ศึกษาเรื่องเดิม -ทำไมสังคมจึงต้องมีผู้นำ (๑)

----------------------------------------------

หรือถามให้เต็มคำ-ว่าทำไมไทยเราจึงต้องมีพระมหากษัตริย์?

การที่สังคมไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น คนรุ่นใหม่ที่บูชาความเสมอภาคยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง

เป็นที่มาของแนวคิดชนิดหนึ่งที่เรียกรู้กันว่า “ขบวนการล้มเจ้า”

สถาบันพระมหากษัตริย์มีสิทธิ์อะไรจึงมาอยู่เหนือประชาชน-คนรุ่นใหม่ที่บูชาความเสมอภาคมองแบบนั้น

เป็นการมองแบบคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องเดิม

บอกไว้ก่อนนะครับว่า ผมไม่ใช่พวกเชียร์สถาบันแบบไม่ลืมหูลืมตา

แต่ผมเป็นพวกชวนให้ศึกษาเรื่องเดิม-สถาบันพระมหากษัตริย์เกิดมาได้อย่างไร

.......................

ทำไมสังคมมนุษย์จึงต้องมีผู้นำ?

สัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง ส่วนมากหรือแทบทั้งหมดจะต้องมีตัวหนึ่งที่เป็นจ่าฝูง นี่เป็นกฎธรรมดาหรืออาจเรียกได้ว่าเป็นกฎธรรมชาติของสัตว์สังคม ไม่ใช่เป็นเพราะสัตว์ชนิดไหน ตัวไหน หรือใครคนไหน เป็นผู้ตั้งกฎขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

กระบวนการคัดเลือกจ่าฝูง อาจใช้ขนาดของร่างกาย หรือความสามารถในการใช้เขี้ยวเล็บ ซึ่งแต่ละตัวมีไม่เท่ากัน ตัวไหนโตกว่า ดุกว่า จิกกัดทำร้ายตัวอื่นได้เก่งกว่า ตัวนั้นก็เป็นจ่าฝูง

ในพระไตรปิฎกมีพระสูตรหนึ่งชื่อ อัคคัญญสูตร (ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค พระไตรปิฎกเล่ม ๑๑ ข้อ ๕๑-๗๒) บรรยายถึงกำเนิดเผ่าพันธุ์มนุษย์ว่ามาจากไหน ผู้สนใจพึงศึกษาดูได้ 

.........................................................

อัคคัญญสูตร

https://84000.org/tipitaka/read/?11/51-72

.........................................................

ในที่นี้ขอตัดตอนมาเล่าว่า เริ่มต้นมนุษย์อาศัยพืชผลธรรมชาติเป็นเครื่องดำรงชีพ ต่อมาก็มีการจับจองพื้นที่เป็นที่อยู่และทำมาหากิน แต่ก็เกิดปัญหาเนื่องจากมีการขโมยพืชผลกัน เป็นเหตุให้คิดแก้ปัญหาด้วยการคัดเลือกคนให้ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองป้องกันมิให้เกิดการประพฤติผิด

คนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้นำในยุคโน้น มีคุณสมบัติตามที่แสดงไว้ในพระสูตร ดังนี้ -

.........................................................

อภิรูปตโร = มีรูปงาม (of perfect form)

ทสฺสนียตโร = น่าดู (fair to behold)

ปาสาทิกตโร = น่าเลื่อมใส (pleasing)

มเหสกฺขตโร = มีศักดิ์ใหญ่ (possessing great power or authority)

.........................................................

โดยสรุปก็คือ เลือกคนที่มีบุคลิกดี มีพลังอำนาจ

ภารกิจและเงื่อนไขในการทำหน้าที่ผู้นำคืออะไร ลองฟังสำนวนภาษาบาลีดู -

.........................................................

เอหิ  โภ  สตฺต  สมฺมาขียิตพฺพํ  ขียิ  สมฺมาครหิตพฺพํ  ครหิ  สมฺมาปพฺพาเชตพฺพํ  ปพฺพาเชหิ  มยํ  ปน  โว  สาลีนํ  ภาคํ  อนุปทสฺสามาติ  ฯ

มาเถิดสัตว์ผู้เจริญ ท่านจงว่ากล่าวผู้ที่ควรว่ากล่าวได้โดยสมควร จงติเตียนผู้ที่ควรติเตียนได้โดยสมควร จงขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่ได้โดยสมควร ส่วนพวกเราจักให้ส่วนแห่งข้าวสาลีแก่ท่าน

ที่มา: อัคคัญญสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค พระไตรปิฎกเล่ม ๑๑ ข้อ ๖๒

.........................................................

เมื่อต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาหรือปกป้องหมู่คณะ ก็ย่อมไม่มีเวลาที่จะทำมาหากินเป็นส่วนตัว ดังนั้น เงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งก็คือ ลูกคณะต้องแบ่งพืชผลส่วนหนึ่งให้แก่หัวหน้าเพื่อให้หัวหน้าสามารถดำรงชีพอยู่ได้ นี่ก็เป็นหลักธรรมดา

แต่มนุษย์มีสิ่งที่เหนือกว่าสัตว์ชนิดอื่น สมด้วยคำที่ผู้รู้ประพันธ์เป็นคำบาลีว่า -

.........................................................

อาหารนิทฺทา  ภยเมถุนญฺจ

สามญฺญเมตปฺปสุภี  นรานํ

ธมฺโมว  เตสํ  อธิโก  วิเสโส

ธมฺเมน  หีนา  ปสุภี  สมานา.

กิน นอน กลัว สืบพันธุ์

มีเสมอกันทั้งคนและสัตว์

ธรรมะทำให้คนประเสริฐเหนือสัตว์

เสื่อมจากธรรมะ คนก็เท่ากับสัตว์

.........................................................

หมายความว่า มนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า “อารยธรรม” เหนือกว่าสัตว์อื่น ๆ จึงมีระบบคัดสรรโดยใช้คุณสมบัติอื่น ๆ อีกด้วย แต่ถึงกระนั้น เมื่อประมวลแล้วก็รวมอยู่ในกระบวนความสามารถใน (๑) อาหาร = การหากิน (๒) = นิทฺทา การเลือกถิ่นที่อยู่ (๓) ภย = การป้องกันภัย และ (๔) เมถุน = การดำรงเผ่าพันธุ์ 

ผู้ที่ทำหน้าที่หัวหน้า มีคำเรียกขานตามที่ปรากฏพระสูตร ๓ คำ คือ “มหาสมมต” “ขัตติยะ” และ “ราชา” และมีคำขยายความดังนี้ -

.........................................................

มหาชนสมฺมโตติ  มหาสมฺมโต 

เพราะมหาชนสมมตขึ้นให้เป็น จึงชื่อว่า “มหาสมมต” 

เขตฺตานํ  อธิปตีติ  ขตฺติโย 

เพราะเป็นใหญ่คือเป็นผู้ปกป้องเขต (คือที่ดิน) จึงชื่อว่า “ขัตติยะ” 

ธมฺเมน  ปเรสํ  รญฺเชตีติ  ราชา 

เพราะยังคนทั้งหลายให้พอใจโดยชอบธรรม จึงชื่อว่า “ราชา”

.........................................................

เมื่อชนชาติไทยรับเอาวัฒนธรรมของชาวชมพูทวีปผ่านทางพระพุทธศาสนา เราจึงนำระบบหัวหน้าแบบชมพูทวีปมาใช้ และเรียกหัวหน้าว่า “ขัตติยะ” คือที่ใช้ในภาษาไทยว่า “พระมหากษัตริย์” และอีกคำหนึ่งคือ “พระราชา” 

นี่คือรากเดิม-เรื่องเดิมของระบบกษัตริย์ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติธรรมดาของการอยู่ร่วมกัน

.......................

ที่พึงตระหนักก็คือ ต้องแยกหลักการกับความประพฤติส่วนตัวของบุคคลออกจากกันให้ดี

คืออย่าเอาความประพฤติส่วนตัวของบุคคล-ที่เราชอบใจไม่ชอบใจ-ไปตัดสินหลักการ

แต่ต้องยึดคุณสมบัติของตัวบุคคลตามหลักการเป็นสำคัญ

นั่นคือต้องศึกษาไปให้ถึงหลักการของความเป็น “ขัตติยะ” หรือ “ราชา” ด้วย แล้วพิจารณาว่า ตัวบุคคลสามารถพัฒนาตัวเองให้มีคุณสมบัติตามหลักการได้หรือไม่ 

หลักการของความเป็น “ขัตติยะ” หรือ “ราชา” คืออะไร ขอยกไปว่าตอนหน้าครับ

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๖

๑๓:๑๕ 

[full-post]

ปกิณกธรรม,ผู้นำ,สังคม,สังคมกับผู้นำ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.