ความเชื่อกับความจริง
---------------------
โลกนี้มี “ความจริง” ๒ อย่าง คือ จริงตามที่ยอมรับกัน และ จริงตามที่เป็นจริง
ตัวอย่างเช่น ชาติหน้า (rebirth)
บางคน บางกลุ่ม บางสังคมเชื่อว่าชาติหน้ามีจริง
แต่บางคน บางกลุ่ม บางสังคมเชื่อว่าชาติหน้าไม่มีจริง
ทั้งพวกเชื่อและพวกไม่เชื่อต่างมีเหตุผลของตัวเอง สะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมต่าง ๆ กันไป-ตามที่ตนเชื่อหรือไม่เชื่อ
“ความจริง” แบบนี้คือที่บอกว่าถูก-ผิดไม่มีคำตอบ
ขึ้นอยู่กับความเชื่อ คือความคิดเห็นและมุมมองของแต่ละคน
แต่ “ชาติหน้า” ก็ต้องจริงตามที่เป็นจริงด้วย
หมายความว่า -
ถ้าชาติหน้ามี ก็มีตามที่มันเป็นจริง
ถ้าชาติหน้าไม่มี ก็ไม่มีตามที่มันเป็นจริงเช่นกัน
คือไม่ใช่มีหรือไม่มีตามความเชื่อของใคร
หมายความว่า -
ใครเชื่อว่ามี มันก็จึงมี
ใครเชื่อว่าไม่มี มันก็จึงไม่มี
ไม่ใช่เช่นนั้น
เพราะความจริงย่อมเป็นอย่างเดียว
จะเป็นไปตามความเชื่อไม่ได้
ปัญหาก็คือ แล้วจะเอาอะไรมาตัดสิน มาวัด มาพิสูจน์ว่า “ความจริง” จริง ๆ เป็นอย่างนี้ ๆ -
อย่างเรื่องชาติหน้า ก็ไม่เคยมีใครที่ตายไปแล้วกลับมาบอกว่าชาติหน้ามี หรือกลับมาบอกว่าชาติหน้าไม่มี
....................
วิธีแก้ปัญหาตามแนวทางของพระพุทธศาสนาคือ “ทำความเห็นให้ตรงกับความเป็นจริง”
ไม่ใช่ไปเกณฑ์ให้ความจริงต้องตรงกับความเห็นของใคร ๆ
อันที่จริงหลักก็ชัดอยู่แล้วว่า เราจะไปแก้ไขความเป็นจริงให้เป็นไปตามความเห็นหรือความเชื่อของเราไม่ได้อยู่เอง มีแต่จะต้องแก้ไขความเห็นของเราให้ตรงกับความเป็นจริง
การที่ความเห็นหรือความเชื่อความเข้าใจไม่ตรงกับความเป็นจริงนั้น แม้ในชีวิตประจำวันก็เห็นโทษเห็นภัยกันได้ง่าย เช่น -
ไปผิดเวลานัดหมายหรือผิดสถานที่เพราะเข้าใจผิด
ตัดสินใจผิดเพราะไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง - เป็นต้น
ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความเป็นจริงของชีวิต ถ้าความเห็นหรือความเชื่อความเข้าใจไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็จะยิ่งมีโทษหนักขึ้น
เป็นอย่างว่า ตกนรกเรียบร้อยแล้วจึงรู้ว่าเข้าใจผิดมาตลอดว่านรกไม่มีจริง
พยายามหาคำตอบให้ได้นะครับ-ว่า
สิ่งที่เราเชื่อว่ามันเป็นอย่างนี้
หรือสิ่งที่เราเชื่อว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น
จริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไร?
....................
แถมนิดหนึ่งครับ
พระพุทธศาสนาสอนว่า อย่าเชื่อคำตอบตามความเห็นหรือคำบอกของใคร ๆ
แม้กระทั่งความเห็นหรือคำบอกของพระพุทธเจ้านั่นด้วย
เพราะ “ความจริง” เป็นสิ่งที่เรียกว่า “ปัจจัตตัง”
ต้องประจักษ์แจ้งได้ด้วยใจตัวเอง-เท่านั้น
มีข้อสังเกตอีกนิดหนึ่ง
พระอรหันต์นั้นไม่เคยปรากฏว่าท่านขัดแย้งกันเรื่อง “ความจริง”
เพราะเมื่อท่านเข้าถึงหรือบรรลุตัวความจริงแล้ว ท่านก็ประจักษ์แจ้งความจริงตรงกัน
วิธีที่จะประจักษ์แจ้งความจริงจึงไม่ใช่การถกเถียงกัน
แต่คือการลงมือค้นหา-ที่เรียกว่า “ลงมือปฏิบัติ”
.........................................................
โชคดีของคนที่รู้วิธีปฏิบัติ
แต่โชคร้ายถนัดก็คือ-ไม่ลงมือสักที!
.........................................................
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา
๑๔ มกราคม ๒๕๖๗
๑๗:๕๘
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ