................
สรุปว่า
๑ กฐินเกิดในสมัยที่ผ้าหายาก โปรดนึกถึงสภาพนี้ไว้ให้แม่น
๒ พระมีผ้าเป็นเครื่องนุ่งห่มชุดเดียว ใช้ไปทั้งปี
๓ ออกพรรษาแล้วต้องหาผ้ามาเปลี่ยนชุดเก่า
๔ มีเวลาหาเพียง ๑ เดือน
๕ แต้ถ้าได้กรานกฐิน-คือได้รับกฐิน-สามารถขยายเวลาหาผ้าออกไปอีก ๔ เดือน รวมเป็น ๕ เดือน
นี่คืออานิสงส์ที่เกิดจากการกรานกฐิน-คือได้รับกฐิน
อย่าลืมว่าสมัยก่อนผ้าหายาก
ชาวบ้านทอดกฐินเป็นเหตุให้พระมีเวลาหาผ้าได้นานขึ้น
ชาวบ้านเห็นอานิสงส์อย่างนี้ จึงถือว่าการทอดกฐินเป็นบุญใหญ่ เป็นบุญพิเศษ
เวลามองการทอดกฐิน อย่ามองเหมือนคนสายตาสั้น เห็นเฉพาะใกล้ๆ เห็นแต่ยุคสมัยที่ผ้าหาง่าย จีวรล้นวัดอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
มองให้เห็นเรื่องเดิม
มองให้เห็นความสำคัญ
แล้วปฏิบัติให้สอดคล้องกับความสำคัญอันมีมาแต่เดิม
ข้อสำคัญที่สุด อย่าเบี่ยงเบนอานิสงส์กฐิน
กฐินเป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีมีน้ำใจในหมู่พระที่อยู่ด้วยกัน
กฐินเป็นเทศกาลเปลี่ยนผ้าของพระ
ไม่ใช่เทศกาลหาเงิน
---------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๖ กันยายน ๒๕๖๖
๑๘:๔๔
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ