อะไรคือ สิ่งที่จะทำให้ วิชชาปรากฏ อวิชชาหายไป
() อวิชชา มี ๓ ระดับ
- ระดับวีติกกมะ คือประกอบอยู่กับอกุศลจิต ๑๒ ขณะที่กระทำกายทุจริต ๓, วจีทุจริต ๔
- ระดับที่เป็นปริยุฏฐาน คือกลุ้มรุมอยู่ภายในจิต (เกิดประกอบกับจิตแล้ว) โดยฐานที่เป็นนิวรณ์ธรรม (อวิชชานิวรณ์)
- ระดับที่เป็นอนุสัย คือยังไม่ประกอบกับจิต แต่มีอยู่โดยฐานที่ยังละไม่ได้ด้วยอรหัตตมรรค
() ถ้าอวิชชายังมีอยู่ในระดับที่เป็นอนุสัย (ยังไม่เข้าประกอบกับจิต) ยังไม่อาจทำอันตรายหรือปิดบังปัญญาได้ หรือแม้อนุสัยอื่น ๆ มีกามราคานุสัยเป็นต้น หากอยู่ในระดับอนุสัย ย่อมไม่เป็นอันตรายแก่การบรรลุมรรค เช่น ปุถุชนผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐาน จนถึงโสดาปัตติมรรค อวิชชานุสัย ก็ยังมีอยู่ (ย้ำว่ามีอยู่โดยความเป็นอนุสัย) แต่ก็ไม่ทำอันตรายแก่การบรรลุโสดาปัตติมรรคได้...ฯ ถึงผลเสกขบุคคล ๓ ก็ยังมีอวิชชานุสัยอยู่ ต่อเมื่อทำอรหัตตมรรคให้เกิดขึ้นได้เท่านั้น อนุสัยจึงนับว่าไม่มี เพราะถูกอรหัตตมรรคนั้นถอนเรียบร้อยแล้ว (อวิชฺชานุสโย จตุตฺถมคฺเคน สมุจฺฉินฺโน)
* อะไรคือ สิ่งที่จะทำให้ วิชชาปรากฏ?
- วิชชา องค์ธรรมได้แก่ ปัญญา ความรู้ ที่อยู่ในมหากุศลจิต (เป็นบุรพภาค)...และในมรรคจิต (อันเป็นส่วนเบื้องปลาย "ปริโยสาน")
* แล้วทำอย่างไร จึงจะให้กุศลจิตเกิด และมีปัญญาเข้าประกอบด้วย?
- อันดับแรก คือ มีโยนิโสมนสิการ (ชวนะปฏิปาทกมนสิการ คือมโนทวาราวัชชนจิต ขณะทำหน้าที่ตัดสินอารมณ์ให้ชวนะเกิด) ได้แก่ มีจักรธรรม ๔ คือ ปุพเพกตปุญญตา, ปฏิรูปเทสวาสะ, สัปปุริสูปัสสยะ,อัตตสัมมาปณิธิ (คือจักรธรรม ๔ อย่างนี้เอง จะเป็นตัวกระตุ้น โดยความเป็นปกตูปนิสสยปัจจัยให้มโนทวาราวัชชนะ ตัดสินอารมณ์ไปในทางที่ดี แล้วเป็นเหตุให้กุศลชวนะ (มหากุศลจิต) เกิดขึ้นทำหน้าที่ชวนะในวิถีจิต ทั้งปัญจทวารวิถีและมโนทวารวิถี) เมื่อเป็นกุศลชวนะ วิชชา (ปัญญา) จึงจะมีโอกาสได้ช่องเกิด, ถ้าชวนะเป็นอกุศล เพราะไม่มีโยนิโสมนสิการ ไม่ต้องไปกล่าวถึง วิชชา หรือปัญญา เลย (วิชชาไม่มีโอกาสเกิดได้อยู่แล้ว)
- ต่อจากนั้น เจริญวิปัสสนากรรมฐาน คือใช้มหากุศลจิต อันเกิดแต่โยนิโสมนสิการนั้น เพ่งอารมณ์คือสังขารธรรมรูป-นาม โดยลักขณูปนิชฌาน ตามแนวทาง วิสุทธิ ๗, สติปัฏฐาน ๔, ญาณ ๑๖...
- ปัญญาที่เกิดขึ้นในมหากุศล อันสำเร็จมาจากการอบรมด้วยดี (ภาวนามยญาณ) นั้น เรียกว่า เป็นวิชชาแรก (วิปัสสนาญาณ) ในบรรดาวิชชา ๘ อย่าง
- ในขณะอบรมจิต เจริญวิปัสสนา เห็นสังขารธรรมโดยความเป็นรูป-นาม...เป็นไตรลักษณ์อยู่นั้น, อวิชชา คือ โมหะ ไม่มีโอกาสประกอบในจิตได้เลย...เพราะอวิชชาต้องประกอบกับจิตที่เป็นอกุศลอย่างใดอย่างหนึ่งในขณะที่ทำหน้าที่ชวนะเท่านั้น...เมื่ออกุศลจิตไม่เกิด อวิชชาก็ถือว่ายังไม่เกิด, คือไม่ประกอบกับจิต ... แต่ถามว่า ผู้นั้นยังมีอวิชชาอยู่ไหม? ต้องตอบว่า "มีอยู่" (ถ้าตอบว่าไม่มี แล้วจะไปต่างอะไรกับพระอรหันต์) มีอยู่โดยความเป็นธรรมที่ยังละไม่ได้ มีอยู่โดยความเป็นอนุสัย (สันตานานุสัย) (ตั้งแต่ภังคญาณเป็นต้นไป ท่านจัดว่าอยู่ในระดับที่เรียกว่า "ปหาณปริญญา", อารัมมณานุสัย ถูกประหาณไปได้ด้วยตทังคปหาณ)
- เมื่อถึงโคตรภูญาณ ...ต่อด้วยมรรคญาณ ...ปัญญานั้นพร้อมด้วยองค์มรรคอื่น ๆ มีวิตกเป็นต้น ก็ถอนอนุสัย (ตามสมควรแก่มรรค) เป็นสมุจเฉทปหาณ....ฯ
*สรุปย่อ ๆ ว่า วิชชา (ปัญญา) เกิดได้อย่างไร เพียงเท่านี้...
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ