ศีลสองส่วน
------------
พระภิกษุในพระพุทธศาสนามีศีลที่จะต้องรักษาอยู่ ๒ ส่วน คือ
๑ อาทิพรหมจริยกาสิกขา เรียกสั้นว่า “อาทิพรหมจรรย์”
๒ อภิสมาจาริกาสิกขา เรียกสั้นว่า “อภิสมาจาร”
“อาทิพรหมจริยกาสิกขา” คือศีล ๒๒๗ สิกขาบท เป็นกฎระเบียบเพื่อให้ดำรงสมณเพศอยู่ได้
“อภิสมาจาริกาสิกขา” คือกิริยาวาจาที่เรียบร้อย เป็นกฎระเบียบเพื่อให้สมณเพศมีความงดงามน่าเลื่อมใส
หรืออาจจำไว้ง่ายๆ ว่า -
“อาทิพรหมจรรย์” คือศีล ๒๒๗ ข้อ
“อภิสมาจาร” คือกิริยามารยาทและแบบธรรมเนียมอื่นๆ
ทั้งสองส่วนนี้บรรพชิตในพระพุทธศาสนาต้องประพฤติปฏิบัติด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง
“อาทิพรหมจรรย์” เป็นบันไดขั้นต้นแห่งการก้าวขึ้นสู่เพศบรรพชิต ถ้าก้าวไม่พ้น คือปฏิบัติไม่ได้ ก็ยังขึ้นสู่เพศบรรพชิตไม่ได้
“อภิสมาจาร” หมายถึงความประพฤติดีงามที่ประณีตยิ่งขึ้นไป, ขนบธรรมเนียมเพื่อความประพฤติดีงามยิ่งขึ้นไปของพระภิกษุ และเพื่อความเรียบร้อยงดงามแห่งสงฆ์
“อาทิพรหมจรรย์” กับ “อภิสมาจาร” เป็นหลักปฏิบัติที่ควบคู่กันไป
บรรพชิตในพระพุทธศาสนาต้องประพฤติปฏิบัติศีลสองส่วนนี้ด้วยความเอาใจใส่ โดยเฉพาะ “อาทิพรหมจรรย์” คือศีล ๒๒๗ เป็นพื้นฐานสำคัญของความเป็นบรรพชิต ถ้าไม่ประพฤติตามก็มีโทษ ตั้งแต่โทษต่ำๆ คือความเป็นบรรพชิตบกพร่อง ไปจนถึงโทษอย่างสูง คือขาดจากความเป็นบรรพชิต
ภิกษุผู้ประพฤติสำรวมในศีล ๒๒๗ แม้บางเวลากิริยาวาจาจะรุ่มร่ามไปบ้าง ก็ยังนับว่าเป็นผู้งามแท้ในศีล
ตรงข้ามกับภิกษุที่แต่งกิริยาวาจาเรียบร้อย แต่อาทิพรหมจรรย์ขาดรุ่งริ่ง ซึ่งจะนับว่างามแท้นั้นหามิได้เลย
อุปมา :
“อาทิพรหมจรรย์” เหมือนอาบน้ำให้เนื้อตัวสะอาด
“อภิสมาจาร” เหมือนประแป้งแต่งตัวให้สวยงาม
...............................................
ถ้าเรือนร่างยังไม่สะอาด
ถึงอาภรณ์จะผุดผาด ก็อุจาดมากกว่าเจริญใจ
ถ้าเรือนร่างสะอาด
ถึงจะนุ่งผ้าขาดๆ ก็งามพิลาสเสียนี่กระไร
...............................................
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๗ กันยายน ๒๕๖๕
๑๑:๒๗
[right-side]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ