วจนัตถะ และคำอธิบายในอวิคตปัจจัย

วจนัตถะ

    อวิคตภาเวน นิโรธสฺส อปฺปตฺติยา ตาทิสสฺเสว ธมฺมสฺส อุปถมฺภกตฺเถน อุปการโก ธมฺโม = อวิคตปจฺจโย.

    ธรรมที่เป็นผู้อุปการะ โดยอรรถว่า เป็นผู้อุปถัมภ์แก่ปัจยุปบันธรรม (ที่ยังมีอยู่) เช่นเดียวกันกับตน โดยภาวะที่ไม่ปราศจากไป คือยังไม่ถึงซึ่งความดับไปเรียกว่า อวิคตปัจจัย


อธิบายในอวิคตปัจจัยโดยสังเขป


      คำว่า อวิคต แปลว่า ไม่ปราศจากไป ในที่นี้หมายความว่า ปัจจัยธรรมซึ่งอุปการะแก่ปัจจยุปบันธรรมนั้นยังมีอยู่ ยังไม่ปราศจากไป หรือยังไม่ดับไป และปัจจยุปบันธรรมซึ่งเป็นผู้รับอุปการะก็ยังคงมีอยู่ ยังไม่ปราศจากไปเช่นเดียวกันกับปัจจัยธรรม อุปมาเหมือนน้ำในมหาสมุทร ย่อมเป็นที่อาศัยแก่ฝูงปลาและเต่า เป็นต้น ให้ได้รับความสนุกสบายร่าเริง และเจริญเติบโตขึ้นได้นั้น น้ำในมหาสมุทรต้องมีอยู่ จึงจะอุปการะอุดหนุนแก่ฝูงปลาและเต่าทั้งหลายได้ ฝูงปลาและเต่าทั้งหลายนั้นก็ต้องมีอยู่เช่นเดียวกัน จึงจะรับอุปการะจากน้ำในมหาสมุทรนั้นได้ ถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีแล้ว ก็ไม่สามารถจะอุดหนุนหรือรับอุดหนุนกันได้ ข้อนี้ฉันใด ธรรมที่เป็นอวิดตปัจจัยกับธรรมที่เป็นอวิคตปัจจยุปบันก็เช่นเดียวกัน

      ทั้ง ๒ ฝ่ายต้องมีอยู่ คือยังไม่ดับไป จึงจะเป็นผู้อุดหนุนและเป็นผู้รับอุดหนุนกันได้ เหมือนน้ำในมหาสมุทรกับฝูงปลาและเต่าฉันนั้น

      อวิคตปัจจัย นี้ ก็เหมือนกับอัตดิปัจจัยที่ได้แสดงมาแล้วนั้น แต่เหตุไรเมื่อพระพุทธองค์ ทรงแสดงอัตถิปัจจัยแล้ว ยังทรงแสดงอวิคตปัจจัยนี้ซ้ำขึ้นอีก ข้อนี้เป็นเพราะพระองค์ทรงแสดงโดยเทศนาวิลาส คือทรงแสดงโดยต้องการให้เทศนานั้นวิจิตรพิสดารยิ่งขึ้น และอีกประการหนึ่ง ก็เพื่อให้เหมาะสมแก่อัธยาศัยของเหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลาย โดยที่บางเหล่าก็เข้าใจการแสดงโดยโวหารอย่างหนึ่ง บางเหล่าก็เข้าใจในโวหารอีกอย่างหนึ่ง ดังนี้พระองค์จึงได้ทรงแสดงอวิคตปัจจัยซ้ำอีก โดยมีข้อความเหมือนกับอัตถิปัจจัย แตกต่างกันแต่โดยโวหารการแสดงเท่านั้น

     อีกนัยหนึ่ง ในปัฎฐานมูลฎีกาแสดงว่า อัตถิปัจจัยกับอวิคตปัจจัยนี้ ถึงแม้ว่าองค์ธรรมปรมัตถ์เหมือนกันก็จริงอยู่ แต่ว่าโดยลักษณะอาการของอำนาจในการเป็นผู้อุปการะนั้นมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่บ้าง คืออำนาจที่เป็นผู้อุปการะโดยความปรากฎมีอยู่แห่งองค์ธรรมปรมัตถ์ เรียกว่าอัตถิปัจจัย และอำนาจที่เป็นผู้อุปการะโดยความไม่ปราศจากไป คือยังไม่ดับไปแห่งองค์ธรรมปรมัตถ์นั้น เรียกว่า อวิคตปัจจัย

      หมายความว่า ความมุ่งหมายของอัตถิปัจจัย หมายเอาตรงที่ยังปรากฏมีอยู่ สภาวธรรมที่ยังปรากฏมีอยู่นั้น ย่อมปรากฏชัดในฐีติขณะมากกว่าขณะอื่นๆ และเมื่อยังปรากฏมีอยู่ก็หมายถึงยังไม่ดับไปนั่นเอง

      ส่วนความมุ่งหมายของอวิคตปัจจัย หมายเอาตรงที่ยังไม่ปราศจากไป สภาวธรรมที่ยังไม่ปราศจากไปนี้ ย่อมปรากฏตั้งแต่อุปาทักขณะถึงภังคักขณะที่จวนจะดับไปนั้น และเมื่อยังไม่ปราศจากไป ก็คงหมายถึงยังไม่ดับไปเช่นเดียวกัน ข้อความที่แสดงถึงการแตกต่างระหว่าง อัตถิปัจจัยกับอวิคตปัจจัยนี้ มีบาลีในปัฏฐานมูลฎีกา หน้า ๑๓๕ (ฉบับฉัฏฐสังคายนา) ดังนี้คือ

      อตฺถิตาย สสภาวโต อุปการกตา อตฺถิปจฺจยตา, สภาวาวิคเมน นิโรธสฺส อปฺปตฺติยา อุปการกตา อวิคตปจฺจยตาติ ปจฺจยภาววิเสโส ธมฺมาวิเสเสปิ เวทิตพฺโพ.

      การช่วยอุดหนุนโดยความมีอยู่ คือองค์ธรรมปรมัตถ์ยังปรากฎอยู่ เรียกว่า อัตถิปัจจัย การช่วยอุดหนุนโดยยังไม่ปราศจากไปแห่งองค์ธรรมปรมัตถ์ คือยังไม่ถึงซึ่งอันดับไป เรียกว่า อวิคตปัจจัย 

      องค์ธรรมปรมัตถ์ของอัตถิปัจจัยกับอวิคตปัจจัย แม้เป็นอย่างเดียวกันก็จริง แต่อำนาจที่ทำการอุดหนุนต่างกันดังกล่าวมา

----------///---------


[full-post]

พระไตรปิฎก,อภิธรรมปิฎก,มหาปัฏฐาน,อวิคตปัจจัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.