วจนัตถะ และคำอธิบายในสหชาตปัจจัย

วจนัตถะ

ชายตีติ = ชาโต ธรรมใดย่อมเกิดขึ้น ฉะนั้น ธรรมนั้นชื่อว่า ชาตะ

สห ชาโต = สหชาโต ธรรมที่เกิดพร้อมกัน ชื่อว่า สหชาตะ

ปจฺจยุปฺปนฺเนน สห ชายตีติ = สหชาโต ปัจจัยใดเกิดขึ้นพร้อมด้วยปัจจยุปบันธรรม ฉะนั้น ปัจจัยนั้นชื่อว่า สหชาตะ

สหชาโต หุตฺวา อุปการโก ธมฺโม - สหชาตปจฺจโย ธรรมที่เกิดร่วมกันแล้วมีอุปการะแก่กัน ชื่อว่า สหชาตปัจจัย




อธิบายในสหชาตปัจจัยโดยสังเขป


      สหชาตปัจจัย นี้ นามและรูปเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่นามและรูปซึ่งเกิดอยู่ร่วมกันนั้น ให้เกิดขึ้นด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย หมายความว่า ปัจจัยธรรมและปัจจยุปบันธรรมเกิดอยู่ในขณะจิตเดียวกัน คือเกิดพร้อมกันนั่นเอง เรียกว่าสหชาตปัจจัย อุปมาเหมือนดวงไฟกับแสงไฟ ซึ่งเมื่อมีดวงไฟเกิดขึ้นแล้ว แสงไฟย่อมเกิดขึ้นด้วย จะว่าดวงไฟเกิดก่น แสงไฟเกิดทีหลังก็ไม่ใช่ เพราะดวงไฟกับแสงไฟนั้นย่อมเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ในที่นี้ดวงไฟเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่แสงไฟซึ่งเกิดพร้อมกับดวงไฟนั้น ข้ออุปมานี้ฉันใด ธรรมทั้งหลายที่เกิดร่วมกัน อันได้แก่จิต, เจตสิก และรูป ย่อมมีทั้งปัจจัยธรรมและปัจจยุปบันธรรมรวมกันอยู่ในขณะที่เกิดขึ้นนั้น

      หมายความว่า เมื่อจิตเกิด เจตสิกและรูปทั้งหมดก็เกิดพร้อมกันด้วย และเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนซึ่งกันและกันตามสมควร ฉะนั้นจึงได้ชื่อว่า สหชาตปัจจัย ดังมีบาลิในวิภาวนีฎีกากล่าวไว้ดังนี้คือ

      อตฺตโน อนุปฺปตฺติยา สหุปฺปนฺนานมฺปฺ อนุปฺปตฺติโต ปกาสสฺส ปทีโป วิย

      สหุปฺปนฺนาน สหุปฺปาทวเสน ปจฺจโย สหชาตปจฺจโย.


      แปลความว่า ธรรมที่อุดหนุนกันโดยอำนาจที่ยังธรรมซึ่งเกิดร่วมกัน ให้เกิดพร้อมกัน คือว่า เมื่อตนไม่เกิด ธรรมที่เกิดร่วมกันก็ไม่สามารถจะเกิดได้ ประหนึ่งว่าแสงไฟจะเกิดไม่ได้ในเมื่อไม่มีดวงไฟ ฉะนั้นจึงเรียกว่า สหชาตปัจจัย

      อนึ่ง ในสทชาตปัจจัยนี้ ธรรมที่เกิดร่วมกันในขณะจิตเดียวกันย่อมเป็นปัจจัยธรรมไม่ได้ทั้งหมด ส่วนปัจจยุปบันธรรมนั้นเป็นได้ทั้งหมด คือ

      นามขันธ์ ๔ มหาภูตรูป ๔ และปฏิสนธิหทัยวัตถุ เป็นสหชาตปัจจัยและสทชาตปัจจยุปบันได้

      อุปาทารูปทั้งหมด (เว้นปฏิสนธิหทัยวัตถุ) พร้อมด้วยปวัตดินทัยวัตถุ เป็นสนชาตปัจจัยไม่ได้ เป็นได้แต่สหชาตปัจจยุปบันอย่างเดียว

      ข้อนี้ ท่านอุปมาเหมือนหนึ่งว่า พ่อ แม่ และลูกที่กำลังเล็กอยู่ เดินไปด้วยกัน ในที่นี้พ่อและแม่ย่อมช่วยอุดหนุนซึ่งกันและกันได้ และต่างก็อุดหนุนลูกได้ ส่วนลูกนั้นถึงแม้ว่าจะไปด้วยกันก็จริง แต่ว่าไม่สามารถที่จะช่วยอุดหนุนพ่อและแม่ได้ กะนั้น พ่อและแม่จึงเป็นได้ทั้งปัจจัยและปัจจุยุปบัน ส่วนลูกนั้นเป็นปัจจัยไม่ได้ เป็นได้แต่ปัจจยุปบันอย่างเดียว ข้อนี้ฉันใด ธรรมที่เกิดร่วมกันในขณะจิตเดียวกันนั้นก็เช่นเดียวกัน คือเป็นปัจจัยธรรมไม่ได้ทั้งหมด ส่วนปัจจยุปบันธรรมเป็นได้ทั้งหมด ดังขัออุปมาที่กล่าวไว้ฉันนั้น

      สรุปความว่า สหชาตปัจจัยนี้ ธรรมที่เกิดพร้อมกันในขณะจิตเดียวกันนั้น ย่อมช่วยอุดหนุนซึ่งกันและกันตามสมควร หมายความว่า ธรรมที่เกิดพร้อมกันอันได้แก่ จิต เจตสิก และรูป เมื่อขณะที่เกิดขึ้น ปัจจัยธรรมและปัจจยุปบันธรรมเกิดร่วมกันอยู่ในที่นั้นตามสมควร ดังที่ได้อธิบายมาแล้ว.


[full-post]

พระไตรปิฎก,อภิธรรมปิฎก,มหาปัฏฐาน,สหชาตปัจจัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.