คำจำกัดความตามพระวินัย

---------------------------

คิดเอาเองไม่ได้

มีคำถามว่า “ชาตรูปรชตะ” ในพระวินัย หมายถึงอะไร?

วิธีหาความรู้แบบสะดวกคือเปิดพจนานุกรม

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกไว้ว่า - 

.........................................................

ชาตรูป : (คำนาม) ทอง. (ป., ส.).

รชตะ : (คำนาม) เงิน. (ป.).

.........................................................

ตามไปดูคำว่า “ทอง” กับ “เงิน” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกไว้ดังนี้ - 

.........................................................

ทอง ๑ :

(๑) (คำนาม) ธาตุแท้ชนิดหนึ่งเนื้อแน่นมาก สีเหลืองสุกปลั่ง เป็นโลหะมีค่า, เรียกเต็มว่า ทองคำ, โบราณกำหนดคุณภาพของเนื้อ ตั้งแต่เนื้อสี่ถึงเนื้อเก้า โดยตั้งพิกัดราคาตามเนื้อทอง เช่น ทองเนื้อหก คือ ทองหนัก ๑ บาท ราคา ๖ บาท ทองเนื้อเก้า คือ ทองหนัก ๑ บาท ราคา ๙ บาท. (ประกาศ ร. ๔), ทองเนื้อเก้านี้เป็นทองแท้เป็นทองบริสุทธิ์ เรียกว่า ทองธรรมชาติ ทองเนื้อแท้ ทองนพคุณ หรือบางทีเรียกว่า ทองชมพูนุท เช่น ดังทองชมพูนุทเนื้อเก้า (สังข์ทอง ตอนตีคลี)

(๒) (คำนาม) เรียกสิ่งที่ทำด้วยทองเหลือง ว่า ทอง ก็มี เช่น กระทะทอง หม้อทอง, โดยปริยายหมายถึงสีเหลือง ๆ อย่างสีทอง เช่น เนื้อทอง ผมทอง แสงทอง, ใช้ประกอบสิ่งต่าง ๆ บางอย่างโดยอนุโลมตามลักษณะสี เป็นชื่อเรียกเฉพาะ เช่น ขนมทอง คือขนมชนิดหนึ่ง รูปวงกลม มีนํ้าตาลหยอดข้างบน, ปลาทอง คือปลาชนิดหนึ่ง ตัวสีเหลืองหรือแดงส้ม.

...................

เงิน :

(๑) (คำนาม) ธาตุลำดับที่ ๔๗ สัญลักษณ์ Ag เป็นโลหะสีขาวเนื้อค่อนข้างอ่อน หลอมละลายที่ ๙๖๐.๘ ° ซ. (อ. silver).

(๒) (คำนาม) วัตถุที่ใช้วัดราคาในการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน, วัตถุที่มีตราของรัฐ ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย, ได้แก่ เหรียญกระษาปณ์และธนบัตร, เงินตรา ก็เรียก (อ. money).

(๓) (คำนาม) โบราณใช้ว่า งึน เง็น หรือ เงือน ก็มี (อ. money).

(๔) (คำที่ใช้ในเศรษฐศาสตร์) (คำนาม) วัตถุที่กำหนดให้ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือชำระหนี้. (อ. money).

.........................................................

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ซึ่งฝรั่งชาติอังกฤษเป็นผู้ทำ แปลไว้ดังนี้ -

.........................................................

ชาตรูป : "sterling," pure metal, i. e. gold (โลหะ "แท้", บริสุทธิ์, คือทองคำ)

รชต : silver (ธาตุเงิน)

.........................................................

ในสิกขาบท ๑๐ ข้อของสามเณร ข้อที่ ๑๐ มีข้อความว่า -

.........................................................

ชาตรูปรชตปฏิคฺคหณา เวรมณี

แปลว่า -

เจตนางดเว้นจากการรับทองและเงิน 

.........................................................

ในจำนวนศีล ๒๒๗ ข้อของภิกษุ มีอยู่ข้อหนึ่งบัญญัติไว้ว่า -

.........................................................

โย  ปน  ภิกฺขุ  ชาตรูปรชตํ  อุคฺคเณฺหยฺย  วา  

อุคฺคณฺหาเปยฺย  วา  

อุปนิกฺขิตฺตํ  วา  สาทิเยยฺย  

นิสฺสคฺคิยํ  ปาจิตฺติยํ.

แปลว่า -

อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่งทองและเงิน 

หรือยินดีทองและเงินอันเขาเก็บไว้ให้, 

ภิกษุนั้นต้องอาบัตินิสสัคคียปาจิตตีย์.

ที่มา: วินัยปิฎก มหาวิภังค์ ภาค ๒ นิสสัคคียกัณฑ์ โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๘ 

พระไตรปิฎกเล่ม ๒ ข้อ ๑๐๕ หน้า ๙๐

.........................................................

สิกขาบทที่ยกมานี้มีคำว่า “ชาตรูปรชตะ” เหมือนกันทั้ง ๒ แห่ง 

มีคำถาม “ชาตรูปรชตะ” ในที่นี้หมายถึงอะไร?

ผู้ที่แปลความตามรูปศัพท์บอกว่า “ชาตรูปรชตะ” ในที่นี้หมายถึงแร่ทองแร่เงิน คือ gold และ silver 

“ชาตรูปรชตะ” ไม่ใช่ money 

เพราะฉะนั้น ภิกษุสามเณรจึงรับและใช้ money ได้ 

.........................

สมัยผมเป็นเณรบวชใหม่ ๆ เคยได้ยินพระเก่ารูปหนึ่ง ท่าทางทรงภูมิมาจากเมืองกรุง พูดเสียงดังฟังชัดว่า 

“ธนบัตรเป็นพลังเทียม ไม่ใช่เงินทอง (หมายถึง metal คือ gold หรือ silver อย่างที่มักเข้าใจกันว่าห้ามพระจับ) เพราะฉะนั้นพระจับเงิน (ธนบัตร) ได้ ใช้เงินได้ ไม่ผิด”

ตอนนั้นฟังแล้วทึ่งมาก โดยเฉพาะคำว่า “พลังเทียม” ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน รู้สึกตื่นเต้นว่าหลวงพี่ท่านทรงภูมิรู้สูงจริง ๆ

ต่อมาเมื่อมีโอกาสศึกษาคัมภีร์ต้นฉบับ จึงได้รู้ว่านั่นคือความเข้าใจผิด หรือความรู้ผิด ๆ

และความเข้าใจผิดหรือความรู้ผิด ๆ นั้นก็ยังคงมีอยู่ในหมู่ชาววัดและชาวบ้านจนถึงทุกวันนี้ 

.........................

ถ้าตามไปศึกษาให้ถึงต้นฉบับ ก็จะพบว่าในพระไตรปิฎกนั่นเอง ท่านได้ให้คำจำกัดความ “ชาตรูปรชตะ” ไว้ชัดเจนว่า -

.........................................................

ชาตรูปํ  นาม  สตฺถุวณฺโณ  วุจฺจติ.  

รชตํ  นาม  กหาปโณ  โลหมาสโก  

ทารุมาสโก  ชตุมาสโก  

เย  โวหารํ  คจฺฉนฺติ.

ที่มา: อ้างแล้ว หน้า ๙๐-๙๑

แปลว่า -

ที่ชื่อว่า ชาตรูป หมายถึงทองคำ 

ที่ชื่อว่า รชต หมายถึงกหาปณะ 

มาสกที่ทำด้วยโลหะ 

มาสกที่ทำด้วยไม้ 

มาสกที่ทำด้วยครั่ง 

ซึ่งใช้เป็นมาตราสำหรับแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้

.........................................................

เป็นอันยืนยันได้ว่า “ชาตรูปรชตะ” คือ money รวมทั้งวัตถุหรือเอกสารใด ๆ ก็ตามที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้เหมือน money

...................

ที่ว่ามานี้เป็นตัวอย่างในการศึกษาหาความชัดเจนทางพระวินัย

คือศึกษาไปให้ถึงต้นฉบับ

ไม่ใช่เพียงฟังคนนั้นว่าอย่างนั้น คนโน้นว่าอย่างโน้น

ไม่ศึกษา ไม่ฟังใคร แต่เข้าใจเอาเอง ก็ไม่ควรทำ

.........................................................

ตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ครับ

.........................................................

https://www.facebook.com/.../pfbid02Jtzv9TcsBHTNHbHzZSmoz...

.........................................................

ดูก่อนภราดา!

“ชาตรูปรชตะ” เป็นพาหนะที่มหัศจรรย์

: พาคนโง่ไปนรกเกลื่อนกลาด

: พาคนฉลาดไปสวรรค์เกลื่อนฟ้า

: พาคนมีปัญญาไปนิพพานได้ทั้งไตรภูมิ

.........................................................

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา

๙ มกราคม ๒๕๖๗

๑๘:๒๗

 

[full-post]

ปกิณกธรรม,ทองเงิน,ทองย้อย,คำจำกัดความตามพระวินัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.